นโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรก ใครได้เปรียบ เสียเปรียบ

จากมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการคืนภาษีสำหรับรถยนต์คันแรกที่มีข้อสรุป ออกมาในวันที่ 13 กันยายน 2554 ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้มี การพูดถึงกันอย่างกว้างขวางตลอดตั้งแต่ช่วงการจัดการเลือกตั้งเมื่อกลางปี 2554 ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นนโยบายที่จะมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อรถของผู้บริโภค และการ วางแนวทางการทำตลาดของค่ายรถยนต์เพื่อให้สอดคล้องกับประโยชน์ที่จะได้รับจาก นโยบาย แต่แม้จะมีการคาดการณ์กันก่อนหน้านี้ว่า ผลของนโยบายที่ออกมานี้ย่อมมีส่วน อย่างมากในการกำหนดทิศทางตลาดรถยนต์ในประเทศในช่วงที่เหลือของปี 2554 และตลอดทั้งปี 2555 ซึ่งเป็นช่วงที่นโยบายมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตามจากผลกระทบจาก วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในประเทศที่กำลังเผชิญอยู่นี้ ย่อมส่งผลโดยตรงทำให้ผลของนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรกที่คาดว่าจะได้รับนั้น ยืดระยะเวลาออกไป แต่ทว่า หลังจากวิกฤตน้ำท่วมได้คลี่คลายลงแล้ว นโยบายดังกล่าวน่าจะมีบทบาทที่สำคัญในการช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยได้ ไม่มากก็น้อย และย่อมจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งในทางบวกและทางลบแตกต่างกัน ออกไป

นโยบายรถคันแรกจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในปี 55 หลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่คลี่คลาย

แม้รัฐบาลจะมีการประกาศให้โครงการรถยนต์คันแรกเริ่มมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2554 และได้มีการจัดงานมหกรรมเพื่อเปิด ตัวโครงการไปตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 14 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมาก็ตาม จะเห็นว่าผลตอบรับที่ออกมาหลับยังไม่ค่อยดีนัก โดยในช่วง 4 วันที่จัดงาน พบว่ามียอดจองซื้อรถยนต์ภายในงาน เพียงประมาณ 7,000 คัน ขณะที่มีผู้ยื่นขอรับคืนเงินภาษีสรรพสามิตตามโครงการประมาณ 800 ราย เท่านั้น ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้ตลอดการจัดงานยังมี ยอดผู้เข้าชมงานเพียง 100,000 คนเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 250,000 คน ค่อนข้างมาก โดยสาเหตุสำคัญน่าจะมาจากการที่ระยะเวลาการจัดงานอยู่ระหว่าง ช่วงเกิดเหตุการณ์อุทกภัย ซึ่งได้ขยายวงกว้างเข้าสู่หลายจังหวัดใน เขตปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯด้วย สร้างความวิตกกังวลต่อผู้บริโภคทั้งในแง่ของความเชื่อมั่น และกำลังซื้อ ส่งผลทำให้การตัดสินใจซื้อรถยนต์ใหม่ในช่วงระยะนี้ชะลอลง

นอกเหนือจากความสนใจซื้อรถยนต์จะชะลอลงในช่วงที่เกิดปัญหาอุทกภัยแล้ว การที่ค่ายรถต่างได้รับผลกระทบจนทำให้ต้องมีการลด กำลังการผลิตหรือหยุดผลิตเป็นระยะเวลาช่วงหนึ่งนั้น อาจส่งผลทำให้เกิดการขาดแคลนรถยนต์ที่จะออกขายสู่ตลาดได้เช่นเดียวกับกรณี ช่วงหลังจากเกิดภัยสึนามิในประเทศญี่ปุ่น ที่แม้ว่าความต้องการรถจะสูงแต่ปริมาณรถที่ขายอยู่ในท้องตลาดกลับมีไม่เพียง พอต่อความต้องการ ทำให้เกิดการค้างส่งมอบรถยนต์จำนวนมาก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวก็เพิ่งจะคลี่คลายลงไปได้ระดับหนึ่งก่อนที่จะเกิด ปัญหาน้ำท่วมตามมาในเดือนตุลาคม โดยในครั้งนั้นอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ต้องใช้ระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 3 ถึง 4 เดือนในการ ฟื้นกำลังการผลิตให้กลับคืนมาสู่ระดับปกติ ซึ่งจากผลกระทบของภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ก็คาดว่าอาจจะส่งผลต่อกำลังการผลิต เป็นระยะเวลาไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ โดยจะมีบาง ค่ายที่ฟื้นตัวได้เร็วกลับมาผลิตได้ในระดับปกติในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2555 ในขณะที่บางค่ายอาจฟื้นตัวได้ช้าและกลับมาผลิตได้ในระดับปกติในช่วงไตรมาส ที่ 2 ปี 2555

จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ย่อมส่งผลทำให้ตลาดรถยนต์ในประเทศช่วงที่เหลือของปี 2554 นี้ แม้จะมีปัจจัยบวกเข้ามากระตุ้นทั้ง จากนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรก และจากการจัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โปในช่วงระหว่างวันที่ 1 ถึง 12 ธันวาคม 2554 แต่ก็คาดว่าจะไม่ทำให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศกลับไป คึกคักได้ดังช่วงไตรมาสที่ 3 ในขณะเดียวกันก็ยังมีโอกาสที่จะหดตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนด้วย เช่นกัน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ จากปัจจัยหลักที่มาจากผลกระทบของน้ำท่วม จะส่งผลทำให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศลดลงเหลือ 125,000 ถึง 155,000 คัน หดตัวลงร้อยละ 49 ถึง 36 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน และลดลงจากที่สามารถทำยอดขายได้ 238,957 คัน ในไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ในปี 2555 หลังจากสถานการณ์ผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมเริ่มคลี่คลายลง นโยบายรถยนต์คันแรกจะเริ่มมีบทบาทสำคัญอีกครั้งในการกระตุ้นยอดขายรถยนต์ปี 2555

เอสเอ็มอีที่ได้ประโยชน์หลัก…กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนและดีลเลอร์สำหรับรถยนต์ที่ได้รับการคืนภาษี

จากหลักเกณฑ์ของรัฐบาลเพื่อให้นโยบายไปสู่กลุ่มเป้าหมาย คือ ประชาชนรายได้น้อยที่ไม่เคยมีรถยนต์มาก่อน ทำให้รถยนต์ประเภทที่จะได้รับประโยชน์เป็นกลุ่มรถยนต์ที่มีราคาขายปลีกไม่ เกิน 1 ล้านบาท และจะต้องเป็นรถยนต์นั่งต้องมีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 cc. หรือรถกระบะ (Pick up) หรือรถยนต์นั่งกึ่ง บรรทุก (Double Cab) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนตลาดรวมกันราวร้อยละ 68 ของตลาดรถยนต์รวม โดยเกณฑ์ในการคืนภาษีจะคืนให้เท่ากับภาษีสรรพสามิตที่รถยนต์แต่ละคันต้อง จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท ส่งผลให้รถยนต์แต่ละรุ่นนั้นได้คืนภาษีมากน้อยต่างกันไปตามต่างกันไปตาม จำนวนภาษีสรรพสามิตที่จ่ายและราคาขายปลีกของรถยนต์แต่ละรุ่น โดยรถยนต์นั่งขนาดเล็กจะได้ลดภาษีโดยเฉลี่ยแล้วสูงกว่า รถกระบะดับเบิ้ลแค็ป รถอีโคคาร์ และรถปิกอัพ ตามลำดับ

อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์

 

ประเภทรถยนต์ อัตราภาษี (%)
  รถยนต์นั่ง (<1,500 cc) 25
  Pick Up 3
  Double Cab 12
  Eco Car 17

ที่มา : กระทรวงการคลัง

จากตาราง แม้ว่ารถยนต์นั่งจะมีโอกาสได้รับเงินคืนภาษีที่สูงกว่ารถปิกอัพ ทำให้เป็นรถประเภทที่น่าจะได้รับประโยชน์ ขณะที่รถปิกอัพอาจ เสียประโยชน์จากนโยบายดังกล่าว ทว่าจากทิศทางการแข่งขันของรถปิกอัพในปัจจุบัน ประกอบกับปัญหาน้ำท่วมซึ่งส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้ซื้อรถยนต์นั่งค่อนข้าง มาก เนื่องจากเป็นรถประเภทที่ดูแลรักษายากและใช้งานลำบากในสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้รถปิกอัพกลับกลายมาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นแม้ว่าจะได้รับเงิน คืนภาษีน้อยกว่าก็ตาม ส่งผลให้ในปี 2555 รถยนต์ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทุกประเภทน่าจะมียอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นพอสมควร ทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้องพลอยได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้ไปด้วยโดย เฉพาะ

• ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โดยยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นย่อมส่งผลทำให้กำลังการผลิตต้องมีการปรับเพิ่ม ขึ้นตามเพื่อให้เกิดความสอด คล้องกับปริมาณความต้องการในตลาดที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามการปรับเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตอย่างมากจากนโยบายการคืนภาษี รถยนต์คันแรกนั้นจะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนกับรถ รุ่นที่ได้รับประโยชน์เท่านั้น โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ได้รับคืนภาษีสูงตั้งแต่หลักหลายหมื่น บาทไปจนถึงระดับสูงสุดที่ 100,000 บาทต่อคัน ขณะที่กลุ่มรถปิกอัพ แม้ ว่าจะได้คืนภาษีน้อยดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น แต่ด้วยราคาที่ถูกกว่า และประโยชน์ในการใช้งานที่มีรูปแบบที่หลากหลายกว่า โดยจะเห็นได้ชักจากช่วงวิกฤตน้ำท่วมในประเทศ ทำให้ รถปิกอัพเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผู้ซื้อให้ความสนใจมากเช่นกัน ซึ่งชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองต่อสายการผลิตรถยนต์เหล่านี้ จึงมีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์จากคำสั่งซื้อที่จะมี เข้ามาอย่างมากและต่อเนื่องตลอดช่วงปี 2555

อย่างไรก็ตาม จากปัญหาน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อโรงงานผลิตชิ้นส่วนและรถยนต์บาง แห่ง อาจทำให้การผลิตรถยนต์บางรุ่นและ บางค่ายจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลงเป็นการชั่วคราว ทำให้ในช่วงที่สถานการณ์น้ำท่วมและการขาดแคลนชิ้นส่วนจากโรงงานที่ได้รับ ความเสียหาย ยังไม่คลี่คลายลงไปได้ทั้ง หมด อาจทำให้ในช่วงปลายปี 2554 ไปจนถึงต้นปี 2555 ความต้องการใช้ชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์บางรุ่นอาจจะชะลอตัว เมื่อเทียบกับชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์รุ่นที่ได้รับผลกระทบ น้อยและฟื้นกำลังการผลิตได้เร็ว

• ดีลเลอร์รถยนต์ ที่ทำตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กต่ำกว่า 1,500 cc และรถปิกอัพที่มีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท และผลิตในประเทศ รวมถึง ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม น่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มาก โดยนอกจากจะเป็นผลของการคืนเงินภาษีจากนโยบายดังกล่าวแล้ว ผู้บริโภคที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบ หรือได้รับผลกระทบน้อยจากภัยน้ำท่วม น่าจะมีความเชื่อมั่นในการบริโภคที่สูงกว่าผู้บริโภคที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้ ผลกระทบมาก ประกอบกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากที่อยู่อาศัย ได้รับความเสียหายมีแนวโน้มที่จะต้องใช้จ่ายทรัพย์สินไปกับการซ่อมแซมที่ อยู่อาศัยและจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้เพื่ออำนวยความสะดวกภายในบ้านก่อนที่ จะพิจารณาซื้อรถยนต์ใหม่

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกันกับธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ที่บางดีลเลอร์อาจจะเสียประโยชน์ในช่วงแรกที่ค่ายรถบางค่ายต้องปรับลดกำลัง การผลิตลงจากผลกระทบของน้ำท่วม ทำให้รถยนต์ที่จะส่งมอบขาดตลาด ขณะที่รถยนต์ของค่ายที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าสามารถส่งมอบได้เร็วกว่า

เต้นท์รถมือสอง…เอสเอ็มอีที่เสียประโยชน์หลัก

เนื่องจากนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรกนี้ ส่งผลทำให้ในมุมของผู้ซื้อนั้น ราคาของรถยนต์ที่ได้รับสิทธิประโยชน์จะลดลงเกือบทันที เนื่อง จากผู้ซื้อจะได้รับการคืนเงินภาษีทั้งหมดตามสิทธิหลังจากถือครองครบ 1 ปี ทำให้รถยนต์ที่ไม่ได้รับประโยชน์จากการคืนภาษีดังกล่าวอาจจะได้รับผลเสีย เช่น รถยนต์ใหม่ที่มีการนำ เข้ามาจากต่างประเทศ รถยนต์ที่ขนาดเครื่องยนต์สูงกว่าที่กำหนด หรือมีราคาสูงกว่าที่กำหนด เป็นต้น และในส่วนของธุรกิจเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้องและคาดว่าจะได้รับผลเสีย คือ

• เต้นท์รถมือสอง โดยเฉพาะที่มีการจำหน่ายรถยนต์ในรุ่นใกล้เคียงกับที่ได้รับการคืนภาษี โดยที่ยิ่งเงินคืนภาษีสูง ก็ยิ่งมีโอกาสทำให้ผู้ ซื้อหันเหไปสู่การเลือกซื้อรถยนต์ใหม่มากขึ้น เนื่องจากราคาที่แท้จริงเข้าใกล้กับราคารถมือสองมากขึ้น เช่น รถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มีขนาดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,500 ซีซี ซึ่งได้รับเงิน คืนภาษี 100,000 บาท จะทำให้ราคาลดลงมาใกล้เคียงกับรถมือสองที่ใช้งานมาแล้ว 1ปี ซึ่งมีระดับราคาหน้าเต้นท์ถูกลงกว่าราคารถใหม่ประมาณ 1 แสนกว่าบาท ต่างกับรถปิกอัพที่ได้คืนภาษีน้อยเพียงไม่กี่หมื่นบาท ทำให้ได้รับผลกระทบที่น้อยกว่า

ทว่า แม้จะมีการคาดการณ์กันก่อนหน้านี้ว่า นโยบายการคืนภาษีรถยนต์คันแรกจะส่งผลกระตุ้นตลาดรถยนต์ในประเทศอย่างมาก และอาจ จะก่อให้เกิดทั้งผลดีและผลเสียต่อแต่ละธุรกิจได้ แต่จากปัญหาน้ำท่วมในปัจจุบันซึ่งคาดว่าจะมีรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจาก ปัญหาน้ำท่วมไม่น้อยกว่า 20,000 คัน ขณะที่บ้าน เรือนที่อยู่อาศัยของประชาชนก็ได้รับความเสียหาย ประกอบกับมีแรงงานและเกษตรกรจำนวนมากที่อาจต้องสูญเสียรายได้ในช่วงที่ผลกระ ทบจากปัญหาน้ำท่วมยังไม่คลี่คลายนี้ ย่อมส่งผลทำให้มาตรการสนับสนุนการใช้จ่ายภาคครัวเรือนดังกล่าวอาจไม่ก่อให้ เกิดผลกระทบต่อธุรกิจเอสเอ็มอีมากนักจนถึงช่วงไตรมาส 1 ปี 2555 เป็นอย่างน้อย เมื่อเทียบกับ ผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีมากกว่า

อย่างไรก็ตาม หากภายหลังน้ำลด รัฐบาลได้มีการออกมาตรการเยียวยาที่เหมาะสม รวมถึงสามารถทำให้ทั้งเศรษฐกิจในภาคส่วนต่างๆที่ได้ รับผลกระทบ ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการและภาคการเกษตร กลับฟื้นคืนมาสู่ระดับก่อนเกิดวิกฤตได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นเท่าใด คาดว่านโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรกจะกลับมามีบทบาทต่อการขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ ในประเทศได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งธุรกิจเอสเอ็มอีต่างๆทั้งที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์และเสียประโยชน์จาก นโยบายดังกล่าว คงจะ ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่สภาพตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังกล่าว โดยเฉพาะกำลังการผลิตรถยนต์บางรุ่นที่อาจจะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าระดับปกติ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: