ตามหามือถือหายด้วย Google Latitude และวิธีกู้ข้อมูลจากมือถือที่หายไป!

Google Latitude นอกจากจะสามารถติดตามเพื่อนๆ แล้วยังสามารถติดตามมือถือของคุณได้ด้วยว่ามือถือของคุณอยู่ที่ไหน หรือหายไปไหนได้ด้วย โดยเฉพาะในกรณีที่มีคนแบบฉกขโมยมือถือของเราไปจะทำอย่างไรดี วันนี้มีบทความวิธีติดตามมือถือที่หายไป ผ่าน Google Latitude และสำหรับมือถือ Android โดยเฉพาะที่จะแนะนำวิธีกู้ทั้งรายชื่อ รูปภาพ ไฟล์สำคัญในมือถือ Android ที่ sync กับ Gmail ได้ด้วย

สิ่งที่ต้องเตรียม

  1. โทรศัพท์มือถือ  Android พร้อมลงแอพ Google Maps เวอร์ชั่นล่าสุด
  2. บัญชี Google Account (Gmail) อีเมลล์  2 บัญชี
  3. คอมพิวเตอร์พีซี , Labtop , Ultrabook , Notebook (อย่างใดอย่างหนึ่ง)
  4. Internet  (มือถือต้องเปิดใช้  data )  คอมพิวเตอร์ (สายเน็ต ADSL , 3G  , Wi-fi)

ขั้นตอนแรกนำบัญชี Google Account  (Gmail) บัญชีแรก ที่จะมาใช้กับมือถือ android ทำการ sign in ในมือถือ android ของคุณ ซึ่งบัญชีเมลล์นี้จะใช้กับมือถือ Android แล้วโหลดแอพ Google Maps ลงในมือถือ Android ผ่าน Play สโตร์ ให้เรียบร้อย
( Android Market เปลี่ยนชื่อเป็น Play สโตร์ แล้ว หากหาไอคอน Play สโตร์ ไม่เจอ ก็แตะที่แอพ Market บนมือถือ Android )

สิ่งที่เมลล์แรกทำงานบนมือถือ android คือการเข้าถึงบริการ sync ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปฏิทิน , รูปภาพ , รายชื่อเบอร์โทรศัพท์ของคุณ , gmail , เปิดการติดตามด้วย Latitude บน Google Maps และต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน edge หรือ 3G ตลอดเวลาด้วย

ส่วนอีกอีเมลล์อย่าง เมลล์ที่  2 นี้มีไว้สำหรับติดตามผ่านคอมพิวเตอร์พีซี , notebook , labtop เป็นต้น โดยให้ทำsign in เข้าเว็บไซต์ www.google.com/latitude ด้วย google account เมลล์ที่ 2  แล้วทำการแอดชื่ออีเมลล์ gmail แรก (ซึ่งเมลล์แรกใส่ไว้แล้วบนมือถือ) ไว้


อี เมลล์แรกบนมือถือ จะได้รับการเตือนว่ามีเมลล์ Gmail ที่ 2 จะมาขอ add ให้ทำการตอบรับยอมรับและแชร์พิกัดให้ Gmail ที่ 2 ซึ่งเป็นบัญชีของคุณเหมือนกัน แค่นี้อีเมลล์ที่ 2 ของคุณที่จะทำงานบนคอมพิวเตอร์ ก็จะพร้อมที่จะติดตามมือถือคุณแล้ว

วิธีติดตามมือถือคุณ เปิดคอมเข้า www.google.com/latitude แล้วทำการ sign in ด้วย google account ที่ 2  แล้วให้ดูแผนที่ติดตามมือถือ Google Account บัญชีแรก ว่าอยู่ไหน ซึ่งจะเห็นพิกัดผ่านทางcell site หากถ้ามือถือคุณถูกขโมย แม้ติดตามกันด้วย latitude หลายครั้งแต่ไม่ขยับซะที แถมในมือถือมีรายชื่อเบอร์โทรด้วย ก็ต้องมีแผนสำรองกันหน่อยด้วยการรีบ back up ข้อมูลรายชื่อ ใน google account ออกให้หมด และรีบสั่งลบโดยเร็วที่สุด

วิธีกู้ข้อมูลจากมือถือที่หายไป ลงในคอมพิวเตอร์ของเรา

เข้าเว็บไซต์ accounts.google.com  บนคอมพิวเตอร์  ให้ทำการ sign in ด้วย Google account บัญชีแรก  และป้อน password ด้วย 

จากนั้นให้เลือกคลิก “เปิดเสรีข้อมูล” ซึ่งอยู่ด้านรายการซ้ายมือ  แล้วคลิก “ดาวน์โหลดข้อมูลของคุณ” แค่นี้ข้อมูลทั้งภาพใน picasa ปฏิทิน รายชื่อ ต่างๆทั้งหมด ก็จะดาวน์โหลดลงบนคอมให้เรียบร้อย ถ้าเน็ตช้า แนะนำรีบดาวน์โหลดเฉพาะพวกรายชื่อและเอกสารที่จำเป็นเท่านั้นจะดีที่สุด

จากนั้นให้รีบ “เปลี่ยนรหัสผ่าน”  (สามารถคลิกที่นี่ได้เลยเพื่อเปลี่ยนรหัสผ่าน) เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายลบรายชื่อเบอร์ต่างๆให้หายไปและ sync ไปกระทบกับบัญชี google account เมลล์แรกของคุณ


หรือไม่ ก็มีอีก 2 ทางเลือกอย่างรวดเร็ว คือลบรายชื่อใน gmail   เพื่อข้อมูลรายชื่อเบอร์โทรของเพื่อนๆและคนสำคัญจะไม่ค้างในมือถือ  จากนั้น ปิดบัญชี gmail เมลล์แรกในมือถือนั้นไป คนร้ายก็ไม่สามารถใช้บริการต่างๆของGoogle ด้วยบัญชีของเราบนมือถือได้

แต่ถ้าหากมั่นใจว่าลืมไว้ที่ทำงาน ก็ลองโทรศัพท์หาปกติ หรือส่ง sms  , อีเมลล์ , Google Talk ไปยังมือถือที่ท่านลืมไว้ดู ถ้ากรณีเพื่อนหรือคนอื่นๆหาพบแล้วก็จะติดต่อกลับหาคุณได้ แต่เพื่อป้องกันภัยที่ไม่คาดคิดควร backup ข้อมูลสำคัญในมือถือเครื่องที่หายไปลงเครื่องก่อนในเบื้องต้น

นี้ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยติดตามมือถือหายและกู้ข้อมูลหรือ Backup สำรองไฟล์ลงในคอมเบื้องต้นป้องกันกรณีคนร้ายเอามือถือไปซึ่งมีไฟล์สำคัญ ติดตัวไปด้วย นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์ฟรีที่ช่วยติดตามหามือถือที่หายไปหลายอย่าง เช่น Lookout , Find my iPhone ซึ่งจะสะดวกในการรักษาความปลอดภัยบนมือถือของคุณโดยเฉพาะ

Advertisements

โปรแกรมปลอมปล่อยไวรัส ระบาดป่วนMAC OSX แล้ว

ใครที่ใช้ Mac OS อย่าง Macbook Air , Macbook Pro และ iMac ได้เวลาเตรียมป้องกันเครื่องของคุณได้แล้ว เพราะมีการโจมตีผ่านทางโปรแกรมปลอมในรูปแบบ โปรแกรมป้องกันไวรัสหรือโปรแกรมชุดรักษาความปลอดภัย เช่น “Mac Defender” หรือ “Mac Security” มันระบาดผ่านทางรับมาจากข้อความทางทวิตเตอร์แล้วคลิกลิงค์นั้นมา หรือข้อความทาง facebook ทั้งบน wall และ facebook chat แล้วหลงคลิกเข้ามา หรือผลลัพธ์จากการค้นหาบนอินเตอร์เน็ตอย่าง Search Engine ด้วย

ซึ่งแทบไม่ต่างจากไวรัสที่มาแบบโปรแกรมรักษาความปลอดภัยบน Windows เลย ที่เคยนำเสนอในเรื่อง อันตราย! WindowsFixDisk โปรแกรมปลอม! เปิดแล้วสแกน ปล่อยมัลแวร์ทันที! ในเว็บไซต์นี้มาแล้ว และโปรแกรมปลอมบน Mac พวกนี้ได้เริ่มระบาดในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้เอง โดยมีผู้ใช้ MAC โพสร้องเรียนถึง Apple เรื่องไวรัสระบาดบน MAC กว่า 200 กระทู้

http://www.youtube.com/watch?v=9Xna558F_m8&feature=player_embedded

ลักษณะการโจมตี

เบื้องต้นหน้าจอจะเริ่มแปลกๆที่บอกพบว่าพบไวรัสชนิดนี้ระบาดในไฟล์และ โฟลเดอร์บนเครื่องหลายไฟล์ ต้องการติดตั้งโปรแกรม Mac Defender เพื่อทำการกำจัดไวรัสที่ระบาดนี้ออกจากเครื่องหรือไม่ (ทั้งๆที่ไม่มีไวรัสบนเครื่องเลยแต่หลอกให้คุณติดตั้งโปรแกรมปลอม) หากไม่ติดก็จะมีการเตือนทั้ง Popup บอกระบบเครื่องช้า ฮาร์ดดิสก์เสีย เครื่องคุณติดไวรัสร้ายแรง หรืออื่นๆ

แล้วถ้าหากติดตั้งโปรแกรมปลอมตัว นี้นี้เข้าไป ก็จะปล่อยพวกมัลแวร์และโทรจัน เพื่อใส่พวกโฆษณา , ปล่อย Message บน facebook , หรือร้ายสุดๆคือเปลี่ยนรหัสผ่าน admin ล็อคระบบ เท่านั้นยังไม่พอยังมีสั่งเปิดเว็บไซต์ลามกต่างประเทศโดยอัตโนมัติด้วย

วิธีการแก้นั้น เว็บไซต์ Blognone ได้แปลจากเว็บไซต์ TUAW ถึงการแก้ไขในกรณีโปรแกรมปลอมระบาดบน MAC OS ง่ายๆคือ

1. ) ฆ่าโพรเซสของ Mac Defender
2.) เอา Mac Defender ออกจาก Startup/Login Items
3.) ลบไฟล์ของ Mac Defender ออกจากระบบ

วิธีป้องกัน

1. ให้ทำการอัพเดทตัว security update  เวอร์ชั่นล่าสุด ( ล่าสุด ณ วันที่ 5 กรกฎาคมคือsecurity update 2011-004 สำหรับ Mac OSX Leoperd) จะมีความสามารถตรวจสอบมัลแวร์อันตรายที่ฝังภายในโปรแกรมปลอมได้ ทันทีที่พบเจอโปรแกรมปลอมก็จะถูกลบออกไปทันที  โดยโหลดผ่านSoftware Update ของ MAC OSX เอง หรือโหลดผ่านทางเว็บไซต์ http://support.apple.com/downloads

2. หาซื้อโปรแกรม Antivirus จริงๆ มาติดตั้งเครื่องซึ่งเครื่อง MAC ก็หาซื้อได้ผ่านทางช่องทาง MAC APPSTORE ซึ่งจะปลอดภัยกว่าการ Download ผ่านทางเว็บไซต์ และ APPSTORE ของ MAC ส่วนใหญ่ได้ผ่านการตตรวจสอบก่อนอนุมัติลง แอพขายอยู่แล้ว น่าเชื่อถือได้ แค่นี้ก็พ้นจากโปรแกรมปลอมแล้ว

แต่หลายท่านที่ใช้ MAC อาจไม่ทราบจนส่งเครื่องไปซ่อมที่ศูนย์ AppleCare ให้ช่วยแก้ไขพวกไวรัสมัลแวร์ Mac Defender นั้น ทาง Apple ไม่มีนโยบายที่จะจัดการพวกไวรัสที่ระบาดนี้ให้กับลูกค้าด้วย ลูกค้าก็จัดการเอาเอง

สุดท้ายนี้ ย้ำ นับจากนี้ MAC จะไม่ปลอดไวรัสอีกต่อไป !!! ตามที่เค้าโฆษณาไว้ ดังนั้นหมั่นอัพเดทอย่างสม่ำเสมอและติดตามข่าวสารไอทีในด้านความปลอดภัยบนโลกอินเตอร์เน็ตอย่างใกล้ชิด


ข้อมูลจาก TUAW , Blognone , SOPHOS

Apple’s new iPad hits the streets

Apple’s next-generation iPad goes on sale, while Yahoo goes on the patent offensive against Facebook. Also: the homeless hot spot controversy at South by Southwest.

Who got the first new iPad? This man

week in review Eager iPad shoppers mobbed stores around the world in hopes of getting their hands on Apple’s next-generation tablet, which is already sold out online.

Wal-Mart’s 24-hour stores in the U.S. got the jump on Apple by selling the tablet a full eight hours before Apple stores even opened. There was limited supply, however. For example, dozens of people lined up at a Wal-Mart in Union City, Calif., which had 40 iPads to sell. And many left disappointed.

At Apple’s Fifth Avenue store in New York City, hundreds of iPad fans waited in the cold, damp weather, but the first iPad went to a man who had been in line since Monday. Protesters from Change.org were also there with a petition asking Apple for fair and ethical treatment of workers.

About 300 people braved the weather and construction in San Francisco to get the new iPad. To avoid blocking the front of neighboring stores, the company rented out a nearby parking lot, where about 100 shoppers were snaked into a line.

•  CNET Review: Speedy, pretty new iPad leads the tablet pack
•  20 apps ready to go for the new iPad
•  Why most apps won’t be ready for the new iPad
•  Who should buy the new iPad
•  Apple offering up to $320 for iPad 2 trade-ins
•  Apple’s new iPad torn apart for science, mystery parts
•  Apple accuses Proview of ‘misleading’ courts over iPad
•  Apple shares hit $600 ahead of new iPad release

source : CNET

New Firefox beta romances developers

Silent Windows updates, a veritable cornucopia of developer tools changes, and snazzier HTML5 video controls make it to the latest Firefox beta.


See this? Not for much longer, Firefox users on Windows.(Credit: Mozilla)

Firefox 12 beta makes more than 85 changes to its developer tools, Windows users will no longer get pestered by a User Account Control pop-up every time the browser updates, and the HTML5 media controls have been updated

Updated today, Firefox 12 beta (download for Windows | Mac | Linux), pushes the browser closer to some of Google’s notable achievements with Chrome. However, Mozilla’s renewed focus on Web developers is a clear indication that it sees value in paying attention to the relatively small but hugely influential developer communities.

A Mozilla representative told CNET that Firefox 13 Aurora is due sometime on Monday, while the company has certified that this week’s Firefox stable release has been moved to automatic updates. It had been restricted to manual updates until Mozilla could determine that Microsoft’s major Patch Tuesday security update wouldn’t interfere with the browser.

As explained when the feature came to Firefox 12 Aurora, the User Account Control change means that when the browser updates, Windows won’t ask you to approve the update with a User Account Control pop-up before downloading the changes. Instead, as in Chrome, the update will happen automatically. This might not be a huge deal to the vast majority of Firefox users, getting updates not much more often than every six weeks, but it means that security patches and other under-the-hood improvements can be delivered without interruption.

It’s part of a philosophical shift in software management that takes its cues from mobile apps. Chrome, and now Firefox, behave more like mobile software. The updates are automatic, and happen without requiring input.

Vast chunks of the developer tools built into Firefox have been fixed, improved, tweaked, or otherwise altered, including the Web Console, Style Editor, Page Inspector, Style Inspector, and HTML View, as well as the recently introduced Scratchpad and Page Inspector 3D View.

A smaller but still notable change has been to improve the HTML5 media controls, such as adding a full screen button. You can read the full changes in the Firefox 12 beta here. Firefox 12 is expected to graduate from beta to stable around six weeks from now.

Originally posted at The Download Blog

10 business lessons from Steve Jobs

Apple co-founder and chairman Steve Jobs who passed away last week was hailed as a successful technology entrepreneur, having built up one of the most recognized consumer electronics companies globally and creating some of the most coveted devices around the world.

ZDNet Asia spoke to industry insiders on noteworthy traits to apply when it comes to running your company, based on lessons gleaned from the tech veteran.

1. Be innovative
Steve Jobs was committed and dedicated to technological innovation, Moaiyad Hossenally, senior industry manager for Asia-Pacific ICT practice at Frost & Sullivan, noted in an e-mail.

Pointing to one of Jobs’ quotes, “Innovation distinguishes between a leader and a follower”, he said the former Apple CEO worked at marrying art and science to bring about technological innovation. “This was the biggest difference in Apple as compared to other PC manufacturers.”

Jan Dawson, chief telecoms analyst, said Jobs was not constrained by what has been done before, what is available in the market, or what consumers think they want. Under his leadership, Apple had been very good at reinventing categories in a way consumers could not have articulated “ahead of time” but responded to “enthusiastically”, the analyst explained in an e-mail.

Bryan Ma, associate vice president of client devices at IDC Asia-Pacific, shared that even though Apple had not been at the “forefront” of technology, they were innovative in making the product easy enough to use and attractive enough for the mass market.

“Apple made technology cool by simplifying technology and making it cool,” he said in a phone interview.

Apple customer Tan Dezhong praised Jobs’ for daring to be different and challenging the status quo. “Jobs could tap his inner creativity to create products that change the world,” said the banker. “If I could, I’d like to pick up that ability.”

2. Have both foresight and confidence
In his tribute to Jobs, Frost & Sullivan Chairman David Frigstad wrote: “Many claim the title of a true visionary, but Jobs set the standard by which all others will be measured.”

IDC’s Ma noted that Jobs’ most striking trait was that he did not get “too caught up” in corporate bureaucracy when making decisions. It was always an intuitive decision–Jobs knew what consumers wanted even if “data told him otherwise”, he noted.

Van Baker, research vice president of retail and consumer technologies at Gartner, added that Jobs always knew where he wanted the company to go and was completely confident in the vision the company had.

The veteran also did not resort to outside polling to determine product directions, which allowed the company to deliver products to consumers that they didn’t know they need until they saw them, the U.S.-based analyst told ZDNet Asia in an e-mail.

“The premise of the film ‘Inception’ is that it is possible to seed an idea within a person’s dream to persuade them that the genius of a particular course of action stems from their own unconscious desires,” Windsor Holden, research director at Juniper Research wrote in a blog post. “Jobs was the mobile industry’s [version of] Cobb, the film’s central character–the man who planted the seeds.”

3. Focus on product, user experience
For a large company, Apple has a very narrow product offering, with a “high risk high reward” approach to the market, Baker noted. Most competitors have a product portfolio many times larger than Apple’s but Cupertino’s focus on its niche enabled the company to strike for excellence in each product they bring to market, he explained.

Jobs was better than most at saying “no”, Jan Dawson, Ovum’s chief telecom analyst, observed. He was surrounded by smart and creative people who “must have bombarded him with product and design ideas”, but he was “ruthless” at rejecting everything that wasn’t right, Dawson said.

As a result, Apple has a lean product portfolio, which provides real focus around the few products it owns and allows the company to invest strategically in them rather than spread the resources around, he added.

Apple also usually does not list technical specs for its iPhone and iPad devices, because it did not compete on that but instead the overall user experience, Dawson said. The company, he noted, chooses to combine optimized software and hardware to create the best and user-friendly devices in the market and this approach can also be extended to retail, customer service and other facets of the customer experience.

“It is unique in this regard, and that’s one of Jobs’ enduring legacies to the industry,” Dawson said.

4. Get involved with your organization
Jobs believed in getting involved in every facet of his organization, a unique personality different from many other CEOs, Hossenally of Frost & Sullivan observed, citing that the organization chart resembled “a wheel” with Jobs as the center with managers or departments depicted as the spokes.

This enabled him to have a highly hands-on knowledge of what exactly was happening in the company, he said.

Phil Hassey, founder of CapioIT added that most people lauded Jobs as a visionary innovator but what has not been discussed as much is his ability to know what he was good at, and inspire others. He was able to build an exceptional team of fellow visionary designers, and fellow leaders who were able to all share the same drive and focus on the products that truly differentiated Apple in the marketplace, Hassey said in an e-mail.

Frigstad added in his tribute that Job also avoided a “critical error” many CEOs make–ignore members of the CEO growth team or fill their team with weak members.

“Jobs always surrounded himself with the best people he could find and demanded the maximum from them,” the chairman wrote, citing Jobs’ original partnership with Steve Wozniak, working with Jonathan Ive for iMac, iPod and iPhone designs and hiring of Tim Cook to take Apple’s great approach to products and apply it to operations.

5. Don’t fear failure, define success yourself
Jobs did not allow success or failure to be determined by others’ yardsticks, Dawson noted.

People used to view Apple as a failed company because it never beat Microsoft at market share in the PC market, but Apple has been an undoubted success by many other definitions, he explained. While it has not beaten Microsoft in terms of market share, it has beaten all other PC manufacturers on profits, and become the biggest smartphone manufacturer in the world by revenue, shipment and profits, he added.

Adding on, Hossenally said Jobs had been “forced out” of Apple in the mid-1980s but instead of retiring, he opted to found another computer company NeXT, added.

“One should never fear failure,” he said.

6. Provide a persona for your company
More than any other CEO, Jobs came to embody Apple, putting a public and charismatic face on his company in a way few CEOs do, Dawson noted.

This was especially valuable as it took place in an era with much resentment toward “large, faceless companies”, he said, adding Jobs made Apple “relatable”.

The outpouring of tributes following his death is testament to Apple’s success in bridging the distance with consumers, Dawson said.

“One can’t imagine a similar fuss being made over any of the CEOs in the [technology] industry today.”

7. Be an inspiration
According to Hossenally, “inspire those around you” is the leadership philosophy of Jobs, and his leadership personified his individual trait and characteristics.

“Inspiration is a powerful force and one that every CEO or manager should strike to master in his or her own way,” he said, adding that many benefits will come along such as employees being highly motivated to aim higher even when faced with adversity.

This does not mean Jobs would have always been easy to work with, Hassey of Australia-based CapioIT pointed out, but he certainly understood how a single-minded and empowered team could really create value and change consumer marketing in developed countries around the world.

8. Pay attention to details
Jobs was known to have an incredible eye for detail, Gartner’s Baker said, and that is evident throughout his company–the discipline in how the Apple marketing is defined.

The CEO attention to detail can be seen in the industrial design of Apple’s products and services, simplicity of the user interface and its approachability to consumers that have never used an Apple device, he added.

9. Passion takes you far
Jobs was passionate about Apple and the products it delivered to the market, Gartner’s Baker noted. This passion drove a work ethic that made everyone at Apple labor “extremely hard” to get their products and services “as close to perfect” as they could.

“He would never accept less than the best effort from anyone,” Baker said. “He held himself and his team to the highest possible standards and that inspired the organization to do great things.”

10. Don’t get hopes high in premature stages
IDC’s Ma observed that many companies try to “keep shareholders happy” and prove the companies are doing well by announcing products before the launch. “These companies set a high expectation, get hopes high and potentially let everyone down.”

Apple, on the other hand, did just the opposite. Often known as a “secretive” company, Cupertino will not announce any of their products or confirm rumors until they are ready to share with the market, he added, noting that is a strategy worthy for other companies to follow.

source: CNET

ยุคของ “คลาวด์คอมพิวติ้ง”

ยุคของ "คลาวด์คอมพิวติ้ง"

การใช้งานคอมพิวเตอร์ในยุคต่อไป ไม่ใช่รูปแบบเดิม ๆ ที่ต้องเก็บไฟล์ทุกอย่างไว้ในฮาร์ดดิสก์ แต่ขยับไปสู่เทคโนโลยีที่เรียกว่า “คลาวด์คอมพิวติ้ง”
“เว็บไซต์เดอะการ์เดี้ยน” รายงานว่า ในอดีตเมื่อเราใช้คอมพิวเตอร์ หรือโน้ตบุ๊ก หากต้องการทำไฟล์เอกสาร, ตาราง หรือเขียนอีเมล์ ต้องทำผ่านโปรแกรมที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง ข้อมูลทั้งหลายจะเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ แม้คอมพิวเตอร์จะเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต แต่การทำงานยังเกิดเฉพาะในตัวเครื่อง
ปัจจุบันเริ่มมีคนใช้วิธีให้ คอมพิวเตอร์ที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อนประมวลผล หรือทำงานแทน โดยเครื่องเหล่านั้นอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต “คลาวด์” (ตั้งชื่อตามลักษณะแผนภาพเน็ตเวิร์กที่วาดเป็นรูปก้อนเมฆ) เมื่อวิธีการดังกล่าวเริ่มแพร่หลาย ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนไม่น้อยจึงกลายเป็นผู้ใช้ “คลาวด์คอมพิวติ้ง”
ขณะนี้การใช้งานยังขยายไปถึงการทำงาน บนสมาร์ทโฟน, ไอแพด หรือคอมพิวเตอร์พกพาอย่างเน็ตบุ๊ก ข้อมูลส่วนใหญ่บนอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้เก็บเอาไว้ในเครื่อง แต่เก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของ ผู้ให้บริการอย่างกูเกิล, ยาฮู, เฟซบุ๊ก, อะเมซอน และไมโครซอฟท์ หากต้องการมากกว่าเช่าคอมพิวเตอร์ หรือเซิร์ฟเวอร์เสมือนบนคลาวด์ เช่น บริการของอะเมซอนในขณะนี้

บริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ที่หันมาใช้ “คลาวด์คอมพิวติ้ง” เพราะความประหยัดเป็นหลัก ทำให้ไม่ต้องตั้งแผนกงานไอทีซึ่งเป็นทั้งส่วนที่มีค่าใช้จ่ายสูงและไม่ทำให้ เกิดกำไร พวกเขายังมีทางออกอื่นด้วยการใช้เทคโนโลยีคลาวด์เปิดโอกาสให้บริษัทไอทีดูแล ระบบไอทีพื้นฐานแทน สิ่งที่องค์กรเหล่านี้ต้องทำมีแค่จ่ายค่าเช่าการใช้งานคลาวด์เท่านั้น

สำหรับผู้บริโภคทั่วไปหันมาใช้ “คลาวด์คอมพิวติ้ง” เพราะฝีมือของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ อาทิ ไมโครซอฟท์, กูเกิล หรือยาฮู ที่เสนอรูปแบบบริการที่เป็นประโยชน์ โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่านี่คือเทคโนโลยีคลาวด์แบบหนึ่ง

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ได้แก่ เสิร์ชเอ็นจิ้นของกูเกิล หรือบิง, เว็บเมล์”ฮอตเมล์” หรือ “จีเมล์”, เว็บโพสต์รูป”ฟลิกเกอร์” หรือ “พิคาซ่า” และ โซเชียลเน็ตเวิร์ก “เฟซบุ๊ก” เป็นต้น

บริการเหล่านี้คือ “คลาวด์คอมพิวติ้ง” ที่ให้ใช้งานได้ฟรี แต่อาจหารายได้ผ่านโฆษณาทั้งไม่ต้องการซอฟต์แวร์พิเศษเพื่อเปิดใช้ เว้นแต่เว็บบราวเซอร์สักตัวในเครื่อง

“คลาวด์คอมพิวติ้ง” ยังเข้าไปเกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์หลายด้าน กลุ่มที่ชอบถ่ายรูป ข้อดีของการเก็บภาพไว้บนคลาวด์ คือทำให้เผยแพร่ภาพให้คนอื่นเห็นได้สะดวก ใช้เป็นคลังภาพสำรองกรณีฮาร์ดดิสก์เสีย โดย “ฟลิกเกอร์” เป็นเว็บไซต์ด้านรูปภาพที่ขึ้นชื่อที่สุด แต่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เฟซบุ๊กเริ่มตีตื้นขึ้นมา เนื่องจากทั้งคู่ทำให้ผู้ใช้นำภาพไปแชร์ในโซเชียลเน็ตเวิร์กได้โดยสะดวก

ผู้ที่นิยมเสียงเพลง “คลาวด์คอมพิวติ้ง” เปิดโอกาสให้ฟังเพลงจากที่ไหน เวลาใด ผ่านอุปกรณ์ใดก็ได้ ทำให้ค่ายเพลงเก็บข้อมูลเพลงที่ซื้อไว้แบบออนไลน์ ข้อมูลลำดับการเล่นของลูกค้าแต่ละคน

“แอปเปิล” ไอ-คลาวด์ เป็นเจ้าตลาดเพลงออนไลน์ แต่เซอร์วิสของแอปเปิลก็ต้องพบกับคู่แข่งสำคัญ “โซนี่ มิวสิก อันลิมิเต็ด” ที่มีจุดเด่นเรื่องการมีคลังเพลงที่โดดเด่น ฟังเพลงผ่านสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ หรือเกมเพลย์สเตชั่น 3 ได้

คลาวด์คอมพิวติ้งสำหรับ “นักเล่นเกม” ต่างออกไป ไม่ได้ใช้ระบบให้ลูกค้าอัพโหลดไฟล์เกมไว้บนเซิร์ฟเวอร์ ผู้เล่นไม่ได้เป็นเจ้าของเกมโดยตรง แต่เล่นเกมของผู้ให้บริการผ่านวิดีโอสตรีมมิ่ง

ผู้ให้บริการเกมผ่านคลาวด์รายใหญ่บริษัท “ออนไลฟ์” คิดค่าบริการเป็นรายเดือน จากนั้นจะถ่ายทอดสดภาพเกมไปสู่หน้าจออุปกรณ์ใด ๆ ก็ตามที่ลูกค้ารายนั้นใช้ ทั้งจอคอมพิวเตอร์, จอเครื่องแมค, จอทีวี หรือแม้แต่แท็บเลต

นอกจากคลาวด์จะเกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์และเว็บไซต์แล้ว ยังเริ่มมีอิทธิพลไปสู่ฮาร์ดแวร์แบบใหม่ด้วย

“กูเกิล” ออกแล็ปทอปชื่อ “โครมบุ๊ก” ให้การทำงานของเครื่องส่วนใหญ่พึ่งคลาวด์เซอร์วิสจาก “กูเกิล”

“โครมบุ๊ก” จะต่อไปยังเว็บบราวเซอร์ทันทีที่เปิดเครื่อง เช่นเดียวกับ “แท็บเลต” ของอะเมซอน “คินเดิ้ล ไฟร์” ที่ใช้กับคลาวด์เซอร์วิสของบริษัทได้

 

source: wiseknow

Rambus loses ‘RDRAM’ case, stock drops

Best Buy cuts outlook on disappointing earnings

Best Buy’s fiscal second-quarter results fell short of expectations and the company cut its outlook amid “challenges to overall consumer spending and lower consumer electronics industry sales.”

Specifically, Best Buy reported second-quarter earnings of $177 million, or 47 cents a share, down from 60 cents a share a year ago. Revenue was $11.34 billion, flat compared to the second quarter a year ago. Wall Street was expecting Best Buy to report second-quarter earnings of 53 cents a share on revenue of $11.47 billion.

In the second quarter, same-store sales were down 2.8 percent from a year ago.

As for the outlook, Best Buy projected fiscal 2012 revenue to be between $51 billion and $52.5 billion, with same-store sales flat to down 3 percent. Wall Street was looking for revenue of $52 billion.

For fiscal 2012, Best Buy said earnings would be between $3.35 a share and $3.65 a share. Those results include a bump from share repurchases that will boost earnings 20 cents a share to 25 cents a share. Excluding share repurchases, Best Buy said its earnings outlook is lower than the $3.30 a share to $3.55 a share before. Wall Street was expecting fiscal 2012 earnings of $3.46 a share.

Among the key data points:

• Online revenue was up 13 percent in the quarter.

• Tablet and e-readers sales were strong in the U.S., but those gains were offset by weak TV, gaming, camera, and physical media sales. Mobile phone same-store sales fell 5 percent because there was a dearth of new phones launched in the quarter.

• Inventory was up slightly from a year ago at $6.4 billion.

• Best Buy ended the quarter with cash and equivalents of $2 billion.

Best Buy revenue by category for second fiscal quarter, Sept. 2011
(Credit: Screenshot by Larry Dignan/ZDNet)

source : cnet

Inside the iPhone 5

With anticipation for Apple’s iPhone 5 (or whatever branding is ultimately used) extremely high, most of the focus has been, not surprisingly, on design and timing. But what will make the iPhone 5 tick? That’s the question I asked a couple of experts.

The upcoming phone is expected to pack Apple’s latest and greatest A5 silicon, a Qualcomm 3G chip, and circuits that support a higher-resolution camera.

A5 chip: The Apple A5 houses the main processor–or so-called application processor–that will power the phone. The A5 (technically a system-on-a-chip or SoC) is the same chip that currently powers the iPad 2. The A5 distinguishes itself from the older A4, used in the iPhone 4, by having two processor cores (the A4 has one) and faster graphics circuits. Two cores allow the device–like the iPad 2–to multitask better than a single-core phone.

“It’s liable to be the A5,” said Will Strauss, president of Forward Concepts, a company that tracks the phone chip market. But Strauss expects the chip to be a variation of the A5 in the iPad 2. “It’s a geometric shrink of the A5. The geometries (size of the chip) will be smaller,” he said. Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) is expected to manufacture the chip, not Samsung, the longtime supplier of iPhone chips, added Strauss.

A shrink of an existing chip typically results in better performance and/or lower power consumption.

Linley Gwennap, principal analyst at The Linley Group, a chip consulting firm, agrees that it will be an A5. “Presumably, dual-core A5…I haven’t heard anything different,” he said in response to an e-mail query.

But getting a dual-core chip into a small device like a smartphone–as opposed to the larger iPad–means that chip must excel at effectively managing how much power it uses. “The secret is the power management. It’s got dynamic power management. So, the chip can lower the [speed] depending on the workload,” Strauss said.

3G or LTE? One of the burning questions about the next version of the iPhone is whether it will have LTE (Long Term Evolution), a faster broadband technology sometimes referred to as 4G. “I don’t think LTE is going to be in it. That won’t happen until the April announcement (of a future iPhone),” Strauss said.

Qualcomm: Which brings us to the 3G chip. “Verizon has already said it’s going to be a world phone. So, it has to be able to handle WCDMA and CDMA. And, of course, that’s Verizon. We’ve not heard anything out of AT&T. But if it’s going to be the identical device, it has to be Qualcomm as far as the baseband (3G) goes,” said Strauss.

“Qualcomm baseband would enable one iPhone model that works on all networks,” said Gwennap.

Strauss’ and Gwennap’s assessments are echoed by other analysts , who have said that Qualcomm will supply the baseband chip, allowing “Apple to streamline production of the iPhone for various countries.”

Camera: OmniVision is rumored to be supplying the 8-megapixel CMOS sensor that comprises the circuitry for the iPhone 5’s camera. That would be a step up from the 5-megapixel camera in the iPhone 4. Sony will also supply

source: Cnet

Apple criticized for China supply chain pollution

Chinese environmental groups have accused Apple of turning a blind eye as its suppliers pollute the country, the latest criticism of the technology company’s environmental record.
Toxic discharges from “suspected Apple suppliers” have been encroaching on local communities and environments, a coalition of environmental organizations said today in a 46-page report alleging efforts to conceal pollution.

Widespread environmental degradation has accompanied China’s breakneck economic growth, and the government has been criticized for failing to take steps to curb pollution.
“The large volume of discharge in Apple’s supply chain greatly endangers the public’s health and safety,” said the report, issued on the Web site of the Beijing-based Institute of Public and Environmental Affairs. The report alleges that 27 suspected Apple suppliers had severe pollution problems, from toxic gases to heavy metal sludge. In one case, the report said, a nearby village experienced a “phenomenal rise in cases of cancer.”

Apple has decided to “take advantage of loopholes” in developing countries’ environmental management systems to “grab super profits,” it said.
Apple does not disclose who its suppliers are. The environmental groups said public documents and five months of research and field investigation led to the findings in the report.
“A large number of IT supplier violation records have already been publicized; however, Apple chooses not to face such information and continues to use these companies as suppliers. This can only be seen as a deliberate refusal of responsibility,” the report said.

This is not the first time Apple has been targeted for environmental infractions and its secretive supply chain management in Chinese factories, where it assembles most of its products. In January, several of the same non-governmental organizations issued a report alleging woeful environmental records for the iPad and iPhone maker’s China-based contract manufacturers. In February, workers at a Taiwanese-owned factory in eastern China making touch screens on contract for Apple aired their grievances over a chemical poisoning after using N-Hexane, a toxic solvent. Apple says it maintains a rigorous auditing regime and all its suppliers are monitored and investigated regularly.

“Apple is committed to driving the highest standards of social responsibility throughout our supply base,” Apple spokeswoman Carolyn Wu told Reuters. “We require that our suppliers provide safe working conditions, treat workers with dignity and respect, and use environmentally responsible manufacturing processes wherever Apple products are made,” she said.

Apple is not alone in drawing criticism from environmental groups. Some of the world’s leading brands rely on Chinese suppliers that pollute the country’s environment with chemicals banned in Europe and elsewhere. Many Western multinationals–including toymaker Mattel, which suffered a toxic lead paint scandal in 2007–have struggled to regulate product quality across scores of suppliers in knotted Chinese supply chains. Environmental degradation has emerged as one of the most potent fault lines in Chinese society.

Beijing has repeatedly promised to clean up its stressed environment. But it often fails to match that rhetoric with the resources and political will to enforce its mandates, as local officials put growth, revenue, and jobs ahead of environmental protection.

 

Source : Reuters