Car Care : ธุรกิจที่สนองไลฟ์สไตล์คนมีรถ

ธุรกิจคาร์แคร์ (Car Care) โดยทั่วไปจะมีบริการที่หลากหลายอยู่ภายในศูนย์บริการ ตั้งแต่การบริการทำความสะอาด บริการซ่อมบำรุง หรือบริการเพิ่มประสิทธิภาพของรถ แต่บริการทำความสะอาดรถจะเป็นบริการหลักของธุรกิจคาร์แคร์ เนื่องจากเป็นบริการที่ผู้ใช้รถนิยมและมีความถี่ในการเข้าใช้บริการมากที่สุด เมื่อเทียบกับบริการด้านอื่นๆ อีกทั้งยังมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้น เนื่องจาก วิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบมากขึ้น จนทำให้ไม่มีเวลาในการดูแลรักษาทำความสะอาดรถ ประกอบกับการเติบโตของสังคมเมือง ทำให้ขนาดของที่พักอาศัยมีพื้นที่เล็กลง ส่งผลให้สถานที่และความสะดวกในการดูแลรักษาทำความสะอาดรถนั้นลดน้อยลงไป นอกจากนี้ ในภาพรวมของธุรกิจคาร์แคร์ ยังมีแนวโน้มการเติบโตตามปริมาณรถยนต์ในประเทศ ซึ่งมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของสภาวะเศรษฐกิจ โดยในปี 2553 ที่ผ่านมา มีจำนวนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของธุรกิจคาร์แคร์ จดทะเบียนใหม่จำนวน 465,738 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 50.7 (YoY) และหากรวมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คนที่จดทะเบียนสะสมมาจนถึงเดือนพฤษภาคม 2554 จะมีจำนวนทั้งสิ้น 4752,061 คัน แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสภาพรถจะเป็นอย่างไร รถทุกคันล้วนแล้วแต่ต้องการได้รับการดูแลรักษาทำความสะอาดทั้งสิ้น ดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าวจึงส่งผลให้ธุรกิจคาร์แคร์ยังคงสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ธุรกิจคาร์แคร์มีโอกาสเติบโตตามการเพิ่มขึ้นของรถยนต์ ซึ่งที่ผ่านมายอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยอยู่ในสัดส่วนที่สูงมาก ส่งผลให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ได้ให้ความสนใจในการเปิดบริการคาร์แคร์เป็นจำนวนมาก เพราะในเบื้องต้นการลงทุนอาจไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากนัก ประกอบกับเป็นธุรกิจบริการที่ให้ผลตอบแทนสูง และจำนวนลูกค้ามีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการเข้าสู่ธุรกิจทำได้ง่าย ทั้งที่เป็นศูนย์บริการทั่วไป ที่มีการลงทุนเองของผู้ประกอบการรายย่อย ใช้จำนวนเงินลงทุนไม่สูงมากนัก และในรูปแบบที่เป็นแฟรนไชส์ ซึ่งรูปแบบนี้มีข้อดีในเรื่องการแนะนำความรู้ทางด้านการบริหารจัดการ รวมไปถึงมีการอบรมพนักงานให้จากบริษัทแม่ แต่ผู้ประกอบต้องใช้เงินทุนค่อนข้างสูง

     สภาพการแข่งขันในปัจจุบันมีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจาก มีธุรกิจคาร์แคร์เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าเป็น ศูนย์บริการดูแลรักษาทำความสะอาดรถโดยเฉพาะ ศูนย์บริการในสถานีบริการนํ้ามัน ศูนย์บริการที่ใช้เครื่องล้างอัตโนมัติ และร้านที่มีบริการตามอาคารที่จอดรถต่างๆ จึงทำให้ลูกค้ามีโอกาสเลือกใช้บริการทดแทนกันได้ตามความต้องการ ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ศูนย์บริการคาร์แคร์ในแต่ละที่มีการบริการที่แตกต่างกันไป โดยมีรายละเอียดดังนี้
     ศูนย์บริการดูแลรักษารถโดยเฉพาะ จะเน้นการให้บริการที่เป็นมาตรฐาน พนักงานได้รับการอบรมทางด้านการดูแลรักษารถมาโดยเฉพาะ มีสถานที่สะอาดและจัดแบ่งโซนได้อย่างชัดเจน มีเครื่องมือให้การบริการครบครัน และมีการให้บริการที่ครบวงจรหลากหลาย ในบางแห่งอาจมีบริการล้างรถด้วยเครื่องล้างอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมการตลาดเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ารับบริการ หรือบริการพิเศษบางประเภทเพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย แต่รูปแบบนี้อาจจะมีค่าบริการค่อนข้างสูง จึงเหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อระดับกลางขึ้นไป
     ศูนย์บริการตามห้างสรรพสินค้า ผู้ให้บริการเหล่านี้มีลักษณะการให้บริการคล้ายคลึงกับแบบร้านที่ดูแลรักษาทำความสะอาดรถโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่จะเป็นในรูปแบบของแฟรนไชส์ และมีลักษณะหรือรูปแบบการให้บริการที่ชัดเจน แต่การบริการอาจมีไม่หลากหลาย เนื่องด้วยข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ แต่ศูนย์บริการดังกล่าวอาศัยความได้เปรียบในเรื่องลักษณะนิสัยของลูกค้าที่นิยมพักผ่อนตามห้างสรรพสินค้า ทำให้มีลูกค้าในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นจำนวนมาก
ศูนย์บริการในสถานีบริการนํ้ามัน เป็นรูปแบบการบริการที่มีความสะดวกสบายด้านสถานที่ ซึ่งมีศูนย์บริการกระจายตัวอยู่อย่างมากมายตามสถานีบริการน้ำมัน อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการค่อนข้างถูก เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นในรูปแบบที่ผู้ประกอบการลงทุนเอง ทำให้ได้รับความนิยมจากรถประเภทรับจ้างเป็นจำนวนมากศูนย์บริการที่ใช้เครื่องล้างอัตโนมัติ เป็นการดูแลรักษารถในรูปแบบใหม่ ที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถลดปัญหาในเรื่องการจ้างแรงงานและพื้นที่เช่าได้ เนื่องจากใช้พื้นที่น้อย ซึ่งการทำความสะอาดในรูปแบบนี้สามารถตอบโจทย์ของลูกค้าที่มีเวลาค่อนข้างจำกัด แต่ความเชื่อของลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่า การล้างรถด้วยเครื่องล้างอัตโนมัตินั้น อาจล้างทำความสะอาดได้ไม่เท่ากับการใช้แรงงานคน นอกจากนี้ เครื่องอัตโนมัติดังกล่าว อาจทำได้แค่การล้างทำความสะอาดรถเพียงอย่างเดียวจากสภาพการแข่งขันของธุรกิจที่รุนแรง และการบริการที่สามารถทดแทนกันได้ ดังนั้น เมื่อมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาในพื้นที่ อาจทำให้ปริมาณของลูกค้าที่มาใช้บริการมีจำนวนลดน้อยลง และเมื่อคู่แข่งขันมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ก็อาจทำให้กิจการมีส่วนแบ่งทางการตลาดในพื้นที่น้อยลง และถ้าหากในระยะยาว ผู้ประกอบการไม่มีการปรับปรุงหรือพัฒนา อาจส่งผลให้กิจการประสบกับปัญหาขาดทุนและปิดตัวลงได้ในอนาคต ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า จากสภาพการแข่งขันของธุรกิจที่รุนแรง ผู้ประกอบการจะต้องมีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมต่างๆ ทั้งภายนอกและภายในของธุรกิจคาร์แคร์ เพื่อให้ทราบแนวทางในการดำเนินธุรกิจ และเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ ดังนี้


การบริหารจัดการธุรกิจคาร์แคร์…เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
การบริหารด้านบุคลากรปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงคือ ด้านบุคลากร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จได้นาน เนื่องจาก ธุรกิจคาร์แคร์เป็นธุรกิจที่ให้บริการ ดังนั้น การบริการของพนักงานจะต้องสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า อันจะทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการคัดเลือกพนักงานนั้น ผู้ประกอบการจะต้องมีความพิถีพิถันในการคัดเลือก โดยจะต้องมีการทดสอบระดับความรู้ความสามารถในการดูแลรักษารถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเทคนิค และทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ในการให้บริการที่ประทับใจกับลูกค้า เพื่อให้พนักงานมีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับการบริการด้านดูแลรักษารถยนต์ พร้อมที่จะให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าได้ เพื่อสื่อให้ลูกค้าได้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพด้านการดูแลรักษารถยนต์ โดยพนักงานจะต้องถูกฝึกให้ปฏิบัติตามขั้นตอนในแผนปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การบริการเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกครั้ง และพยายามสร้างให้พนักงานมีความสำนึกในบริการ (Service Mind) เนื่องจากจะช่วยให้การบริการต่างๆ เป็นการบริการที่ออกมาจากใจ มีความสุภาพ เรียบร้อย และมีความเอาใจใส่ต่อรถยนต์ของลูกค้า นอกจากนี้ ความสำนึกในบริการยังมีส่วนช่วยในการแก้ไขสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือแผนปฏิบัติงานที่กำหนดไว้ หรือแม้ว่าพนักงานจะไม่สามารถจดจำขั้นตอนการปฏิบัติงานได้ พนักงานก็ยังสามารถบริการลูกค้าได้อย่างดี มีความเต็มใจ และสามารถสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าได้การบริหารด้านบริการและการจัดการ
การพัฒนากระบวนการด้านการบริการเพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ศูนย์บริการสามารถตอบสนองความต้องการและสามารถแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้ อันจะทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ การตอบสนองถึงบริการต่างๆ ที่ลูกค้าคาดหวัง หรือเหนือความคาดหวังของลูกค้าได้ และการมีคุณภาพของการบริการที่ดี ย่อมทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจในบริการ ซึ่งลูกค้าจะจดจำและกลับมาใช้บริการซ้ำอีก และอาจบอกต่อให้ลูกค้ารายอื่นรับรู้ อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญสำหรับด้านการบริการ คือ การตรวจเช็คคุณภาพของผลงานก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ศูนย์บริการต้องมีการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งต้องมีการกำหนดกระบวนการในการให้บริการที่ชัดเจน ซึ่งจะทำให้พนักงานทราบขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้อง และทำงานไปในทิศทางเดียวกัน อันจะส่งผลให้ผลงานมีคุณภาพและส่งมอบงานได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้การจัดทำสถานที่รับรองลูกค้า จะทำให้ลูกค้ามีความสะดวกสบาย เนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกขณะรอรับรถ ส่งผลให้ลูกค้ามีความประทับใจในการใช้บริการจากทางร้านมากขึ้น

การบริหารด้านเครื่องมือและอุปกรณ์
เครื่องมือและอุปกรณ์มีความจำเป็นและมีส่วนช่วยให้ผลงานมีคุณภาพมากขึ้น ดังนั้น การให้ความสำคัญในการใช้อุปกรณ์อย่างถูกวิธี นอกจากจะทำให้พนักงานปฏิบัติงานได้รวดเร็วมากขึ้นแล้ว ยังส่งผลให้ผลงานที่ออกมามีคุณภาพ อีกทั้งยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายให้กับรถของลูกค้าที่มาใช้บริการได้ เช่น การใช้เครื่องมืออย่างถูกวิธี จะช่วยลดรอยขีดข่วนที่อาจเกิดจากชุดของพนักงานได้ เป็นต้น ดังนั้น ในเบื้องต้นเมื่อพนักงานได้ทำการคัดเลือกและทดลองใช้อุปกรณ์แล้ว หากพบว่า อุปกรณ์ที่เลือกสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและมีความถนัดในการปฏิบัติงาน ก็ควรให้พนักงานนำอุปกรณ์นั้นมาปรับใช้ในการทำงานประจำวัน ซึ่งจะสามารถช่วยลดความผิดพลาดในขั้นตอนการปฏิบัติงงาน ส่งผลให้การทำงานมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงานให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย จะทำให้เกิดความง่ายในการค้นหาและเลือกใช้งานได้อย่างสะดวกมากขึ้น ซึ่งทางร้านยังสามารถตรวจสอบความเสียหายของอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างสะดวก เพื่อที่จะได้เตรียมอุปกรณ์ให้มีความพร้อมสำหรับการให้บริการอยู่เสมอ และที่สำคัญการจัดการด้านอุปกรณ์ให้เรียบร้อย จะมีส่วนช่วยในการสร้างบรรยากาศของการทำงานให้ดีขึ้น

ข้อกำหนดพื้นฐานเพื่อให้ Car Care ได้มาตรฐาน
ในการทำให้ธุรกิจคาร์แคร์ให้ได้มาตรฐานนั้น อาจต้องประกอบไปด้วยหลายส่วน ดังนี้

มาตรฐานทางด้านโครงสร้างศูนย์บริการ การวางรูปแบบและโครงสร้างของศูนย์บริการที่ถูกต้องและได้มาตรฐาน จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อคาร์แคร์นั้นๆ โดยต้องมีจุดบริการหรือโซนต่างๆ ที่ชัดเจนตามมาตรฐาน ซึ่งรูปแบบคาร์แคร์ที่ได้มาตรฐาน สามารถแบ่งออกเป็นอย่างน้อย 4 ส่วนด้วยกัน คือ

– โซนล้างหรือโซนเปียก เป็นโซนสำหรับใช้ล้างรถ แบ่งออกเป็น 2 พื้นที่ คือ พื้นที่อัดฉีด และพื้นที่ล้างสี
– โซนเช็ดแห้งและอเนกประสงค์ เป็นพื้นที่รองรับรถจากการล้าง เพื่อเช็ดแห้ง ดูดฝุ่นภายใน และทำรายการอื่นๆ ตามความต้องการของลูกค้า เช่น ขัดสี ซักเบาะ เป็นต้น พื้นที่นี้โดยสวนใหญ่จะมีความกว้างเป็น 2 เท่าของพื้นที่โซนล้าง
– โซนห้องพักลูกค้าและห้องน้ำ เป็นพื้นที่ผ่อนคลายของลูกค้า ฝาผนังห้องควรเป็นกระจกใสและพื้นที่ห้องพักต้องอยู่ในตำแหน่งที่ลูกค้าสามารถมองเห็นรถของตัวเองได้ และโซนนี้อาจเป็นโซนที่สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับผู้ประกอบการได้ เช่น ร้านกาแฟ ร้านขนม หรือร้านอินเตอร์เน็ต
– โซนเก็บเครื่องมือ อุปกรณ์ และน้ำยา โซนนี้มีความสำคัญ ทำให้พนักงานไม่เสียเวลาไปกับการหาใช้เครื่องมือ สามารถตอบสนองลูกค้าได้ทันอย่างท่วงที ควรมีประกาศไว้แจ้งเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ทั้ง วิธีการใช้ คำเตือน หรือข้อควรระวังในการใช้งาน

มาตรฐานทางด้านอุปกรณ์และเครื่องมือ โดยส่วนใหญ่ศูนย์คาร์แคร์จะมีเครื่องมือหลักในการให้บริการ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็นต้องมีก่อน ถึงจะสามารถทำงานได้ตามขั้นตอนการบริการที่ถูกต้อง มีมาตรฐาน และมีคุณภาพของงาน ซึ่งเครื่องมือหลักจะประกอบไปด้วย ดังนี้

– เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญของการทำความสะอาดรถ ซึ่งความแรงของแรงดันน้ำ ทำให้สามารถล้างรถได้สะอาด ประหยัดเวลา ประหยัดน้ำ สามารถสร้างภาพลักษณ์ของคาร์แคร์ได้ดี
– เครื่องฉีดโฟม ใช้ฉีดโฟมเพื่อทำความสะอาดรถ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้น้ำยาเกาะรถได้ดี และทำให้เกิดการประหยัดน้ำยา โดยพนักงานสามารถลูบโฟมล้างรถได้ทันที ทำให้ลูกค้าสามารถเห็นขั้นตอนการล้างรถที่รวดเร็ว
– เครื่องปั๊มลม เป็นเครื่องผลิตแรงลม ใช้ช่วยขับเคลื่อนอุปกรณ์อื่นๆ เช่น เครื่องฉีดโฟม เครื่องขัดสี หรือใช้ไล่น้ำตามซอกต่างๆ ของรถเวลาล้างเสร็จในโซนเช็ดแห้ง ซึ่งมีส่วนช่วยให้การประหยัดเวลาในการทำงาน
– เครื่องดูดฝุ่น ใช้ดูดฝุ่นภายในรถ สามารถทำความสะอาดได้อย่างละเอียด แม้แต่ตามซอกซอยต่างๆ ซึ่งเครื่องดูดฝุ่นที่ใช้ตามคาร์แคร์ส่วนใหญ่ ควรจะเป็นเครื่องที่ดูดน้ำได้ด้วย

มาตรฐานทางด้านบริการ การบริการที่เป็นมาตรฐาน ควรมีลักษณะหรือรูปแบบการให้บริการที่ชัดเจน พนักงานทำการวิเคราะห์และให้คำแนะนำ หรือสามารถแก้ปัญหาให้แก่ลูกค้าได้อย่างตรงจุด ดังนั้น การให้บริการควรมีความรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต้องมีคุณภาพ สถานที่ให้บริการที่สะอาด และเครื่องมือให้บริการมีครบครัน รวมไปถึงการมีความหลากหลายของการบริการเพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจ ทั้งบริการทางด้านการรักษาความสะอาด เช่น บริการล้างรถ ขัดเคลือบสีรถยนต์ ดูดฝุ่นภายใน บริการเพื่อประสิทธิภาพ เช่น บริการเปลี่ยนถ่ายนํ้ามันเครื่อง และบริการเพื่อความปลอดภัย เช่น การบริการเปลี่ยนยาง รวมถึงการดูแลตรวจเช็ครถประจำวันมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมีนวัตกรรมในการขจัดคราบสกปรก คราบน้ำมัน และการบำบัดสิ่งสกปรกหรือของเสียต่างๆ อาจทำให้สิ่งสกปรกต่างๆ ปะปนไปกับสิ่งแวดล้อมในบริเวณศูนย์บริการได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องควบคุมน้ำทิ้งให้อยู่ในค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งมีการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่บริการ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจมีความแตกต่างและสอดคล้องกับการรณรงค์ทางด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันมาตรฐานในด้านอื่นๆ เช่น เรื่องของความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงระหว่างที่รถอยู่ในความดูแลของศูนย์ จะต้องสามารถดูแลรถของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ไม่มีการสูญหายในระหว่างที่อยู่ในศูนย์บริการ และไม่มีบุคคลภายนอกเข้ามาในบริเวณพื้นที่การรับรถ หรือมีความปลอดภัยในด้านทรัพย์สินที่อยู่ภายในรถ ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการได้กล่าวโดยสรุปแล้ว ธุรกิจคาร์แคร์เป็นธุรกิจที่เน้นบริการทางด้านทำความสะอาดดูแลรักษารถให้คงสภาพดี ซึ่งแต่เดิมการบริการในลักษณะดังกล่าวจะพบมากในบริเวณที่เป็นสถานีบริการนํ้ามัน หรือศูนย์บริการที่เปิดขึ้นเพื่อการบริการดูแลรักษารถยนต์โดยเฉพาะ แต่ในปัจจุบัน ศูนย์บริการคาร์แคร์ได้มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของปริมาณรถยนต์ในประเทศ และตามพฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบัน ที่มีความเร่งรีบในการดำเนินชีวิตมากขึ้น ทำให้ไม่มีเวลาในการดูแลรักษาทำความสะอาดรถยนต์มากนัก ศูนย์บริการคาร์แคร์จึงตอบสนองกับความต้องการดังกล่าว ซึ่งในปัจจุบัน ธุรกิจคาร์แคร์มีการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเก่าที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก และผู้ประกอบการรายใหม่ที่เข้ามาเปิดบริการอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งในรูปแบบที่ลงทุนเองและในรูปแบบของแฟรนไชส์ ซึ่งผู้ให้บริการในแต่ละราย อาจมีจุดเด่นของการให้บริการที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับรูปแบบและมาตรฐานของผู้ให้บริการ แต่อย่างไรก็ตาม มาตรฐานของธุรกิจคาร์แคร์จะขึ้นอยู่กับความสะอาด การบริการที่รวดเร็ว การอำนวยความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ความน่าเชื่อถือพร้อมทั้งสร้างความประทับใจ และความปลอดภัยให้กับลูกค้าทีมาใช้บริการ ทั้งทางด้านทรัพย์สินภายในรถยนต์ และตัวรถยนต์เอง ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวเพื่อพัฒนารูปแบบการให้บริการใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความภักดีต่อศูนย์บริการ (Brand Loyalty) และที่สำคัญหัวใจของธุรกิจนี้คือ “การบริการที่ดีที่สุด”

        

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: