สนข. เตรียมศึกษามาตรการลดผลกระทบเพิ่มเติม หลังรับฟังความคิดเห็น ในงานสัมมนารถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น

สนข. เตรียมศึกษามาตรการลดผลกระทบเพิ่มเติม หลังรับฟังความคิดเห็น ในงานสัมมนารถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น

เมื่อวันที่ 8 – 9 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบรถไฟทางคู่ เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ (ระยะเร่งด่วน)  ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ณ ห้องสุรนารี เอ โรงแรมดุสิตปริ้นเซส จังหวัดนครราชสีมา และห้องศรีจันทร์ 2 โรงแรมเจริญธานี จังหวัดขอนแก่น เพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการฯ ผลการศึกษาความเหมาะสมและแนวคิดการออกแบบเบื้องต้นระบบรถไฟทางคู่ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน สถาบันการศึกษาในพื้นที่ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมการสัมมนาใน 2 จังหวัด รวมจำนวนกว่า 500 คน

โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบรถไฟรางคู่ เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ (ระยะเร่งด่วน)  ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น มีแนวเส้นทางครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด 10 อำเภอ ได้แก่ จ.นครราชสีมา (อ.เมือง อ.โนนสูง อ.คง อ.บัวใหญ่ อ.บัวลาย) และ จ.ขอนแก่น (อ.พล อ.โนนศิลา อ.บ้านไผ่ อ.แฮด อ.เมือง) มีสถานีรถไฟ 19 สถานี ที่หยุดรถ/ป้ายหยุดรถ 7 แห่ง รวมระยะทางประมาณ 187 กิโลเมตร

โดยตัวแทน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และบริษัทที่ปรึกษาฯ ได้นำเสนอแนวคิดการออกแบบระบบรถไฟทางคู่ รายละเอียดการออกแบบปรับปรุงทางตัดผ่านทางรถไฟ จำนวน 81 จุด ซึ่งมีอยู่ 4 รูปแบบ ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ประกอบด้วย ถนนยกระดับข้ามทางรถไฟ ถนนยกระดับกลับรถรูปตัวยู ท่อเหลี่ยมลอดใต้ทางรถไฟ และการยกระดับรถไฟ รวมทั้งออกแบบให้มีรั้วกั้นตลอดแนวเส้นทางโครงการฯ เพื่อเพิ่มความจุและความเร็วของขบวนรถไฟ ตลอดจนป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอแนวคิดในการปรับปรุงอาคารสถานีใหม่ ให้มีความสวยงาม สะดวกสบาย โดยเน้นออกแบบตัวสถานีเป็นโถงสูง ช่วยกระจายความร้อน มีเอกลักษณ์ที่สื่อถึงสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและวิถีการดำเนินชีวิตของชาวอีสาน ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศให้หลั่งไหลเข้ามาในภูมิภาคนี้ เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคอีสานเป็นอย่างดี รวมทั้งได้นำเสนอมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานโครงการฯ น้อยที่สุด เช่น มาตรการป้องกันปัญหาการแบ่งแยกชุมชน อาทิ จัดให้มีทางเชื่อมหรือทางลอดในระยะที่เหมาะสม และตรวจสอบการใช้งานของทางลอด ทางข้าม และสะพานลอยอย่างสม่ำเสมอ มาตรการป้องกันปัญหาการระบายน้ำ อาทิ การก่อสร้างสะพานข้ามลำน้ำขนาดเล็ก การยกระดับสันรางให้พ้นระดับน้ำท่วม พร้อมทั้งขยายช่องสำหรับระบายน้ำ มาตรการป้องกันปัญหาด้านการคมนาคมขนส่ง อาทิ ประชาสัมพันธ์และปิดประกาศล่วงหน้า การกำหนดให้มีป้ายเตือน แผงกั้น กรวย แสงสว่าง ไฟกะพริบ ในแต่ละส่วนของพื้นที่ก่อสร้าง มาตรการป้องกันผลกระทบด้านเสียงและความสั่นสะเทือนจากการก่อสร้าง อาทิ กำหนดให้การเจาะ การตอกเสาเข็ม การขุดผิวดิน เฉพาะในเวลากลางวัน การจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน และมาตรการแก้ไขปัญหาการโยกย้ายและเวนคืน อาทิ ประชาสัมพันธ์แนวทางการให้ความช่วยเหลือด้านอพยพ และขั้นตอนการชดเชยทรัพย์สินต่อประชาชนที่รับผลกระทบ การสำรวจรายละเอียดทรัพย์สินที่จะต้องรื้อย้ายและจ่ายค่าชดเชยอย่างละเอียด ดำเนินการชดเชยทรัพย์สินตลอดแนวเส้นทางโครงการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม

ภายในงาน ผู้เข้าร่วมประชุมยังได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น  ต้องการให้เพิ่มขบวนรถไฟเพื่อรองรับการพัฒนาระบบราง ต้องการให้มีการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างระบบรางกับการเดินทางรูปแบบอื่นๆ ต้องการให้ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการรถไฟ เป็นต้น ซึ่ง สนข. ได้รับความเห็นและข้อเสนอแนะทั้งหมดไว้ และนำไปพิจารณาประกอบผลการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่มากที่สุด และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมน้อยที่สุด โดยจะมีการนำเสนอต่อประชาชนผลสรุปการศึกษาความหมาะสมในทุกด้านอย่างละเอียดรอบคอบ พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชน ในการสัมมนาครั้งที่ 3 ต่อไป ก่อนนำเสนอรายงานการศึกษาโครงการฯ ให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) พิจารณาเห็นชอบ และนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาเห็นชอบต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2558 ซึ่ง สนข.จะเร่งดำเนินงาน เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่ผลักดันให้มีการพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ในประเทศไทยอย่างเร่งด่วนอีกด้วย

ทั้งนี้ เมื่อการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น แล้วเสร็จ จะเป็นการพลิกโฉมการคมนาคมทางรถไฟในสายตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการค้า คมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ทั้งยังช่วยส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวอีสานนั่นเอง

————–
โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบรถไฟรางคู่  เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ (ระยะเร่งด่วน)  ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: