เครื่องชี้เศรษฐกิจล่าสุดเดือนพ.ค. … การใช้จ่ายในประเทศฟื้นตัวอีกครั้ง

สรุปเครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนพฤษภาคม 2554

 

เครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจสำคัญๆ ที่ประกาศในช่วงเดือนมิถุนายน 2554 จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา มีดังนี้ :-

 ผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคม 2554 ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สะท้อนว่า ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมท่ามกลางการใช้จ่ายในประเทศและราคาผลผลิตทางการเกษตรที่อยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่ กิจกรรมการรณรงค์หาเสียงของพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง ก็ช่วยหนุนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น สิ่งพิมพ์ ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมขยับขึ้นไปที่ 108.3 ในเดือนพ.ค. จาก 106.6 ในเดือนเม.ย. อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรมยังคงมีความกังวลต่อการปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ น้ำมัน และอัตราดอกเบี้ย

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพฤษภาคม 2554 ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ประกาศเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554 และอัตราเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน 2554 ของกระทรวงพาณิชย์ ที่ประกาศเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 :- 

 การส่งออกเดือนพฤษภาคม 2554 ขยายตัวชะลอลงมาที่ร้อยละ 17.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) จากที่ขยายตัวร้อยละ 24.7 (YoY) ในเดือนเมษายน โดยการส่งออกในหมวดยานพาหนะและชิ้นส่วนยังคงหดตัวเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ส่วนการนำเข้าในเดือนพ.ค. ขยายตัวร้อยละ 34.4 (YoY) เร่งขึ้นจากร้อยละ 26.3 (YoY) ในเดือนเม.ย. เนื่องจากมีการนำเข้าทองคำ น้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์พลาสติกเพิ่มขึ้นมาก อย่างไรก็ดี มูลค่าการส่งออกเดือนพ.ค.ที่เพิ่มขึ้นจากเดือนเม.ย. ช่วยทำให้ดุลการค้าพลิกกลับมาเกินดุลอีกครั้งที่ระดับ 274 ล้านดอลลาร์ฯ จากที่ขาดดุล 477 ล้านดอลลาร์ฯในเดือนเม.ย.

 สำหรับในด้านการบริโภคของภาคเอกชนนั้น ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน (Private Consumption Index) พลิกกลับมาขยายตัวจากเดือนก่อนร้อยละ 0.9 (MoM) ในเดือนพฤษภาคม 2554 จากที่หดตัวลงในเดือนก่อนหน้า นำโดย การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค และปริมาณการใช้ไฟฟ้า อย่างไรก็ดี ปริมาณการจำหน่ายในหมวดยานยนต์และเชื้อเพลิง ยังคงหดตัวสอดคล้องกับปัญหาในภาคการผลิต ขณะที่ เมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันปีก่อน การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 5.1 (YoY) ในเดือนพ.ค. เร่งขึ้นจากร้อยละ 4.5 ในเดือนเม.ย.

 ส่วนการลงทุนของภาคเอกชนนั้น ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (Private Investment Index) ฟื้นกลับมาขยายตัวร้อยละ 0.4 (MoM) ในเดือนพฤษภาคม 2554 จากที่หดตัวลงในเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ องค์ประกอบของดัชนีการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวอย่างพร้อมเพรียงกันอีกครั้ง (ยกเว้น ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่หดตัวลงตามการหยุดชะงักในภาคการผลิต) นำโดย การนำเข้าสินค้าทุน ปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ และพื้นที่รับอนุญาตก่อนสร้างในเขตเทศบาล ที่ขยายตัวเร่งขึ้นตามทิศทางในภาพรวม อย่างไรก็ดี หากเทียบกับในช่วงเดียวกันปีก่อน (ที่การลงทุนขยายตัวในอัตราที่ค่อนข้างสูง) การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 11.1 (YoY) ในเดือนพฤษภาคม ต่ำกว่าที่ขยายตัวร้อยละ 12.4 ในเดือนเมษายน

 ด้านความเชื่อมั่นของภาคเอกชนนั้น การใช้จ่ายภายในประเทศเดือนพฤษภาคม 2554 ที่มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นจากที่หยุดชะงักลงในเดือนเมษายนตามที่กล่าวไว้เบื้องต้น เป็นทิศทางที่สอดคล้องกับการขยับขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นภาคเอกชน ทั้งในส่วนของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขยับขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนมาที่ระดับ 80.4 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 79.6 ในเดือนเม.ย. ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในปัจจุบันและในอีก 3 เดือนข้างหน้า เพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับที่สูงกว่า 50 (สะท้อนถึงความเชื่อมั่น) อีกครั้งอย่างพร้อมเพรียงกัน ที่ 50.9 และ 55.8 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า บรรยากาศการใช้จ่ายภายในประเทศในระยะข้างหน้า ยังคงถูกปกคลุมไปด้วยปัจจัยที่ไม่แน่นอนอื่นๆ อาทิ ภาวะต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพที่อาจโน้มสูงขึ้นอีกในระยะข้างหน้า

 ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมนั้น ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index) ของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในเดือนพฤษภาคม 2554 พลิกกลับมาขยายตัวจากเดือนก่อนหน้าร้อยละ 0.7 (MoM) และชะลอการหดตัวมาอยู่ที่ร้อยละ 3.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) เทียบกับที่หดตัวลงมากถึงร้อยละ 8.1 (YoY) ในเดือนเม.ย. ทั้งนี้ แม้ว่าการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์จะยังคงหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 จากผลกระทบของเหตุแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น แต่การผลิตในอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับการส่งออก อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า หลอดอิเล็กทรอนิกส์ และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ช่วยทำให้ภาวะการผลิตอุตสาหกรรมในภาพรวมเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้นมาที่ระดับร้อยละ 58.7 ในเดือนพ.ค. จากร้อยละ 54.4 ในเดือนเม.ย.

 สำหรับเครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรนั้น ด้านผลผลิตหดตัวลงร้อยละ 5.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ในเดือนพฤษภาคม เทียบกับที่ขยายตัวร้อยละ 36.9 ในเดือนเมษายน เนื่องจากผลผลิตสินค้าเกษตรหลายประเภท (โดยเฉพาะข้าว) ถูกเก็บเกี่ยวไปมากแล้ว ขณะที่ สภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้ผลผลิตผลไม้ลดลง และเป็นอุปสรรคต่อการกรีดยาง สำหรับด้านราคาสินค้าเกษตรนั้น แม้จะยังคงขยับขึ้นอีกร้อยละ 18.7 (YoY) ในเดือนพ.ค. แต่ก็เป็นอัตราการเพิ่มที่น้อยกว่าร้อยละ 22.3 ในเดือนเม.ย. เนื่องจากทิศทางราคายางพารา และมันสำปะหลังอยู่ในช่วงชะลอลง

 ส่วนตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน 2554 ของกระทรวงพาณิชย์นั้น ยังคงขยับขึ้นจากเดือนก่อนหน้าทั้งในส่วนของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อยร้อยละ 0.13 (MoM) เนื่องจากการปรับตัวลดร้อยละ 0.63 ของราคาในหมวดพลังงานช่วยชดเชยผลของการปรับสูงขึ้นของราคาสินค้าในหมวดอาหารสด อาหารสำเร็จรูป เครื่องประกอบอาหาร เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ค่าเช่าบ้าน และค่าของใช้ส่วนบุคคล และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 4.06 (YoY) ในเดือนมิ.ย. ชะลอลงจากร้อยละ 4.19 (YoY) ในเดือนพ.ค. ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (ที่ไม่นับรวมหมวดอาหารสดและพลังงาน) พุ่งขึ้นมาที่ร้อยละ 2.55 (YoY) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 34 เดือน จากร้อยละ 2.48 (YoY) ในเดือนพ.ค.

 เงินบาทในประเทศ (Onshore) ปิดตลาด ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2554 ที่ระดับ 30.68 อ่อนค่าลงจาก 30.28 บาทต่อดอลลาร์ฯ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม โดยถูกกดดันจากการเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุนในตลาดการเงินทั่วโลก (ท่ามกลางวิกฤตหนี้ของกรีซ) ซึ่งทำให้นักลงทุนต่างชาติปรับพอร์ตการลงทุนในไทย ขณะที่ แรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ ของผู้นำเข้าในช่วงสิ้นเดือนมิ.ย. และสิ้นไตรมาส ก็เป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นแรงขายเงินบาทด้วยเช่นกัน

 บทสรุป บรรยากาศที่ดีขึ้นของการใช้จ่ายในประเทศ และรายได้ภาคเกษตรที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง เข้ามาช่วยชดเชยแรงบวกที่หายไปจากภาคการส่งออกและการผลิตภาคอุตสาหกรรม และทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงคาดการณ์ว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่ 2/2554 น่าจะขยายตัวได้ใกล้เคียงร้อยละ 3.0 (YoY) ที่ทำไว้ในช่วงไตรมาสแรก ขณะที่ ผลของปัจจัยเรื่องฐานการคำนวณเปรียบเทียบ น่าจะหนุนให้เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้ในกรอบที่สูงขึ้นในช่วง2 ไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 แต่เสถียรภาพทางการเมืองในประเทศหลังการเลือกตั้ง ทิศทางเศรษฐกิจโลก และแนวโน้มเงินเฟ้อ-ต้นทุนการผลิต-พลังงานในประเทศที่อาจขยับสูงขึ้น ยังคงเป็นตัวแปรที่มีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจในช่วงดังกล่าว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: