เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ขยายตัวต่อเนื่องทุกกิจกรรม

     ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 สะท้อนภาพการเร่งตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้นจากเดือนก่อน ตามภาคอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัว เข้าใกล้ระดับก่อนน้ำท่วมได้เร็วกว่าที่คาด และความเชื่อมั่นภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้การใช้จ่ายในประเทศเติบโตได้ในอัตราสูง ขณะที่การส่งออกพลิกกลับมาขยายตัวตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และสถานการณ์เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่เริ่มมีเสถียรภาพและยังไม่มีปัจจัยลบที่มีนัยสำคัญมากระทบในระยะนี้


ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย
ยกเว้น ดัชนีการผลิตสินค้าเกษตรและดัชนีราคาสินค้าเกษตร ใช้ตัวเลขของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังการผลิต ใช้ตัวเลขของสำนัก งานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม 

สรุปประเด็นเศรษฐกิจที่สำคัญในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 และอัตราเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2555 
ภาคเกษตรกรรมเดือนกุมภาพันธ์ 2555 มีสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นของผลผลิตสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 (YoY) เมื่อเทียบกับปีก่อน และ ร้อยละ 1.2 (MoM) เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ตามผลผลิตของยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง ที่ปรับตัวดีขึ้น และปาล์มน้ำมันที่เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรลดลงร้อยละ 16.1 (YoY) และร้อยละ 1.3 (MoM) ดีขึ้นจากเดือนมกราคมที่ลดลงร้อยละ 5.2 (MoM) เนื่องจากราคายางพาราและปาล์มน้ำมันเริ่มปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนก่อน หลังจากที่อุตสาหกรรมยานยนต์ ฟื้นตัว และความต้องการน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้นสูงขึ้น เช่นเดียวกับราคาข้าวที่ได้รับประโยชน์จากโครงการรับจำนำของรัฐบาล

ภาคอุตสาหกรรมเร่งตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับก่อนอุทกภัยได้เร็วกว่าที่คาด สะท้อนจากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 62.27 ในเดือนกุมภาพันธ์ จากร้อยละ 58.46 ในเดือนก่อน นำโดย การฟื้นฟู-ซ่อมแซมสายการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมจนกลับมาดำเนินกิจกรรมได้เกือบเป็นปกติ ขณะที่ การเร่งเพิ่มกำลังการผลิตของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แม้ว่าจะทำได้ล่าช้ากว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ก็นับว่ามีความคืบหน้าไปมาก จากหลายเดือนก่อนเช่นกัน ทั้งนี้ กำลังการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนกุมภาพันธ์ หดตัวในอัตราที่ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 3.4 (YoY) เมื่อเทียบกับปีก่อน ดีขึ้นจากที่หดตัวร้อยละ 15.0 (YoY) ในเดือนก่อน โดยหมวดอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อขายในประเทศ (ได้แก่ เครื่องดื่ม ปิโตรเลียม พลาสติก และผลิตภัณฑ์ยาง) ขยายตัวร้อยละ 19.6 (YoY) หมวดอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก (เช่น เคมีภัณฑ์ ยานยนต์ และรถจักรยานยนต์) ขยายตัวร้อยละ 8.5 (YoY) ขณะที่ หมวดอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อส่งออก (อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า หลอดอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้สำนักงาน สิ่งทอ และรองเท้า) หดตัวในอัตราที่น้อยลงมาที่ร้อยละ 18.6 (YoY) เทียบกับเดือนก่อนที่หดตัวร้อยละ 29.3 (YoY)

การบริโภคภาคเอกชนได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในช่วงหลังน้ำลด ส่งผลให้ภาพรวมการบริโภคยังขยายตัวได้ดีในกลุ่มสินค้าอุปโภค บริโภค เห็นได้จากมูลค่านำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคและการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขยายตัวร้อยละ 15.3 (YoY) และร้อยละ 19.3 (YoY) ตามลำดับ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการบริโภคสินค้าคงทน ทั้งรถยนต์นั่งและรถจักรยานยนต์ ที่ขยายตัวร้อยละ 2.7 (YoY) และร้อยละ 6.8 (YoY) ตามลำดับ หลังจากที่ภาวะการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว และปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนคลี่คลายลงไปมาก ทั้งนี้ ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนเดือนกุมภาพันธ์ ขยายตัวร้อยละ 6.6 (YoY) ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงกว่าในช่วงก่อนเกิดอุทกภัย

การลงทุนภาคเอกชนก็มีแนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่องเช่นกัน เห็นได้จากดัชนีการลงทุนภาคเอกชนเดือนกุมภาพันธ์ที่ขยายตัวร้อยละ 8.8 (YoY) เร่งตัว ขึ้นมากจากเดือนก่อนที่ขยายตัวเพียงร้อยละ 0.6 (YoY) ตามการเร่งลงทุน และกิจกรรมซ่อมแซม-ฟื้นฟูสายการผลิต-การค้า หลังน้ำลด ทำให้มูลค่าการนำเข้าสินค้าทุน มูลค่าการจำหน่าย เครื่องจักรในประเทศ และยอดจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ ขยายตัวร้อยละ 40.7 (YoY) ร้อยละ 8.6 (YoY) และร้อยละ 30.2 (YoY) ตามลำดับ ด้านการลงทุนโครงการก่อสร้างใหม่ก็ยังมี อยู่ต่อเนื่อง เห็นได้จากยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ และมูลค่าโครงการขอรับส่งเสริมการลงทุน ที่ขยายตัวร้อยละ 2.0 (YoY) และร้อยละ 89.7 (YoY) ตามลำดับ

ความเชื่อมั่นภาคเอกชนมีทิศทางสอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคการใช้จ่ายในประเทศ โดยความเชื่อมั่นผู้บริโภค ความเชื่อมั่นทางธุรกิจและความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม พร้อมใจกันปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ75.5 ระดับ 100.9 และระดับ 52.7 ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาพของการฟื้นตัวภาคอุตสาหกรรมหลังน้ำลดที่มีความชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ ทำให้เกิดการเร่งตัวของการบริโภคและการลงทุนเพื่อตอบสนองความต้องการเดิมที่มีอยู่ และเพื่อซ่อมแซม-ฟื้นฟูส่วนที่เสียหาย อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคและ ผู้ประกอบการ ยังคงมีความกังวลใจในประเด็นค่าครองชีพที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับสูง ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองไทย และภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งสะท้อนผ่านการปรับตัว ลดลงของดัชนีคาดการณ์ทั้ง 3 ตัว สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมีนาคม 2555 ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 สู่ระดับ 76.6 สูงสุดในรอบ 6 เดือน

ด้านการค้าระหว่างประเทศ การส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ มีมูลค่า 18,621 ล้านดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 (YoY) เมื่อเทียบกับปีก่อน ดีขึ้นจากที่หดตัวร้อยละ 6.1 (YoY) ในเดือนมกราคม โดยเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่กลับมาขยายตัวร้อยละ 4.7 (YoY) ดีขึ้นจากที่หดตัวร้อยละ 8.8 (YoY) ในเดือนมกราคม โดยเฉพาะการส่งออกในหมวดผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของราคาในตลาดโลก และการส่งออกยานยนต์ที่เพิ่มขึ้นตามการผลิตในประเทศที่ฟื้นตัวจากอุทกภัย ส่วนสินค้าเกษตรกรรมยังคงหดตัวร้อยละ 15.1 (YoY) สำหรับการนำเข้าในเดือนกุมภาพันธ์ มีมูลค่า 16,569 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวร้อยละ 8.2 (YoY) จากการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าทุน ที่ขยายตัวถึงร้อยละ 25.5 (YoY) และร้อยละ 21.9 (YoY) ตามลำดับ ตามการเติบโตของการใช้จ่ายในประเทศ
ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้ไทยสามารถบันทึกดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลถึง 2,052 ล้านดอลลาร์ฯ และ 1,092 ล้าน ดอลลาร์ฯ ตามลำดับ ดีขึ้นจากเดือนก่อนที่เกินดุล 522 ล้านดอลลาร์ฯ และ 981 ล้านดอลลาร์ฯ ตามลำดับ

อัตราเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2555 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยเร่งตัวขึ้น หลังราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นตามต้นทุนการผลิต-ขนส่ง ที่มีแรงหนุน จากราคาเชื้อเพลิงในประเทศ ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.45 (YoY) เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.59 (MoM) เมื่อเทียบกับเดือนก่อน นำโดย หมวดอาหารและ เครื่องดื่ม เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.66 (MoM) และหมวดที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.55 (MoM) และเมื่อหักสินค้าในกลุ่มอาหารสดและพลังงานซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.24 (MoM) ออก แล้ว อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.77 (YoY) และ 0.33 (MoM) ตามลำดับ

ค่าเงินบาทในประเทศ (Onshore) ปิดตลาด ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2555 ที่ระดับ 30.84 บาทต่อดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงจาก 30.26 บาทต่อดอลลาร์ฯ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2555 จากแรงซื้อดอลลาร์ฯของกลุ่มผู้นำเข้า และความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและตัวเลขอุตสาหกรรมที่ต่ำกว่าที่คาด ทำให้นักลงทุนลดสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง และเทขายสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ส่งผลให้ค่าเงินบาท ณ สิ้นเดือนมีนาคม อ่อนค่าลงจากระดับปิด ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ร้อยละ 1.9


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยเดือนกุมภาพันธ์ สะท้อนภาพการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจชัดเจนขึ้นกว่าเดือนมกราคม โดยนอกจากภาคการใช้จ่ายในประเทศที่ยังรักษาอัตราการขยายตัวได้ดีแล้ว เศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงหนุนจากภาคอุตสาหกรรมและภาคการส่งออกที่ฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาด ปัจจัยบวกดังกล่าว น่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1/2555 กลับมาขยายตัวได้ราวร้อยละ 1.0 (YoY) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และต่อเนื่องไปยังไตรมาสที่ 2/2555 สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2555 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญความท้าทายในการรักษาอัตราการขยายตัว เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่อาจกดดันให้การเติบโตของเศรษฐกิจไม่เป็นไป ตามที่คาด อาทิ ภาวะต้นทุนการผลิต ค่าครองชีพ และแรงกดดันเงินเฟ้อในประเทศ ตลอดจนทิศทางเศรษฐกิจต่างประเทศที่ยังอาจสะท้อนภาพเชิงลบจากการชะลอตัวของจีน และวิกฤตหนี้ยุโรป เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงยังคงตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2555 ที่กรอบร้อยละ 4.5-6.0 โดยต้องติดตามประเด็นค่าครองชีพและภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งอาจจะมีแรงกดดันที่สูงขึ้น และทำให้ภาพรวมของอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2555 ทรงตัวอยู่ในระดับสูงร้อยละ 3.9

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: