เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2554 อาจหดตัว…ท่ามกลางผลกระทบในวงกว้างจากภัยน้ำท่วม

ายงานตัวเลขจีดี พีประจำไตรมาส 3/2554 โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สะท้อนว่า กิจกรรม ทางเศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวขึ้นจากเหตุการณ์สึนามิในญี่ปุ่นที่กดดันการผลิต ภาคอุตสาหกรรมในไทยในช่วงไตรมาสที่ 2/2554 อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมครั้งรุนแรงใน รอบหลายทศวรรษที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลังของปี 2554 ทำให้อัตราการขยายตัวของจีดีพีในช่วงไตรมาส 3/2554 ออกมาต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ค่อนข้างมาก และคาดว่าจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน ของไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 อย่างต่อเนื่อง

• เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2554…เริ่มเห็นผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วม 2554

อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย

มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในช่วงไตรมาสที่ 3/2554 ของไทย ขยายตัวในอัตราที่ดีขึ้นกว่าช่วงไตรมาสที่ 2/2554 ดัง สะท้อนจาก จีดีพีที่ปรับฤดูกาลที่เติบโตร้อยละ 0.5 (QoQ, s.a.) จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งดีขึ้นจากร้อยละ 0.0 ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี ทั้งนี้ แม้ผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม และการ เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของทีมบริหารประเทศหลังการเลือกตั้ง จะส่งผลทำให้การใช้จ่ายภายในประเทศ อาทิ การบริโภคภาคครัวเรือน การใช้จ่ายของภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชน เป็นไปอย่างซบเซา แต่การขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการส่งออกก็ช่วยหนุนให้เศรษฐกิจไทย ยังคงสามารถฟื้นตัวขึ้นได้จากช่วงไตรมาสที่ 2/2554 ที่ถูกกดดันจากปัญหาการ ขาดแคลนชิ้นส่วนในภาคการผลิตอันเนื่องมาจากเหตุการณ์พิบัติภัยในญี่ปุ่น

ขณะที่ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (YoY) อัตราการขยายตัวของจีดีพีในไตรมาสที่ 3/2554 ขยับขึ้นมาที่ร้อยละ 3.5 (YoY) จากตัว เลขทบทวนใหม่ของไตรมาสที่ 2/2554 ที่ร้อยละ 2.7 (YoY) โดยเศรษฐกิจมีแรงหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม (เติบโตร้อยละ 3.1) การส่งออก (เติบโตร้อยละ 17.4) และการลงทุนภาคเอกชน (เติบโตร้อยละ 9.1) อย่างไรก็ดี สถานการณ์อุทกภัยปี 2554 ที่เริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกส่วนใหญ่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคกลาง ในช่วงไตรมาสที่ 3/2554 นั้น นอกจากจะกดดันภาคการเกษตรให้หดตัวลงร้อยละ 0.9 แล้ว ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ร่วมกดดันให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนชะลอการขยายตัวมา ที่ร้อยละ 2.4 ด้วยเช่นกัน

ที่มา: ธปท. สศช. กระทรวงพาณิชย์ และประมาณการโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2554

• ทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2554…ยังถูกกดดันจากน้ำท่วม

แม้ผลกระทบจากภาวะอุทกภัย จะเริ่มกดดันโมเมนตัมการขยายตัวทางเศรษฐกิจตั้งแต่ในช่วงไตรมาสที่ 3/2554 แต่ก็คงต้องยอมรับว่า การแผ่กระจายของผลกระทบน้ำท่วมมีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงต้นไตรมาสที่ 4/2554 โดยกำลังการผลิตของนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี ต้องหยุดชะงักลง พร้อมๆกับมวลน้ำที่รุกคืบเข้าสู่กรุงเทพฯ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากภาวะอุทกภัยในกรณีพื้นฐานว่า ความสูญเสียสุทธิต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอาจมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 2.422 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ความเสียหายในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ/อื่นๆ 3.71 หมื่นล้านบาท 1.719 แสนล้านบาท และ 3.32 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ

ความสูญเสียต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยดังกล่าว เมื่อประกอบเข้ากับแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่เป็นแกนสำคัญของโลก อาทิ กลุ่ม G-3 (สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น) จีน และภูมิภาคเอเชีย น่าที่จะกดดันให้เศรษฐกิจไทย พลิกกลับมาหดตัวลงในช่วงไตรมาสที่ 4/2554 อย่างยากจะหลีกเลี่ยง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า จีดีพีของไทยอาจหดตัวประมาณร้อยละ 3.3 (YoY) ในไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2554 ทั้งปี ชะลอลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.5 จาก ร้อยละ 7.8 ในปี 2553

อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า เศรษฐกิจไทยน่าจะผ่านพ้นผลกระทบชั่วคราวจากภาวะอุทกภัย และเริ่มทยอยฟื้นตัวได้ดีขึ้นตั้งแต่ใน ช่วงต้นปี 2555 โดยได้รับแรงประคับประคองจากหลายด้าน ได้แก่ การลงทุนภาครัฐจากการบูรณะฟื้นฟูความเสียหายจากอุทกภัย รวมทั้งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกัน อุทกภัยและเพื่อบริหารจัดการระบบน้ำของประเทศ การลงทุนภาคเอกชนจากการซ่อมแซม ติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักรใหม่ทดแทนส่วนที่เสียหาย การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ต่างๆ รวมทั้งการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน ทั้งเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และจัดหาของใช้ภายในบ้านเพื่อทดแทนส่วนที่เสียหายไปในช่วงน้ำท่วม นอกจากนี้ การบริโภค ยังอาจได้รับแรงหนุน บางส่วนจากนโยบายของภาครัฐ (ที่บางส่วนได้เริ่มดำเนินการแล้วในช่วงปลายปี 2554 และบางส่วนจะเริ่มขึ้นภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2555) อาทิ การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ มาตรการจำนำข้าว โครงการบ้านหลังแรกและรถยนต์คันแรก รวมถึงมาตรการจัดตั้งกองทุน และการขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับรายย่อยให้ง่ายมากขึ้น

สำหรับในมุมของผู้ประกอบการแล้ว แม้ทิศทางการใช้จ่ายภายในประเทศ และภาคการผลิตที่จะทยอยได้รับการฟื้นฟูกลับสู่ภาวะปกติในช่วง หลายเดือนข้างหน้า จะเป็นสถานการณ์ที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการในภาคการค้าระหว่างประเทศ ยังคงมีความจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ความเสี่ยงในเศรษฐกิจโลกอย่างต่อ เนื่องต่อไป ไม่ว่าจะเป็นประเด็นวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป-สหรัฐฯ สัญญาณการชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจจีน ซึ่งภาวะความเสี่ยงดังกล่าว ไม่เพียงจะส่งผลกระทบต่อทิศทางอุปสงค์ต่อสินค้าส่งออกของไทยเท่านั้น แต่จะมีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของตลาดเงิน-ตลาดทุน และอัตราแลกเปลี่ยด้วยเช่นกัน

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: