นวัตกรรม “ยางรถยนต์สีเขียว Green Tires” กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดย แลงเซส

       

แลงเซส นำเสนอนวัตกรรม “ยางรถยนต์สีเขียว” ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

  • แลงเซสประกาศให้ปี พ.ศ. 2555 เป็นปีแห่งยานยนต์สีเขียว (Green Mobility)
  • เปิดวิสัยทัศน์เทคโนโลยียางรถยนต์สีเขียว (Green tires) เพื่อร่วมเสริมสร้างความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย
  • พร้อมให้ความรู้ในเรื่อง ข้อบังคับการติดฉลากยางรถยนต์ ซึ่งจะนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศโลก และการเสริมสร้างความปลอดภัยในการขับขี่อย่างยั่งยืน
  • เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยีสีเขียวที่บูธ E4 ในงาน Rubber Tech Expo 2012 ที่ไบเทคฯ บางนา

(จากซ้าย)  มร. อีธาน ซิกเลอร์  ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประจำอินเดียและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หน่วยธุรกิจ ยางบิวทิว
และยางบิวทาไดอีน ของแลงเซส มร. ลิม ยิว ซี  ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาด ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก หน่วยธุรกิจ ยางบิวทาไดอีน ของแลงเซส


กรุงเทพฯ
8 มีนาคม 2555 – ผู้บริหารระดับสูงของแลงเซส ซึ่งเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำของโลกจากประเทศเยอรมนี เปิดตัวเทคโนโลยียางรถยนต์สีเขียว (Green tires) ต่อสื่อมวลชนไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งนวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิตยางรถยนต์แห่งโลกอนาคตดังกล่าว จะนำมาซึ่งศักยภาพสูงสุดในการประหยัดเชื้อเพลิงและการมุ่งพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมด้วย

ผู้บริหารของบริษัทยังได้กล่าวถึง ประเด็นของยานยนต์สีเขียว (Green Mobility) ว่า ในอนาคตอันใกล้ ทั้งผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมจะตระหนักดีถึงความสำคัญของเทคโนโลยียานยนต์สีเขียว ซึ่งจะกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตยานยนต์และพาหนะในรูปแบบอื่นๆ

“เราเห็นว่า ในประเทศไทยเองก็ได้มีการตอบรับเป็นอย่างดีในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม สำหรับในภาคธุรกิจนั้น

เราก็มองเห็นว่าองค์กรธุรกิจของไทยกำลังพยายามอย่างยิ่งจะก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตที่ไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม” มร. อีธาน ซิกเลอร์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประจำอินเดียและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของหน่วยธุรกิจ ยางบิวทิว และ ยางบิวทาไดอีน ของ แลงเซส กล่าว


มร. อีธาน ซิกเลอร์

“ยางสังเคราะห์นีโอดิเมียม โพลิบิวทาไดอีน (Nd-PBR) ที่ผลิตโดยแลงเซส สามารถใช้เพื่อผลิตยางรถยนต์ที่มีความประหยัดและมีแรงเสียดทานการหมุนของล้อรถในระดับต่ำ การตัดสินใจที่จะสร้างโรงงานผลิตยางสังเคราะห์ นีโอดิเมียม โพลิบิวทาไดอีน (Nd-PBR) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของเราที่ประเทศสิงคโปร์นั้น แสดงให้เห็นว่าแลงเซสรู้ทิศทางของความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นต่อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาคอุตสาหกรรมที่มีความต้องการสารเคมีทางเลือกเพื่อการประหยัดพลังงาน” มร. ลิม ยิว ซี ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาด ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ของหน่วยธุรกิจ ยางบิวทาไดอีน กล่าว

ยางรถยนต์สีเขียวกับประสิทธิภาพการลดแรงต้านการหมุนของล้อ


มร. ลิม ยิว ซี

การขับขี่ยวดยานบนท้องถนน ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนก๊าซที่ถูกปลดปล่อยทั้งหมดในโลก ยางรถยนต์นั้นเป็นส่วนประกอบที่ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์  และทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 24 เปอร์เซ็นต์จากการขับขี่ จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจที่ประเทศต่างๆในกลุ่มสหภาพยุโรปกำลังมีมาตรการเพื่อที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยเริ่มจากยางรถยนต์

มาตรฐานการติดฉลากยางรถยนต์ ซึ่งสหภาพยุโรปจะนำมาใช้ภายในปีนี้ จะมีการระบุคุณสมบัติของยางในแง่ของความประหยัดเชื้อเพลิง การยึดเกาะในสภาวะถนนลื่น และมลภาวะทางเสียง

ยิ่งไปกว่านั้น จะมีการกำหนดระดับประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานตั้งแต่ A ถึง G คล้ายกับที่ใช้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น ตู้เย็นหรือเครื่องซักผ้า ฉะนั้น ยางรถยนต์ที่มีแรงเสียดทานในระดับต่ำมาก ซึ่งจะก่อให้เกิดการประหยัดพลังงานในระดับสูง จะได้รับการจัดมาตรฐานในระดับ A ซึ่งผู้บริโภคจะรู้ได้ทันทีว่า ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ที่กำลังจะซื้อนั้น มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพียงใด

“เรากำลังพัฒนาสารสังเคราะห์และสารเติมแต่งเพื่อผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่งจะสามารถลดแรงเสียดทานได้มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่มีผลกระทบต่อความสามารถในการยึดเกาะถนนและอายุการใช้งาน” มร. อีธาน ซิกเลอร์ กล่าว

การลดแรงเสียดทานสามารถจะช่วยในการประหยัดพลังงานได้ ดังจะเห็นได้จากตัวเลขการใช้เชื้อเพลิงตั้งต้นของยานยนต์ประมาณ 10 ลิตรต่อการขับขี่ 100 กิโลเมตร โดยการใช้ยางสีเขียวนั้น จะใช้เชื้อเพลิงลดลงเหลือประมาณ 9.5 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ ประมาณ 1.2 กิโลกรัม ต่อ 100 กิโลเมตร ดังนั้นยางที่ทำจากสารสังเคราะห์พิเศษเหล่านี้ จะมีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการช่วยปกป้องชั้นบรรยากาศของโลก

มร. อีธาน ซิกเลอร์ กล่าวเสริม

บทบาทของยางรถยนต์สีเขียวจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากความต้องการในการใช้รถยนต์ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้ภาครัฐต้องหันมาบังคับใช้ยานยนต์สีเขียวซึ่งมีแรงต้านการหมุนต่ำ พร้อมทั้งมีความปลอดภัยกับสิ่งแวดล้อมและชั้นบรรยากาศ

แลงเซสประมาณการว่า ส่วนแบ่งตลาดของยางรถยนต์สีเขียวที่มีประสิทธิภาพสูงนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 77 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับยางรถยนต์ธรรมดาภายในปี พ.ศ. 2558  เป็นที่คาดการณ์กันว่า ประเทศในทวีปเอเชียจะมีการประกาศใช้ข้อบังคับเรื่องการติดฉลากยางรถยนต์ ดังที่จะประกาศใช้ในเร็วๆ นี้ในสหภาพยุโรป โดยคาดว่าประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่นจะเป็นผู้นำในเรื่องดังกล่าว

นอกจากนี้ แลงเซส ได้ทำการจัดแสดงนิทรรศการด้านเคมีภัณฑ์ในงาน Rubber Technology Expo 2012 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าไบเทคบางนา บูธหมายเลข E4 ขอเชิญท่านผู้สนใจเข้าชมได้ตามสะดวก

 เกี่ยวกับแลงเซส
แลงเซส (LANXESS) เป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำที่มียอดขายรวม 7.1 พันล้านยูโร (ประมาณ 2.98 แสนล้านบาท) ในปี 2553 ปัจจุบันมีพนักงานราว 16,100 คนใน 30 ประเทศ มีฐานการผลิต 47 แห่งทั่วโลก ทั้งนี้ ธุรกิจหลักของ แลงเซส (LANXESS) ได้แก่ การพัฒนา การผลิต และการจัดจำหน่ายพลาสติก ยาง สารที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต (intermediates)  และเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเฉพาะด้าน แลงเซส เป็นสมาชิกของ Dow Jones Sustainability Index (DJSI)  และ FTSE4Good

ข้อมูลเพิ่มเติม


ที่มา TTME News

T./F. 02 726 4800 e-mail: ttmemedia@ttmebook.com
Twitter : ttmeplus
eBook : http://www.issue.com/ttme หรือ http://www.ebooks.in.th/ttmeebook

————————————–

       


LANXESS showcases ‘Green Tires’ technology in Thailand

  • LANXESS announces 2012 as the ‘Year of  Green Mobility’
  • Introduces ‘Green tires’ technology enhancing the future of automotive industry in Thailand
  • Educates on Tire Labeling Legislation – a path to reduced CO2 emissions, sustainability and safety
  • Exhibiting at Rubber Tech Expo 2012, Booth no. E4

 
(from left) Mr. Ethan Sigler, Marketing Manager for India and Southeast Asia region, Butyl Rubber and
Performance Butadiene Rubber Business Units, LANXESS,
and Mr. Lim Yew Swee, Market Development Manager,
Asia-Pacific region, Performance Butadiene Rubber (PBR) Business Unit, LANXESS.


Bangkok, 8 March 2012 –
Innovations in rubber technology that contribute to the creation of fuel-saving and eco-centric “Green Tires” were the focal point of comments made today by LANXESS executives in Thailand.

Addressing the theme of Green Mobility, LANXESS executives said they foresee a near future in which consumer and business awareness of Green Tires become the norm for automobiles and other motor vehicles.

“We see that there is a high awareness of the green movement in Thailand, and we see that the business community is already beginning to embrace a position of zero carbon emissions,” said Mr. Ethan Sigler, Marketing Manager for India and Southeast Asia region, Butyl Rubber and Performance Butadiene Rubber (BTR) Business Units, LANXESS.


Mr. Ethan Sigler

“Neodymium polybutadiene rubber (Nd-PBR) by LANXESS can be used to create fuel-saving, low-rolling resistance tires. The decision to build the world’s largest Nd-PBR plant in Singapore clearly reflects LANXESS understanding of growing demand of the automotive market in APAC and the industry’s increasing need for fuel saving solutions.” said Mr. Lim Yew Swee, Market Development Manager, Asia-Pacific region, Performance Butadiene Rubber (PBR) Business Unit, LANXESS.

“Green” tires with far lower rolling resistance


Mr. Lim Yew Swee

Road traffic accounts for 18 percent of global CO2 emissions. And tires are responsible for between 20 and 30 percent of a passenger car’s fuel consumption and around 24 percent of its CO2 emissions. It therefore comes as no surprise that legal regulations for cutting the CO2 emissions of vehicles – such as the forthcoming EU tire labeling regulation – start with tires.

Standardised labeling, which the European Union will introduce in 2012, provides information on three key tire performance qualities – fuel consumption, wet grip and rolling noise.

Planned are seven hierarchical grades from A to G, similar to the energy efficiency classes of refrigerators or washing machines. Tires that offer exceptionally low rolling resistance contributing to lower fuel consumption receive the top grade of ‘A’.  As a result of the label, a customer can immediately tell how “green” the tires that he/she is about to purchase are.

“We have developed special-purpose rubbers and rubber additives that help cut the rolling resistance of tires by up to 30 percent without having a negative impact on their wet grip and service life,” said Sigler.

Reducing rolling resistance to this extent cuts the fuel consumption of a passenger car – with a gasoline engine and average fuel consumption of 10 l/100 km – by half a liter per 100 km and its CO2 emissions by 1.2 kg per 100 km. “This way, tires made of our special-purpose rubbers are already making an important contribution to climate protection,” added Mr. Sigler.

This contribution will rise significantly in the future, because global growth in mobility is forcing national legislators to push the use of “green” low rolling resistance tires to protect the environment and our climate.

LANXESS expects the share of these high-performance tires compared to normal tires to rise by 77 percent by 2015. Asian nations too are joining their European counterparts to embrace Green Tire Labeling.  Korea and Japan are among the leaders in this movement, while other nations in Asia are expected to embrace green tire labeling legislation in the near future.

The press conference was held in conjunction of LANXESS participation at the Rubber Technology Expo 2012 that will be held in Bangkok from 8 – 10 March. To view LANXESS range of rubber products visit booth number E4, at BITEC.

About LANXESS

LANXESS is a leading specialty chemicals company with sales of EUR 7.1 billion in 2010 and currently around 16,100 employees in 30 countries. The company is at present represented at 47 production sites worldwide. The core business of LANXESS is the development, manufacturing and marketing of plastics, rubber, intermediates and specialty chemicals. LANXESS is a member of the leading sustainable indices Dow Jones Sustainability Index (DJSI) World and FTSE4Good.

 Forward-Looking Statements.

This news release may contain forward-looking statements based on current assumptions and forecasts made by LANXESS AG management. Various known and unknown risks, uncertainties and other factors could lead to material differences between the actual future results, financial situation, development or performance of the company and the estimates given here. The company assumes no liability whatsoever to update these forward-looking statements or to conform them to future events or developments.

More Information :
– About to LANXESS (Sound/VDO) http://corporate.lanxess.com/en/media/audio-video
– Other information LANXESS http://webmagazine.lanxess.com

Source : TTME News

T./F. 02 726 4800 e-mail: ttmemedia@ttmebook.com
Twitter : ttmeplus
eBook : http://www.issue.com/ttme or http://www.ebooks.in.th/ttmeebook


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: