9 สิ่งที่ภาคธุรกิจหวังอยากได้จากรัฐบาลชุดใหม่

ความต้องการของนักธุรกิจเปรียบเสมือนเป็นกระจกเงาสะท้อนระบบเศรษฐกิจของชาติ ทั้งหมด รัฐบาลจึงมิควรมองข้ามรายละเอียดส่วนนี้ไปโดยเด็ดขาด

สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีสำหรับการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พุทธศักราช 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ต้องบอกก็คงจะรู้กันเป็นอย่างดีว่าผลการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็น อย่างไร และใครกำลังจะก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอันทรงเกียรติแห่งราช อาณาจักรไทยคนต่อไป ซึ่งถ้าไม่มีการพลิกโผ (เป็นเรื่องยากมากๆ) ชาวไทยจะได้สัมผัสกับนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน

แต่ก็อย่าพึ่งตีปีบฉลองชัยกันให้เอิกเกริกมากนักเพราะอำนาจที่ว่าที่ รัฐบาลชุดใหม่กำลังจะมีอยู่ในมือนั้นมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่มีต่อชีวิต ของคนไทยไปอีก 65 ล้านคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังกลายเป็น ประเด็นที่ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของประชาชนโดยตรง ซึ่ง INCquity ได้ขออาสาลงพื้นที่จริงเพื่อไปสำรวจความต้องการของภาคธุรกิจทั้งรายเล็กจนไป ถึงรายใหญ่กับความต้องการที่พวกเขาอยากจะได้จากรัฐบาลชุดใหม่ โดยความต้องการของผู้ประกอบการส่วนใหญ่นั้นออกมาค่อนข้างจะตรงกัน โดยล้วนมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

นำความปรองดองและสามัคคีกลับคืนสู่ประเทศ

เพราะที่นี่คือประเทศไทยและช่วง 5 ถึง 6 ปีหลังสุดเราถูกแบ่งแยกจากความเป็นพี่เป็นน้องกันด้วยสี ซึ่งสาเหตุจะด้วยล้วนมาจากอะไรก็แล้วแต่อย่ายกเอามาเป็นประเด็นเพราะเรื่อง จะไม่จบอย่างที่คนไทยบางส่วนกำลังหลงทางกันอยู่ในขณะนี้แน่นอน โดยรัฐบาลใหม่ที่กำลังใกล้่จะเข้ามาบริหารประเทศอยู่ในเร็ววันนี้จะต้องรีบ ดำเนินการในเรื่องของการสร้างความปรองดองพร้อมทั้งนำความสามัคคีมาสู่ ประชาชนให้เร็วที่สุด เพราะนั่นจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก สามารถทำธุรกิจได้อย่างสะดวก เกิดความเชื่อมั่นในหมู่นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ซึ่งสุดท้ายแล้วจะส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ Gross Domestic Product (GDP) ขยายตัวได้อย่างรวดเร็วด้วย

มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ยอดเยี่ยม

ระบบเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศจะเห็นได้จาก กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วอย่าง “กลุ่มจี 7” ล้วนแล้วแต่มีขนาดเศรษฐกิจภายในประเทศที่ทั้งใหญ่ แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพและมูลค่ารวมที่สูงมาก ดังนั้นรัฐบาลจะต้องมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ดีเยี่ยมพร้อมทั้งแข็งแกร่งมากพอ เพื่อความได้เปรียบในเวทีการแข่งขันในระดับภูมิภาคและมองไกลไปสู่ในระดับโลก ด้วย ซึ่งแผนเศรษฐกิจของรัฐบาลจะถูกใช้เป็นแม่แบบให้กับองค์กรธุรกิจภายในประเทศ เพื่อให้มีการดำเนินนโยบายที่สอดคล้องกันทั้งในภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายในเรื่องของภาษี การส่งออก การควบคุมและจัดการค่าเงินบาท มาตรการช่วยเหลือภาคเอกชน แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ฯลฯ เป็นต้น อันจะก่อให้เกิดเป็นความร่วมมือที่จะได้รับผลประโยชน์ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย คือ เอกชนมีกำไรมากขึ้น ส่วนรัฐบาลก็สามารถเรียกเก็บภาษีได้เยอะขึ้น มีเงินมาพัฒนาประเทศให้ก้าวเดินไปข้างหน้าได้ในท้ายที่สุด เรียกได้ว่าชนะด้วยกันทั้ง 2 ฝ่ายนั่นเอง

ทีมเศรษฐกิจต้องเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน

การบริหารงานทางด้านเศรษฐกิจมีความแตกต่างจากงานภาคส่วนอื่นๆ ตรงที่ “ความเชื่อมั่น” เพราะงานบริหารทางด้านนี้ไม่มีโอกาสให้แก้ตัวจึงกลายเป็นสมการที่พูดง่ายๆ ก็คือห้ามผิดพลาดโดยเด็ดขาด ดังนั้นทีมงานทางด้านเศรษฐกิจที่ได้รับการมอบหมายงานมาจากประมุขฝ่ายบริหาร จะต้องเป็นมือเศรษฐกิจที่ดีที่สุด ได้รับความเชื่อถือและยอมรับในฝีมืออันเป็นที่ประจักษ์จากทุกฝ่าย การบริหารงานและควบคุมนโยบายจึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุด

มีความชัดเจนในเรื่องนโยบายแรงงาน

รัฐบาลชุดใหม่นี้มีนโยบายทางด้านแรงงานที่ค่อนข้างจะหวือหวาและเป็นที่ ถูกอกถูกใจประชาชนอยู่พอสมควรจนกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ได้รับชัยชนะ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งนโยบายที่ว่านี้ก็คือการรับประกันเงินเดือนผู้จบปริญญาตรีเริ่มต้นที่ 15,000 บาท และค่าแรงขั้นต่ำสำหรับผู้ใช้แรงงานอยู่ที่วันละ 300 บาท โดยนโยบายตัวนี้หากทำได้จริงก็จะถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับประชาชนที่ส่วน ใหญ่อยู่ในระบบการทำงานในลักษณะของการเป็นลูกจ้างซะส่วนมาก แต่เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่น่าหนักอกสำหรับเจ้าของธุรกิจทุกๆ คน เพราะแต่ละบริษัทมีอัตราเริ่มต้นของเงินเดือนสำหรับนักศึกษาที่จบใหม่กับผู้ ใช้แรงงานที่แตกต่างกันมาก แถมจำนวนเงินที่อยู่ในนโยบายหาเสียงก็สูงกว่าความเป็นจริงค่อนข้างเยอะเมื่อ ใช้ระบบคิดแบบถัวเฉลี่ย รัฐบาลจึงจำเป็นที่จะต้องออกมาอธิบายในเรื่องนี้ให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจใน หลักการและวิธีปฏิบัติเป็นการด่วน

สานต่อนโยบายเดิมของรัฐบาลชุดก่อน

ต้องยอมรับว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยมีพัฒนาการเจริญเติบโตที่ ค่อนข้างช้านั้น สาเหตุหลักมาจากการขาดความต่อเนื่องในเรื่องของนโยบายการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน เรียกได้ว่าเปลี่ยนกันทุกๆ 4 ปีเลยก็ว่าได้ หรืออาจจะน้อยกว่านั้นถ้าเป็นในกรณีที่รัฐบาลชุดดังกล่าวมีอายุทางการบริหาร ประเทศที่สั้นกว่ากำหนด ซึ่งสาเหตุอาจจะเป็นเพราะมีหลักการทางนโยบายที่ต่างกันหรือเป็นเพราะ การเมืองก็มิแน่ชัด โดยสิ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจต้องการที่จะได้มากที่สุดก็คือความต่อเนื่อง และสานต่อนโยบายเดิมของรัฐบาลชุดก่อนถ้่านโยบายดังกล่าวประสบความสำเร็จและ เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจจริง แต่ในขณะเดียวกันถ้าพวกเขาพิจารณาดูแล้วพบทางเลือกที่ดีกว่าจากนโยบายของ รัฐบาลชุดใหม่ พวกเขาก็พร้อมที่จะรับได้หากจะยุบนโยบายเก่าของรัฐบาลชุดก่อนทิ้งไปไม่ได้ มีัปัญหาแต่ประการใดเลย

ปรับลดราคาสินค้าให้เข้าสู่สมดุล

ประชาชนเป็นจำนวนมากค่อนข้างที่จะเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงมาก ในยุคที่ข้าวของเครื่องใช้ทั้งอุปโภคและบริโภคราคาแพงอย่างเช่นทุกวันนี้ เพราะส่วนใหญ่มักจะคิดกันว่าการที่สินค้าราคาแพงขึ้นนั้นผู้ที่ได้ประโยชน์ มากที่สุดก็คือ ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และกลุ่มนายทุน ซึ่งความจริงแล้วมิได้เป็นเช่นนั้นเสมอไปเนื่องจากการที่สินค้ามีราคาแพง นั้นผู้ที่ได้รับผลกระทบก่อนเป็นฝ่ายแรกก็คือภาคธุรกิจนั่นเอง เพราะจะต้องรับสินค้ามาขายในราคาที่สูงขึ้นในลักษณะแบบจำยอม แต่ในขณะเดียวกันผู้บริโภคกลับมีสิทธิที่จะตัดสินใจเลือกซื้อหรือปฏิเสธ ก็ได้ จึงทำให้สามารถขายสินค้าได้น้อยลงในภาวะที่ต้นทุนของสินค้ามีราคาแพงจนส่งผล ให้ได้กำไรถดถอยลงเรื่อยๆ เรียกได้ว่าแบกรับภาระความเสี่ยงไว้แต่เพียงผู้เดียว จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่จะต้องเข้ามาควบคุม พร้อมทั้งปรับลดราคาของสินค้าให้เข้าสู่ภาวะสมดุลให้จงได้

สามารถร่วมมือกับภาคธุรกิจได้

รัฐบาลมิอาจจะบริหารประเทศพร้อมทั้งผลักดันนโยบายทางเศรษฐกิจของตนให้ ประสบความสำเร็จได้เลย ถ้าปราศจากความร่วมมือจากองค์กรที่เป็นตัวแทนจากภาคธุรกิจ เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ฯลฯ ผู้ประกอบการและนักธุรกิจเป็นจำนวนมากจึงต้องการที่จะเห็นรัฐบาลเข้ามารับ ฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ พร้อมทั้งทำงานร่วมกับตัวแทนของพวกเขา เพื่อจะได้ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็วและสามารถแก้ไขปัญหาได้ อย่างตรงจุดมากที่สุดเมื่อพบเจออุปสรรคด้วย อันเป็นที่มาจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างฝ่ายรัฐที่เป็นผู้ให้กรอบนโยบาย กับภาคธุรกิจที่เป็นผู้ลงมือปฏิบัติจริงในสนามธุรกิจ

มีเสถียรภาพทางการเมืองสูง

นโยบายของรัฐที่ได้ป่าวประกาศกึกก้องอย่างสวยหรูจะกลายเป็นแค่ลมปากชวน เชื่อเท่่านั้น ตราบใดที่รัฐบาลอันเป็นผู้กุมอำนาจฝ่ายบริหารและผลักดันนโยบายในการปกครอง ประเทศมีสถานะภาพในสภาผู้แทนราษฎรที่ค่อนข้างลุ่มๆ ดอนๆ ขาดความแข็งแกร่งและเฉียบขาดในการควบคุมพรรคร่วมรัฐบาลแถมยังเปราะบางต่อ อำนาจของฝ่ายตรวจสอบด้วย เหตุผลก็เนื่องมาจากรัฐบาลแทบจะดำเนินการพัฒนาและบริหารประเทศไม่ได้เลย เนื่องจากพวกเขาจะต้องวิ่งเข้าวิ่งออกภายในสภากันเป็นว่าเล่นเพื่อยกมือนับ องค์ประชุมไม่ให้สภาล่ม สมาธิทั้งหมดจึงกลับกลายไปจดจ่ออยู่ที่ตรงส่วนนั้นแทนที่จะเอาเวลาที่มีมา มุ่งพัฒนาบริหารประเทศ ภาคเอกชนจึงต้องการรัฐบาลที่มีเสถียรภาพทางการเมืองอยู่ในระดับที่สูงด้วย

มีความเป็นนิติรัฐพร้อมธรรมาภิบาลที่สูงกว่ามาตรฐาน

เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ภาคธุรกิจใฝ่ฝันถึงมาตลอดจากรัฐบาลในทุกยุคทุกสมัย ของประเทศไทยสำหรับเรื่องของความเป็นนิติรัฐและการมีหลักธรรมาภิบาลในการ บริหารประเทศ จะผิดแผกแตกต่างจากในอดีตก็ตรงที่ภาคเอกชนค่อนข้างจะจับตามองพร้อมทั้งเรียก ร้องถวิลหา 2 สิ่งนี้มากเป็นพิเศษจากรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งรัฐบาลใหม่จะต้องรีบพิสูจน์ตัวเองในเรื่องนี้ให้ได้เร็วที่สุดด้วย

หัวใจแกนกลางของระบอบประชาธิปไตยก็คือการยอมรับและปฏิบัติตามมติของเสียง ส่วนใหญ่ ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่ที่ได้มาจากการเลือกตั้งครั้งนี้ก็มีจุดกำเนิดที่เป็นการ เห็นพ้องต้องกันของคนส่วนใหญ่ให้เข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศเช่นเดียวกัน ด้วย จะแตกต่างในหลักการแห่งการได้มาก่อนหน้านี้อยู่เพียงอย่างเดียวก็คือรัฐบาล ในระบอบประชาธิปไตยนั้น จะต้องเป็นรัฐบาลของประชาชนทุกๆ คน มิสามารถที่จะเป็นตัวแทนหรือนอมินีของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือแม้กระทั่งเสียง ส่วนใหญ่ที่เป็นผู้สนับสนุนได้ ซึ่งถ้าหากรัฐบาลใหม่สามารถทำตามหลักการที่กล่าวมาข้างต้นได้ รับรองเลยว่าอนาคตของประเทศไทยไปได้ไกลอย่างแน่นอน

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: