ข้อสอบสำหรับคัดเลือกพนักงานใหม่

หากอยากได้พนักงานที่ดีมีความสามารถที่โดดเด่นและโดนใจ ทุกๆบริษัทจำเป็นต้องมีข้อสอบเพื่อค้นหาความสามารถดังกล่าวจากตัวผู้สมัครงาน

https://i2.wp.com/media1.th.88db.com/DB88UploadFiles/2008/03/25/F594A64A-7AD7-45BF-989C-BCAF38CA0016.jpg

ยุคปัจจุบันการหางานดีๆทำสักที่หนึ่งถือเป็น เรื่องที่ยากพอสมควรเพราะตลาดแรงงานมีการขับเคี่ยวกันที่สูงมาก ซึ่งนั่นเป็นมุมมองของผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมที่อยู่ในสถานะภาพของลูกจ้าง แต่ถ้าหากมองในมุมของผู้ประกอบการอย่างเราๆท่านๆ ก็ต้องบอกว่าการคัดเลือกพนักงานที่มีความสามารถเข้ามาทำงานในบริษัทก็ถือ เป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเค็ญไม่แตกต่างอะไรกันเลย ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกพนักงานใหม่นอกจากเรื่องของ ประสบการณ์ในการทำงานแล้วก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องของความรู้ความสามารถอย่าง แน่นอน ซึ่งการสร้างข้อสอบขึ้นมานั้นจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ตรวจสอบหาความ รู้ที่แท้จริงของผู้ที่เข้ามาสมัครงานกับเราได้ โดยข้อสอบสำหรับการรับพนักงานใหม่นั้นมีรูปแบบและวิธีการสร้าง ดังนี้

1. ข้อสอบความรู้ทั่วไป

เป็นข้อสอบพื้นฐานที่ทุกบริษัทจำเป็นจะต้องมี โดยคำถามภายในข้อสอบนั้นจะเป็นการถามเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปในสังคม เช่น ข่าว ประวัติศาสตร์ คณิตศาสตร์เบื้องต้น(อย่างง่าย) รวมถึงตรรกะการใช้เหตุผลด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ข้อสอบความรู้ทั่วไปควรจะต้องอยู่ในรูปแบบของปรนัย เพื่อสะดวกในการตรวจคำตอบและประหยัดเวลาไปในตัวด้วย โดยจะต้องมีจำนวนข้อสอบไม่เกิน 20 ข้อ และเกณฑ์การวัดผลอยู่ที่ 1 ใน 3 ของคำตอบที่ถูกต้องก็ถือว่าสอบผ่านแล้วสำหรับข้อสอบประเภทนี้

2. ข้อสอบภาษาอังกฤษ

เป็นชุดข้อสอบที่มีความสำคัญมากและถือเป็นทักษะที่ผู้สมัครงานทุกคน จำเป็นจะต้องมีในยุคปัจจุบัน โดยจำนวนข้อสอบนั้นถ้าหากเป็นแบบปรนัยจะต้องมีจำนวนไม่เกิน 10 ข้อ และ 5 ข้อ สำหรับแบบอัตนัย ซึ่งความยากง่ายของข้อสอบนั้นผู้ประกอบการสามารถกำหนดได้เองตามความต้องการ โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ว่าในตำแหน่งงานดังกล่าวมีความสัมพันธ์และจำเป็นจะ ต้องใช้ความรู้พื้นฐานทางด้านภาษาอังกฤษมากขนาดไหนด้วย ตัวอย่างข้อสอบภาษาอังกฤษที่เป็นที่นิยมออกข้อสอบกันมาก อาทิ กริยา 3 ช่อง แกรมม่า คำศัพท์ และ reading เป็นต้น โดยผู้สมัครจะต้องทำข้อสอบให้ถูกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนข้อสอบทั้งหมด และอาจจะปรับเป็น 2 ใน 3 ได้สำหรับในตำแหน่งงานที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษมากเป็นพิเศษ

3.ข้อสอบความรู้พื้นฐานคอมพิวเตอร์

ในยุคปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทต่อการทำงานในทุกๆ บริษัทเป็นอย่างมากและพนักงานทุกๆ คนก็จะต้องทำงานด้วยคอมพิวเตอร์เป็นด้วย จึงทำให้แนวข้อสอบคอมพิวเตอร์มักจะเป็นคำถามที่เกี่ยวกับความรู้ทั่วไป อาทิ โปรแกรมตัวนี้ทำงานอย่างไร ถ้าต้องการจะทำงานลักษณะนี้ควรจะใช้โปรแกรมอะไร หรือมีความถนัดในโปรแกรมไหนมากเป็นพิเศษ เป็นต้น โดยข้อสอบควรที่จะต้องเป็นแบบอัตนัยเพื่อที่จะให้ผู้สมัครสามารถเขียนอธิบาย พร้อมทั้งใช้เหตุผลได้อย่างเต็มที่ ซึ่งข้อสอบคอมพิวเตอร์จะต้องมีไม่เกิน 10 – 12 ข้อ และมีเกณฑ์ผ่านอยู่ที่ 2 ใน 3 ของคำตอบที่ถูกต้องทั้งหมดด้วย

4. ข้อสอบความรู้เกี่ยวกับสายงาน

ถือเป็นชุดข้อสอบที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถรู้ลึกถึงความสามารถที่แท้จริงของผู้สมัคร งานว่าพวกเขาจะเป็นของปลอมทำเหมือนหรือเพชรแท้ในโคลนตม โดยผู้ประกอบการสามารถออกแบบคำถามได้อย่างอิสระทั้งในเรื่องของระดับความยาก ง่ายและจำนวนข้อสอบ แต่ลักษณะของข้อสอบจะต้องอยู่ในรูปแบบของอัตนัยเท่านั้นเพื่อที่ผู้ประกอบ การจะได้ทราบถึงไอคิวพร้อมทั้งทัศนคติและวิสัยทัศน์ของผู้สมัครงานนั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่เกณฑ์วัดผลมักจะกำหนดไว้สูงมากโดยจะถูกตั้งค่าไว้ที่ 100% หรือพูดง่ายๆก็คือต้่องถูกหมดทุกข้อ

ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเลือกเอารูปแบบข้อสอบอย่างใดอย่างหนึ่งหรือจะใช้ หมดเลยทั้ง 4 รูปแบบก็ได้ (แต่อย่างน้อยจะต้องมีชุดข้อสอบที่เกี่ยวกับสายงาน) เพราะไม่ได้มีข้อกำหนดตายตัวว่าผู้สมัครจะต้องทำข้อสอบให้เสร็จทั้งหมดเลย ภายในวันเดียว ผู้ประกอบการอาจจะให้ทำในวันที่มาเขียนใบสมัครก่อนเลย 2 ชุด และมาสอบต่อในอีก 2 ชุดที่เหลือในวันที่มาสัมภาษณ์งานก็ถือว่าเป็นภาวะวิสัยที่สามารถทำได้เช่น กัน ที่สำคัญคือผู้ประกอบการจะต้องกำหนดเวลาในการทำข้อสอบให้กับผู้สมัครงาน โดยจะต้องไม่น้อยกว่า 30 นาทีและต้องไม่เกิน 3 ชั่วโมงด้วย

วัตถุประสงค์หลักของการมีข้อสอบสมัครงานก็เพื่อให้ผู้ประกอบการนำเอาเจ้า สิ่งนี้มาใช้เป็นเครื่องมือทดสอบความรู้ความสามารถที่แท้จริงของผู้สมัครว่า พวกเขามีดีพอที่จะเข้ามาเป็นหนึี่งในสมาชิกของบริษัทผู้ประกอบการหรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่าหากผู้ประกอบการรับผู้สมัครเข้ามาเป็นพนักงานประจำแล้ว นั่นหมายถึงเราจะมีหน้าท่ี่ที่จะต้องรับผิดชอบดูแลชีวิตของพวกเขาที่อยู่ใน รูปแบบของสวัสดิการบริษัทไปโดยตลอด และจะต้องจ่ายเงินเดือนกลับคืนเป็นค่าตอบแทนสำหรับการทำงานของพวกเขาด้วย ซึ่งถือเป็นต้นทุนการดำเนินธุรกิจอีกรูปแบบหนึ่ง จึงทำให้การจ้างพนักงานเปรียบได้กับการลงทุนทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการไม่ ต้องการที่จะพบเจอกับความเสี่ยงและขาดทุนนั่นเอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: