กระทรวงพลังงานจับมือ สอท. เดินหน้าโลจิสติกส์นำร่อง 3 เส้นทาง ช่วยประหยัดน้ำมันได้ปีละ 1.1 ล้านบาท

กระทรวง พลังงาน จับมือสภาอุตสาหกรรมฯ นำร่องโครงการโลจิสติกส์-ลดเดินรถบรรทุกเที่ยวเปล่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรม หวังช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนค่าขนส่ง เผยจับคู่ผู้ประกอบการสำเร็จแล้ว 3 คู่ ช่วยประหยัดค่าน้ำมันได้ถึง 30% พร้อมเดินหน้าเฟส 2 ขยายเส้นทางเดินรถทั่วประเทศ

พลโทหญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า แต่ละปี มีการใช้พลังงานในภาคขนส่งสูงถึง 22 ล้านตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 36 ของการใช้พลังงานของทั้งประเทศ โดยเป็นการขนส่งทางถนนสูงถึง 79% ซึ่งกระทรวงพลังงานมีเป้าหมายในการลดการใช้พลังงานในภาคขนส่ง โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการจราจรและขนส่ง ทั้งการขนส่งคนและการขนส่งสินค้า โดยในส่วนของการขนส่งคน ได้แก่ ส่งเสริมการลงทุนในโครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน และสนับสนุนให้การขนส่งสาธารณะเป็นระบบขนส่งหลักของประเทศ

ด้านการขนส่ง สินค้า สนับสนุนการดำเนินการที่ทำให้การขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบโลจิสติกส์ การขนส่งทางรถไฟ และทางเรือ เป็นต้น รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการบริการขนส่งสินค้า ศึกษาแนวทางการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการ ดำเนินกิจการ การจัดทำเว็บไซต์และ Call center เพื่อลดการเดินรถบรรทุกเที่ยวเปล่า เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการใช้น้ำมันและเชื้อเพลิงอื่นๆ ในภาคขนส่งได้ถึงปีละ 3 ล้านตันเทียบเท่าน้ำมันดิบภายในปี 2554

ด้านนายเจน นำชัยศิริ รองประธานคณะกรรมการบริหาร สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยว่า สอท.ได้ร่วมกับกระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ดำเนินโครงการนำร่องการลดต้นทุนพลังงานด้วยโลจิสติกส์ เพื่อสร้างต้นแบบความร่วมมือในการลดต้นทุนพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งด้วยการลดการเดินรถเที่ยวเปล่า เนื่องจากพบว่าปัจจุบันมีรถบรรทุกจำนวนมากถึง 46% ที่ยังมีการเดินรถเที่ยวเปล่ากลับหลังจากส่งของให้ลูกค้า โดยทางโครงการฯ ตั้งเป้าหมายการลดการเดินรถเที่ยวเปล่าให้ได้อย่างน้อย 5%

จากการดำเนิน งานตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2550 มีผู้ประกอบการจาก 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และกลุ่มเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ซึ่งกระจายตัวในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่แถบอีสเทิร์นซีบอร์ด สมัครเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 34 ราย โดยปัจจุบันสามารถจับคู่ผู้ประกอบการสำเร็จแล้ว 3 คู่ 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.เส้นทางระยอง – สมุทรสงคราม ระหว่างบริษัท พรีแพค ประเทศไทย – บริษัท ซัพพลายเออร์ 2.เส้นทางระยอง – สมุทรปราการ จำนวน 2 เส้นทาง ระหว่าง ศูนย์บริการเหล็กสยาม – บริษัท บีเอสที อีลาสโตเมอร์ส และ บริษัท ยูไนเต็ดคอยล์เซ็นเตอร์ – บีเอสที อีลาสโตเมอร์ส

“จากการทดลอง เดินรถใน 3 เส้นทางนำร่อง พบว่า สามารถเพิ่มจำนวนเที่ยววิ่งที่มีสินค้าขนกลับแทนการวิ่งรถเปล่าได้ 18 เที่ยวต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าน้ำมันที่ประหยัดได้ปีละ 1.1 ล้านบาท โดยคิดเป็นอัตราการลดการเดินรถเที่ยวเปล่าได้ 7.5% และที่สำคัญพบว่าผู้ประกอบการสามารถประหยัดต้นทุนค่าขนส่งลงได้ถึง 30% ซึ่งทางโครงการฯ มีแผนที่จะเดินหน้าเฟส 2 ต่อ โดยจะขยายเส้นทางเดินรถไปทั่วประเทศ และดึงกลุ่มอุตสาหกรรมเข้าร่วมเพิ่มเติม อาทิ อุตสาหกรรมเหล็ก อลูมิเนียม เฟอร์นิเจอร์ อาหาร น้ำตาล สิ่งทอ เซรามิค และยาง เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดน้ำมันได้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาทต่อปี” นายเจน กล่าว

sourc: IIE

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: