คัมภีร์รบ “SMEs” แปลงร่าง มดเล็ก สู่ “มดเอ็กซ์”

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เริ่มต้นจากธุรกิจไซส์ “S”ขยับมาเป็น “M”ก่อนขึ้นเป็น “L”เชิงยุทธ์ไม่ธรรมดา ร่วมถอดสูตรสำเร็จของมดเล็กสู่วิถีไอ้มดเอ็กซ์

คงไม่มีหนทางไปสู่ความสำเร็จ ถ้าเอสเอ็มอีปิดประตูใส่หน้า “โอกาส” เสียตั้งแต่ต้น เช่นเดียวกับเหล่าผู้ประกอบการแถวหน้า ไม่ว่าจะเป็น “สุกี้เอ็มเค” ขนมคู่ครัวไทย “คุกกี้อิมพีเรียล” เสื้อผ้าแบรนด์ “FLY NOW” กระทั่งธุรกิจน้องใหม่ที่สุดร้อนแรงในตลาดออนไลน์ “Tuff” สินค้ามวยไทยในโลกไซเบอร์..

พวกเขาเรียนรู้ที่จะออกแสวงหาและพิชิตสิ่งที่เรียกว่า “โอกาส” เพื่อเปิดเส้นทางสู่ความสำเร็จ
ร้านอาหารเล็กๆ ชื่อ “เอ็มเค คาเฟ่”  ที่รับฝากท้องนิสิตย่านสยามสแควร์ เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา คือต้นกำเนิดของ “สุกี้เอ็มเค” ที่มีกว่า 200สาขาทั่วไทย ก่อนจะสยายปีกไปเติบใหญ่ในตลาดอินเตอร์
แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าในวันเริ่มต้น “ฤทธิ์ ธีระโกเมน” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ จำกัด ปฏิเสธคำเชื้อเชิญของ “สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์” นายห้างใหญ่เซ็นทรัล ที่ต้องการให้เขามาเปิดร้านสุกี้ในเซ็นทรัลลาดพร้าว
วันนี้เราก็อาจไม่ได้รู้จักกับร้านสุกี้หม้อไฟฟ้าแห่งแรก ที่ชื่อ “เอ็มเค”

“โอกาส มีให้คนที่พร้อมเสมอ” ฤทธิ์ เชื่อเช่นนั้น เขาจึงเตรียมพร้อมเสมอที่จะยื่นมือคว้าโอกาส โดยการช่างคิด ช่างพัฒนา และช่างเรียนรู้ที่จะปรับปรุงตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะเขาเชื่อว่า…
“แม้เริ่มต้นคุณภาพอาจยังไม่ดีไม่เป็นไร แต่ถ้าเราขยันที่จะปรับปรุงตัวเอง วันหนึ่งก็ต้องดีขึ้น เพียงแต่เราต้องเปิดใจและยอมทิ้งของเก่าไปบ้าง”
วิธีคิดพื้นๆ แต่เฉียบคม ทำให้ “เอ็มเค” ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดสุกี้ในเวลาต่อมา ทว่า การจะทำให้ธุรกิจไซส์ S ขยับมาเป็นธุรกิจไซส์ M ได้นั้น ยากกว่าที่เขาคิด
ฤทธิ์ บอกว่า จากเถ้าแก่ร้านเล็กๆ ที่ทำอะไรคนเดียว เมื่อธุรกิจโตขึ้น..ชักไม่ง่าย “เมื่อทำคนเดียวไม่ได้ ก็ต้องหาคนอื่นมาช่วย เอาความรู้ การจัดการใหม่ๆ เข้ามาใช้” นี่คือสูตรกระโดดข้ามไซส์ของฤทธิ์
ขณะที่การข้ามจากธุรกิจขนาดกลางไปเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ต้องทำงานให้ไวเหมือนยังคงเป็นบริษัทเล็ก คล่องตัวเหมือน “มดงาน”

เวลาเดียวกับที่เอ็มเคค่อยๆ เติบโต ธุรกิจที่อยู่มานานกว่าอย่าง “เคซีจี กิมจั๊วกรุ๊ป” ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารรายใหญ่ของประเทศที่อยู่ในสนามมานานถึง 53ปี ยังคงสนุกกับการต่อยอดความเชี่ยวชาญของพวกเขา “ตง ธีระนุสรณ์กิจ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เคซีจี กิมจั๊วกรุ๊ป ทำให้พวกเราได้รู้จักกับ “คุกกี้อิมพีเรียล” หลังขยับบทบาทจากผู้นำเข้าสินค้าประเภท นม เนย ขนมปังกรอบ มาสู่ตัวตนคนมีแบรนด์
ตง ยืนยันว่า เขาและครอบครัวก่อร่างสร้างธุรกิจจากศูนย์ แต่โตมาได้เพราะเป็นนักแสวงหาโอกาสไม่ต่างจากเอ็มเคสุกี้ เก่งไม่กลัว กลัวไม่มีโอกาส !

“ถ้าโอกาสเข้ามา ถามว่าเราควรจะทำธุรกิจอะไร ผมมองว่า ต้องมองจากสิ่งที่เราชำนาญ และถนัด” การนำเข้าอาหารคือความถนัด ทำให้ตลาดยอมรับสินค้าของพวกเขา และเมื่อผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งขายได้ ก็ขยายไปสู่ตัวใหม่ๆ เจ้าสัวตงเชื่อว่า ถ้าคนเราหยุดนิ่งก็เท่ากับถอยหลัง เพราะชาวบ้านเดินหน้า เมื่อนำเข้าสินค้าได้ 15ปี พวกเขาจึงเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเอง จากธุรกิจไซส์ S ก้าวมาเป็น M เริ่มหาวิธีปรับกระบวนการทำงาน จาก “เถ้าแก่ลุยเดี่ยว” มาเป็น “เสี่ยสั่งลุย” ด้วยการจ้างผู้มีประสบการณ์เข้ามาช่วยงาน

ขณะเดียวกัน เมื่อธุรกิจก้าวสู่ไซส์ L อย่างวันนี้ ก็ต้องเรียนรู้ที่จะเก็บรักษา “วัฒนธรรมองค์กร” เอาไว้ เจ้าสัวตง บอกอย่างนั้น

“ผมเชื่อว่าธุรกิจต้องเริ่มจากลุยเอง แต่พอธุรกิจเติบโตขึ้นก็ค่อยหาคนมาช่วย เราต้องแสวงหาโอกาส และผมจะไม่ยอมเสียโอกาส การธุรกิจต้องคิดบวก อุปสรรคมีเยอะ ใหญ่ กลาง เล็ก มีทั้งนั้น แต่ทุกปัญหาแก้ไขได้ เราเป็นธุรกิจครอบครัว จุดแข็งคือ ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียว ต้องไม่แตกแถว ต้องทำให้องค์กรอยู่อย่างมีความสุข ตอนนี้เรากำลังไปสู่เจเนอเรชั่นที่ 3และกำลังจะก้าวไปเป็นธุรกิจไซส์ L ต้องรู้ว่าที่ผ่านมาเราอ่อนอะไร แข็งอะไร แล้วนำจุดแข็งมาทำให้ก้าวไปข้างหน้า” การทำในสิ่งที่ถนัดและเชี่ยวชาญไม่ได้นำพา เพียง “กิมจั๊วกรุ๊ป” มาสู้ชัยชนะ แต่เส้นทางเดียวกันนี้ มีชื่อของ แบรนด์ FLY NOW รวมอยู่ด้วย

“สมชัย ส่งวัฒนา” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ FLY NOW เจ้าของคอนเซปต์ “มือระฟ้า ขาติดดิน” เขาใช้ทั้ง “พรสวรรค์” และ “พรแสวง” ลุยธุรกิจที่ชอบและถนัดอย่างเสื้อผ้า หาสปอตไลต์ให้ตัวเอง ด้วยการเลือกทำงาน ยากและแตกต่าง จนกลายเป็นดาวเด่นในตลาด ที่ถูกบันทึกในฐานะแบรนด์แรกในไทยและเอเชียที่ไปเปิดแคทวอล์คในกรุงลอนดอน

สมชัย เลือกทำธุรกิจแบบ “ปลูกไม้ใหญ่” เขาสร้างแบรนด์ของตัวเองตั้งแต่ต้น เพราะเชื่อว่ามันจะเป็นดีเอ็นเอติดตัวเขาไปตลอด…แบรนด์ที่มีแต่คนเมินเฉย ในวันเริ่มต้น แต่วันนี้จะมีสักกี่คนที่ไม่รู้จัก FLY NOW สมชัยเป็นนักสร้างสรรค์ แต่นั่นอาจไม่ใช่ “จุดแข็ง” ในโลกธุรกิจ

“ผมเคยภูมิใจว่าผมเป็นครีเอทีฟ แต่ขณะเดียวกันสมองซีกซ้ายผมไม่ทำงานเลย เรื่องเหตุผล การเงิน การบัญชี ไม่มี พอธุรกิจมาเป็น M จึงประสบปัญหา ผมต้องกลับมาใช้สมองซีกซ้ายให้มากขึ้น ต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น เพราะผมไม่เก่ง ผมมองว่าคนเรารู้อะไรต้องรู้ให้จริง และทำจริง ทุกธุรกิจมีอนาคตหมด เพียงแต่เราจะปฏิเสธอนาคตไหม เพราะอุปสรรคสำคัญก็คือตัวเรา”

ทำท่าว่าอุปสรรคของสมชัย จะไม่ห่างไกลจากสิ่งที่เรียกว่า “อุปสรรค” ของ “วุฒินันท์ สังข์อ่อง” คนหนุ่มรุ่นใหม่ ที่นำสินค้ามวยไทยแบรนด์ Tuff กุมตลาดออนไลน์ได้อยู่หมัด การเป็นพรีเซ็นเตอร์กูเกิลโครมยังทำให้หลายคนหันกลับมาสนใจเขาในชั่วข้ามคืน “วุฒินันท์” เชื่อว่า อุปสรรคสำคัญในการทำธุรกิจ ก็คือ “ความสำเร็จ” และ “ความสบาย” นี่แหละ

“บางครั้งความสำเร็จและความสบาย เป็นศัตรูที่ทำให้เราหมดไฟ เราจึงต้องย้อนกลับไปหาจุดเริ่มต้นของเรา เพื่อให้กลับมามีไฟ เก็บไฟให้อยู่กับตัว และส่งผ่านความคิดไปสู่ทีมงานให้ได้เห็นคุณค่า” นั่นคือวิธีคิดของเขา คนหนุ่มที่เลือกตลาดอีคอมเมิร์ซสร้างอนาคตให้ตัวเอง แม้จะยังเล็ก แต่วิธีสู้กับยักษ์ไม่ธรรมดา

“ด้วยความที่ผมเป็น S ผมก็เหมือนกรรไกร  M คือค้อน ส่วน  L คือกระดาษ  ธุรกิจขนาดเล็กมีคนน้อย ทำอะไรคล่องตัว มีความคิดสร้างสรรค์ เล่นตลาด Niche ได้ แต่ L เหมือนกระดาษ มีจุดแข็งคือเงินทุนเยอะมาก แต่เคลื่อนไหวช้า ไม่เหมาะจะเข้าตลาดเล็ก ดังนั้นเราเป็นกรรไกร เราก็ไม่ควรสู้กับค้อน แต่ต้องสู้กับกระดาษ”

เล่นกับยักษ์ให้รู้แล้วรู้รอด ด้วยศักยภาพของคนตัวเล็ก ที่พิษสงไม่ธรรมดา เขาบอกว่าเข้ามาในตลาดนี้ ไม่ได้มาแย่งเค้กจากใคร แต่เป็นการเพิ่มขนาดเค้กให้ใหญ่ขึ้น เพราะยังเป็นของใหม่ในตลาด

“สำหรับเอสเอ็มอี ไทยมีจุดแข็งที่คัลเจอร์ ซึ่งมวยไทยเป็นหนึ่งในนั้น และยังมีอีกหลายอย่างเป็นคุณค่าในสินค้าที่เราจะขายไป มูลค่าที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ อย่างเรื่องแบรนด์ ความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่น ถ้าสามารถสื่อสารสิ่งเหล่านี้ไปยังผู้บริโภคได้ ว่าสินค้าเราดำรงอยู่เพื่ออะไร เราก็จะประสบความสำเร็จ”

หลากมุมคิด ของอดีตคนเคยเล็ก ที่ก้าวมาสู่แถวหน้าเป็น “ไอ้มดเอ็กซ์” ได้ทุกวันนี้

……………………………………….

Key to success
จากมดเล็ก สู่ มดเอ็กซ์
๐ ธุรกิจขนาดเล็กเจ้าของรู้เอง ลุยเอง
๐ ขนาดกลางต้องหามืออาชีพเข้ามาช่วย
๐ เมื่อเป็นยักษ์ต้องรักษาวัฒนธรรมองค์กรไว้
๐ ต้องปรับปรุง และกล้าเปลี่ยนแปลง
๐ ยอมถอยเมื่อถึงเวลาอันสมควร
๐ ตัวเราคืออุปสรรคสำคัญสุดในการทำธุรกิจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: