ASEAN ECONOMIC COMMUNITY (AEC) กับธุรกิจขนส่งไทย

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เอเชียได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก เห็นได้จากสัดส่วน GDP ของเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ต่อ GDP โลก เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 9.7% ในปี 2541 เป็น16.3% ในปี 2552 ส่งผลให้มีการผลักดันเข้ามาลงทุนในตลาดเอเชียมากขึ้น อาเซียนเล็งเห็นความสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจร่วมกัน หลังจากดำเนินการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียนหรืออาฟตา (ASEAN Free Trade Area: AFTA) ซึ่งบรรลุเป้าหมายในปี 2546 ดังนั้นการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 8 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2545 ได้มีความเห็นชอบให้มีการกำหนดทิศทางการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ซึ่งคล้ายคลึงกับประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Community: EEC) โดยประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) มีเป้าหมายเป็นฐานการผลิตเดียวกันมีการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานได้อย่างเสรี เช่นการเร่งลดภาษีสินค้าระหว่างกันในปี พ.ศ.2553 และให้ลดภาษีเหลือ 0% ภายในปี พ.ศ.2558 ใน 9 สาขาสำคัญ ได้แก่ สาขาเกษตร สาขาประมง สาขาผลิตภัณฑ์ไม้ สาขาผลิตภัณฑ์ยาง สาขาสิ่งทอ สาขายานยนต์ สาขาอิเล็กทรอนิกส์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาสุขภาพ และเปิดเสรีด้านการบริการอีก 3 สาขา ได้แก่ สาขาการท่องเที่ยว สาขาการบิน สาขาโลจิสติกส์ โดยอาเซียนได้จัดทำแผนงานเชิงบูรณาการ( AEC Blueprint) ขึ้นเพื่อเป็นภาพรวมของกิจกรรมด้านเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทั้งสินค้า/บริการ การลงทุน แรงงาน และเงินลงทุนที่ใช้เปิดเสรีมากขึ้นในอนาคต เพื่อกำหนดทิศทางแผนงานที่ต้องดำเนินงานให้มีความชัดเจนตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายและสร้าง “พันธสัญญา” ระหว่างประเทศสมาชิกที่จะดำเนินการไปสู่เป้าหมายดังกล่าวร่วมกัน
สำหรับประเทศไทยกับการเปิดเสรีทางการค้าและการบริการนั้นเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันมานานภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียนหรือที่เรียกกันว่า AFTA (ASEAN Free Trade Area) ซึ่งเริ่มขึ้นในปี 2535 โดยมีการทยอยลดอัตราภาษีศุลกากรระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2553 นี้ประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบรูไน จะต้องลดอัตราภาษีศุลกากรระหว่างกันให้เหลือ 0% ในรายการ Inclusive List และสำหรับประเทศสมาชิกใหม่อีก 4 ประเทศนั้น คือ กัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) พม่า และเวียดนาม จะทำการทยอยลดอัตราภาษีศุลกากรจนเหลือ 0 % ภายในปี 2558 เป็นที่น่าสังเกตว่าการเปิดเสรีทางการค้าของอาเซียน ส่งผลให้สินค้าส่งออกหลายรายการของไทยได้เปรียบคู่แข่งในอาเซียน และมีสินค้าหลายรายการที่ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นโดยกลุ่มสินค้าส่งออกของไทยที่คาดว่าจะได้เปรียบเมื่อเปิดเสรี เช่น ข้าวโพด ผลิตภัณฑ์ยาง และเฟอร์นิเจอร์ ในตลาดอินโดนีเซีย เสื้อผ้าสำเร็จรูป เฟอร์นิเจอร์ รถยนต์ ในตลาดมาเลเซีย เป็นต้น ขณะที่สินค้าส่งออกบางรายการจำเป็นต้องปรับตัว เช่น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ผ้าผืน เม็ดพลาสติก ในตลาดอินโดนีเซีย ยางพารา ผ้าผืนในตลาดฟิลิปปินส์ เป็นต้น สำหรับแนวทางในการปรับตัวของสินค้าเกษตร ได้แก่ การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงพันธ์พืช การพัฒนาระบบชลประทานและการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว รวมถึงการแปรรูปวัตถุดิบขั้นต้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอีกด้วย
สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการค้าของประเทศไทยกับประเทศในอาเซียนนั้น ไทยเกินดุลการค้าตลอดมา สาขาที่ไทยได้เปรียบทางการค้า 3 อันดับแรกคือ สาขาเครื่องใช้ไฟฟ้าและ อิเล็คโทรนิกส์ สาขายานยนต์ สาขาเคมีภัณฑ์ ยาง และพลาสติก ถ้าหากในปี พ.ศ.2553 มีการลดภาษีสินค้านาเข้าและส่งออก ตามเป้าหมายของ AEC จะทำให้ไทยยังคงได้เปรียบทางการค้ามากยิ่งขึ้น ยกเว้นสาขาเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไทยจะเสียดุลการค้าให้กับประเทศมาเลเซีย ส่วนสินค้าที่ประเทศไทยเสียเปรียบทางการค้ากับประเทศในอาเซียนมากที่สุดคือ สาขาปิโตรเลียม และประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเสียเปรียบเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกับประเทศพม่าที่ยังมีก๊าซธรรมชาติในทะเลอยู่มาก และในสาขาเหมืองแร่ จำพวกเหล็กและโลหะ ซึ่งไทยไม่สามารถผลิตได้และมีแนวโน้มที่จะเสียเปรียบทางการค้าต่อไป อย่างไรก็ตาม AEC นั้นเป็นการสร้างโอกาสและตลาดที่ใหญ่ขึ้นสำหรับนักธุรกิจไทย โดยนักธุรกิจไทยก็จำเป็นต้องศึกษา ทำความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมสำหรับรุก-รับไว้ล่วงหน้า เพื่อประโยชน์สูงสุดในสาขาด้านบริการ รวมถึงเป็นจังหวะที่ดีที่จะได้พัฒนาขีดความสามารถของไทยในตลาดอาเซียนและตลาดโลก

โอกาสและความท้าทายของประเทศไทยเมื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้
โอกาส
1. ไทยสามารถขยายการส่งออกสินค้าไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียน เนื่องจากอุปสรรคทางการค้าทั้งที่เป็นภาษีและมิใช่ภาษีจะลดลงหรือหมดไป และกฎระเบียบต่าง ๆ จะมีการปรับเพื่อให้สอดคล้องและเอื้อประโยชน์ในกลุ่มสมาชิกมากขึ้น
2. การรวมตัวเป็นตลาดเดียว จะช่วยดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เข้ามาในอาเซียน รวมทั้งไทยมากขึ้น
3. ผู้ประกอบการไทยในสาขาที่ไทยมีความเข้มแข็ง เช่น ผลิตภัณฑ์อาหาร ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ การท่องเที่ยว การบริการด้านสุขภาพและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ต้องเร่งศึกษาหาลู่ทางการปรับตัว และใช้โอกาสจากการลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่
ความท้าทาย
1. สาขาอุตสาหกรรมที่ไม่พร้อมในการแข่งขัน หรือที่ไทยไม่มีความได้เปรียบในด้านต้นทุน คงได้รับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการรวมตัวและเปิดเสรีทางการค้าในกลุ่มประเทศอาเซียน ภาครัฐจึงได้พยายามเจรจาผลักดันในประเด็นที่จะช่วยรักษาผลประโยชน์ ในขณะเดียวกันก็มุ่งเน้นการสร้างความพร้อมให้กับภาคเอกชนทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน กฎเกณฑ์และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือในการเตรียมพร้อมและปรับตัวสำหรับอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรี
2. การเปิดตลาดภายในอาเซียนเป็นเรื่องที่หารือ ประสานงาน และผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงเวลานี้ ยังมีความยืดหยุ่นและผ่อนปรนให้กับสาขาที่อ่อนไหวสูงของประเทศสมาชิก ซึ่งหน่วยงานภาครัฐของไทยก็จะเจรจาต่อรองด้วยความระมัดระวังเพื่อผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยเป็นสำคัญ และลดโอกาสการเกิดผลกระทบในทางลบให้มากที่สุด

ผลกระทบของไทยจากการเปิดเสรีภาคบริการ
1.ส่งผลให้ผู้ผลิตและเจ้าของกิจการในประเทศมีโอกาสโดนคู่แข่งขันจากต่างชาติมารุกรานและแย่งส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไป
2.ผู้ผลิตและเจ้าของกิจการในประเทศไทยก็มีโอกาสที่จะรุกเข้าไปแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศอื่นในอาเซียนได้เช่นกัน
3.บริษัทโลจิสติกส์ของไทยอาจไปเปิดสาขาและสร้างคลังสินค้าในประเทศลาว พม่า ก็เป็นได้ ซึ่งแน่นอนว่าการแข่งขันย่อมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
4.ผู้ประกอบการที่มีต้นทุนสูงและประสิทธิภาพการดำเนินงานต่ำกว่าคู่แข่งจากต่างชาติก็มีสิทธิปิดกิจการลง
5.การเปิดเสรีทางด้านการบริการ จะส่งผลบวกต่อคนในประเทศ เพราะผู้บริโภคจะมีทางเลือกที่มากขึ้น มีโอกาสที่จะบริโภคสินค้าและบริการที่ถูกลง
6.การเปิดเสรีจะมีผลทำให้การจ้างงานในประเทศลดลงเนื่องจากการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น
7.การเปิดเสรีบริการตามประชาคมอาเซียนส่งผลต่อปริมาณความต้องการด้านการบริการโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นตามมา

AEC ต่อการขนส่งไทย
สำหรับผลกระทบของไทยภายหลังจากการเปิดเสรีภาคบริการมีทั้งบวกและลบต่อผู้ประกอบการภายในประเทศ เนื่องจากการเปิดเสรีจะมีผลให้สินค้า บริการ และการลงทุนเคลื่อนย้ายไปมาอย่างเสรีโดยไม่ได้จำกัดอยู่ที่พรมแดนของประเทศใดประเทศหนึ่ง ส่งผลให้ผู้ผลิตและเจ้าของกิจการในประเทศมีโอกาสที่จะโดนคู่แข่งขันจากต่างชาติมารุกรานและแย่งส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไป ในขณะเดียวกันผู้ผลิตและเจ้าของกิจการในประเทศไทยก็มีโอกาสที่จะรุกเข้าไปแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศอื่นในอาเซียนได้เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น บริษัทที่ให้บริการทางด้านโลจิสติกส์ของไทยอาจจะไปเปิดสาขาและสร้างคลังสินค้าในประเทศลาว พม่า ก็เป็นได้ ซึ่งแน่นอนว่าการแข่งขันย่อมจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และผู้ประกอบการใดที่มีวิสัยทัศน์ มีการปรับตัวที่ดี ก็สามารถที่จะขยายตลาดไปลงทุนเพิ่มในต่างประเทศได้ เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในทำเลที่เหมาะสมมากตั้งแต่ทะเลอันดามันไปถึงญี่ปุ่น และไทยได้เปรียบจากการเจรจาทำความตกลงความร่วมมือนอกอาเซียน 10 ประเทศ โดยมีกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคอีก 4 กรอบใหญ่ อาทิ กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Great Mekong Subregion : GMS) 6 ประเทศ คือ ไทย ลาว พม่า เวียดนาม กัมพูชา และจีน เป็นต้น
ในกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจทั้งหมดจะเห็นว่าเป็นโอกาสของธุรกิจไทย หากจะขยายการค้ากับประเทศเหล่านี้อีกทั้งยังมีข้อตกลงด้านการขนส่งที่เกี่ยวข้องกับไทย คือ
1. ข้อตกลงการขนส่งทางถนนไทย-ลาว 2.บันทึกความเข้าใจไทย-มาเลเซีย ว่าด้วยการขนส่งสินค้าผ่านแดน ซึ่งเป็นการขนส่งสินค้าจากไทยผ่านมาเลเซียไปสิงคโปร์ 3.ความร่วมมือระหว่างไทย-มาเลเซียทางถนน ในเรื่องการเดินรถร่วมกัน 4.ข้อตกลงอำนวยความสะดวก ร่วมกันในการขนสินค้าผ่านแดนอาเซียน มีเรื่องขนส่งข้ามแดน การขนส่งสินค้าหลายรูปแบบ และ 5.การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งข้อตกลงเหล่านี้เกี่ยวกับการขนส่งโดยเฉพาะ จากที่กล่าวไปจะพบว่า เรามีข้อตกลงที่ไทย ไปทำอยู่ 2 ด้าน คือ ด้านบน คือ จีน กับด้านล่าง คือ สิงคโปร์ ที่ผ่านมาการขนส่งสินค้าข้ามแดนของไทยผ่านด่านต่างๆ มีน้อยมาก แค่ 5% ของมวลรวมการขนส่งสินค้าทั้งประเทศ ฉะนั้นถ้าเราเห็นข้อตกลงที่กล่าวมาก็น่าจะมีการขยายความตกลงการขนส่งด้วยกัน ซึ่งจากการคาดการณ์ของกรมศุลกากรเรื่องปริมาณการขนสินค้าผ่านด่านต่างๆ ของไทยทั้งการส่งออกและนำเข้า ตั้งแต่ ปี 2548-2558 จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว หากท่านมองเห็นโอกาสการค้าชายแดนเป็นการค้าระดับภูมิภาค เส้นทางขนส่งสินค้าจากจีนผ่านไทยไปยุโรป ผ่านท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล หรือถ้าจะส่งออกสินค้าไปสหรัฐก็ให้ขนผ่านท่าเรือแหลมฉบัง ฉะนั้นโอกาสของไทยจึงขึ้นอยู่กับว่าเราจะพัฒนาเส้นทางเพื่อให้เป็นฐานในการขนส่งสินค้าได้หรือไม่ เหล่านี้เป็นการบ้านให้กระทรวงคมนาคมไปจัดทำแผนการขนส่งต่อไป

ทิศทางการพัฒนาและการปรับตัวของผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย
1.ต้องมีการเตรียมทำแผนกลยุทธ์ของการขยายการบริการทางด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน
2.มุ่งจัดระบบการให้บริการโลจิสติกส์ที่สามารถทำให้บริษัทขนย้ายสินค้าจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งในอาเซียนด้วยต้นทุนที่ต่ำสุด
3.การขนส่งสินค้าทางถนนจากไทยไปเวียดนามอาจจะคุ้มกว่าการขนส่งสินค้าหลายหมวดจากทางรถไฟ
4.ต้องมีการจัดเตรียมทำแผนกลยุทธ์ของการขยายการบริการทางด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน
5.มุ่งจัดระบบการให้บริการโลจิสติกส์ที่สามารถทำให้บริษัทขนย้ายสินค้าจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งในอาเซียนด้วยต้นทุนที่ต่ำสุด
6.การขนส่งสินค้าทางถนนจากไทยไปเวียดนามอาจจะคุ้มกว่าการขนส่งสินค้าหลายหมวดจากทางรถไฟ

ความเห็นของผู้ให้บริการการขนส่งสินค้าของไทยเมื่อมีการเปิดเสรีภาคบริการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของกลุ่มอาเซียน
คุณพูนศักดิ์ เธียไพรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ETERNITY GRAND LOGISTICS PLC. ได้กล่าวไว้ว่า ในช่วงที่ผ่านมานั้นบริษัทข้ามชาติได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการของไทยต้องมีการปรับปรุงทั้งเรื่องบุคลากร ความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาศักยภาพในการให้บริการ แต่เมื่อมองลึกลงไปถึงวัฒนธรรมภายในองค์กร ความยึดมั่นและรูปแบบหากเป็นแบบการสร้างเครือข่ายพันธมิตรจะสามารถร่วมมือกันได้มากน้อยแค่ไหน สำหรับในส่วนของบริษัท ETERNITY นั้นในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมาได้รับความสำเร็จมากอย่างรวดเร็ว เราอยู่ในตลาดที่ถูกบังคับให้ต้องแข่งขันกับธุรกิจโลจิสติกส์ต่างชาติ ธุรกิจของต่างชาติก็รู้ว่าเราได้ UP ตัวเองขึ้นมาแล้ว เขาก็ตัด ซึ่งหากถามว่า LSP ของไทยจะตายหรือไม่ภายใต้เงาตลาดการเข้ามาของต่างชาติ ก็ตอบว่าภายใต้กรอบของทุนนิยม LSPไทยไม่ตายหรอกครับ เพียงแต่อาจต้องทำงานภายใต้แบรนด์ยักษ์ใหญ่เจ้าใดเจ้าหนึ่ง แต่ถ้าต้องการให้ LSPไทย เป็น Regional Brand หรือ Global Brand ก็ต้องอยู่ที่ความสามารถของบุคลากรว่ามีถึงหรือไม่

บทสัมภาษณ์ผู้ให้บริการรับจ้างขนส่งสัญชาติไทย ระดับ SME คุณพุฒิพงศ์ มงคลสิริวัฒน์ ตำแหน่งผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธนาวินขนส่ง
ถาม : เมื่อประเทศไทยเปิดเสรีทางด้านธุรกิจบริการด้านขนส่ง คุณมีความคิดเห็นต่อการเปิดการค้าเสรีอย่างไร
ตอบ : เมื่อมีการเปิดเสรีด้านธุรกิจบริการด้านขนส่ง ผมมีความคิดเห็นว่ามีทั้งผลดีและผลเสียแน่นอนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย เนื่องจากเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายใหญ่มีเพิ่มมากขึ้น ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น เนื่องจากบริษัทใหญ่จะมีทุนสูง เป็นบริษัทที่ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร ซึ่งมีความสะดวกค่อนข้างสูง รวมทั้งต้นทุนต่ำกว่า มีเทคโนโลยีและบุคลากรที่มีความสามารถค่อนข้างครบถ้วนกว่า ทำให้ได้รับความนิยม มากกว่าแน่นอน สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งมีความพร้อมในด้านต่างๆยังน้อยอยู่ จึงลำบากแน่นอน แต่ผมมองว่า ในปัจจุบันหากผู้ประกอบการรายย่อยสามารถรักษาตลาดไว้ได้ คือภายในพื้นที่ที่ให้บริการอยู่ ซึ่งถือความไว้วางใจกันเป็นหลักเนื่องจากเป็นบุคคลในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงความชำนาญในพื้นที่มีมากกว่า ทำให้ในปัจจุบันยังสามารถอยู่ได้ แต่ในอนาคตอาจต้องมีการปรับตัวโดยขยายตลาดการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงก็สามารถทำได้เช่นกัน การเปิดเสรีการค้าจึงไม่ส่งผลกระทบเท่าใดนักหากผู้ประกอบการมีการปรับตัวและเตรียมความพร้อมที่ดี ซึ่งผมอยากเสนอให้ภาครัฐเข้ามามีส่วนช่วยเหลือในแง่ของเงินลงทุนและให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยด้วย

ถาม : คุณคิดว่าจะผลกระทบต่อธุรกิจของคุณหรือไม่ ภายหลังการเปิดเสรีทางการค้า
ตอบ : ธุรกิจของเราเป็นธุรกิจเล็กๆ ซึ่งมีเงินลงทุนค่อนข้างต่ำ เมื่อมีการเปิดเสรีทางการค้าการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น การดำเนินการมีความลำบากมากขึ้นอย่างแน่นอนในระยะยาว รวมถึงปัญหาด้านบุคลากรที่มีประสิทธิภาพมีความเชี่ยวชาญในสายงาน ซึ่งมีค่อนข้างน้อย ทำให้การดำเนินงานมีอุปสรรค ทางเราจึงต้องมีการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือในส่วนนี้เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินการไปได้ในอนาคต แต่ทั้งนี้เราคิดว่าการเปิดเสรีทางด้านการค้าก็อาจจะเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ขยายตลาดออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้เช่นกัน หากมีการปรับตัวที่ดีนะครับ

ถาม : คุณมีการปรับตัวอย่างไรเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจ
ตอบ : 1. ด้านต้นทุน ทางผู้ประกอบการได้ปรึกษาระหว่างผู้ให้บริการรับจ้างขนส่งกันเอง เรื่องของการจับมือกันเป็นพันธมิตรเพื่อลดต้นทุนในการขนส่งภายในเขตของตนเอง (ยกตัวอย่างได้ไหมคะว่าเป็นพันธมิตรอย่างไร) เช่น ตอนนี้ทางเราได้คุยกับผู้ประกอบการขนส่งในหลายจังหวัดภายในภาคอีสานไว้ คือหากบริษัทได้รับการว่าจ้างให้บรรทุกสินค้าไปยังจังหวัดของพันธมิตรใดหรือจังหวัดใกล้เคียงให้บริษัทนั้นเป็นผู้รับผิดชอบในการขนส่งนั้นโดยใช้ราคากลางที่กำ หนดร่วมกันไว้
2. ปัจจุบันทางบริษัทได้มีการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมในด้านการลงทุนไปยังการค้าชายแดนระหว่างไทย- ลาว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับบริษัทใหญ่ๆให้มากขึ้น โดยการติดต่อกับผู้ประกอบการทางฝั่งประเทศลาวเพื่อลงทุนร่วมกัน รวมถึงจัดสรรและเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อเตรียมรับมือในส่วนนี้ด้วย

ถาม : คุณต้องการความช่วยเหลือด้านใดจากภาครัฐหรือไม่
ตอบ : ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือในด้านการลงทุนต่างๆมากขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้มากขึ้น เช่น การช่วยเหลือด้านการลงทุนของระบบเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการภายในธุรกิจ เป็นต้น รวมถึงการออกนโยบายของรัฐบาลที่ควรมีจุดยืนที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยด้วย

ขอขอบคุณ : คุณพุฒิพงศ์ มงคลสิริวัฒน์ ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ธนาวินขนส่ง
แหล่งข้อมูล:
กลุ่มบริหารการคลังและเศรษฐกิจ (CFO) สำนักงานคลังจังหวัดหนองคาย
ประชาชาติธุรกิจ (www.matichon.co.th/prachachart )
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ASEAN Economic Community ;
http://www.thaipr.net/nc/readnews.aspx?newsid=E036C88DB75E89B6AED7B391DD285A06
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ;
http://www2.oae.go.th/biae/Article/_aec15OCT50.pdf
ไทยกับ AEC ในยุคสมัยแห่งเอเชีย ;
http://www.thailandwisdom.com/images/column_1271138775/AEC.pdf
แนวทางการผลักดันภาคเอกชนไทยในการใช้ประโยชน์จาก AEC ;
http://www.asia.tu.ac.th/ieas/SMEs/paper230352/Vietnam/Vietnam_Paper1.pdf
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) :ผลดี VS ผลเสีย ต่อเศรษฐกิจไทย;
http://www.positioningmag.com/prnews/PrintPRNews.aspx?id=23505
วารสาร Logistic Thailand ฉบับ เดือนธันวาคม 2552 หน้า 11


โดย พัทธนันท์ มงคลสิริวัฒน์ (52401607)

บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรมสาขาการจัดการโลจิสติกส์ (รุ่นที่ 8)


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: