พาณิชย์รับมือแข่งขันเร่งต่อยอดเว็บไซต์

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันแนวโน้มตลาดทั่วโลก เน้นการทำธุรกรรมผ่านทางอินเตอร์เน็ตมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้พื้นที่บนเว็บไซต์เป็นสื่อกลางในการซื้อขายสินค้าต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ดังนั้น

กระทรวงพาณิชย์ ได้มองเห็นถึงประโยชน์ของการนำระบบการตลาดออนไลน์ในลักษณะธุรกิจกับ ธุรกิจ(B2B) มาเป็นช่องทางการตลาดใหม่ สำหรับส่งเสริมสินค้าไทยจากผู้ประกอบการไทยออกไปสู่ตลาดโลก จัดทำโครงการตลาดกลางซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยการปรับปรุงต่อยอดจากเว็บไซต์www.thaitrade.com เดิมเพื่อให้รองรับการเป็นตลาดกลางซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์ในลักษณะดัง กล่าว ได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2554 นี้ ซึ่งมีเป้าหมายช่วยตลาดส่งออกในกลุ่มเอสเอ็มอีด้วย

“e-commerce เริ่มมีบทบาทในการทำธุรกิจในประเทศไทยมากขึ้น มีบริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำของโลกเป็นจำนวนมากทำธุรกรรมผ่านสื่อออนไลน์ ในประเทศไทยก็เช่นกัน ที่มีผู้ประกอบการใช้ อินเตอร์เน็ต เทคโนโลยี ทำการสั่งซื้อสินค้า ขายสินค้า ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ที่สามารถสื่อสารกันแบบ 2 way communication ซึ่งthaitrade.com เป็นตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมต่อข้อมูลข่าวสารระหว่างผู้ขาย และผู้ซื้อทั่วโลก อนาคตจะมีการรองรับให้ผู้ซื้อและผู้ขายทำธุรกิจผ่าน mobile device ได้สะดวกยิ่งขึ้น และ thaitrade.com จะยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็น one stop service สำหรับผู้ส่งออกในการทำธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อลูกค้าต่างประเทศ การเชื่อมต่อกับระบบการควบคุมสินค้าคงคลัง มีระบบแจ้งเตือนผู้ขายอัตโนมัติ รวมไปถึงการพัฒนาระบบ e-procurement เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน thaitrade.com ในอนาคต

ทั้งนี้เว็บไซต์ดังกล่าวถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่มีส่วนช่วยธุรกิจของผู้ ประกอบการ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการส่งออกได้หลายทาง อาทิ การสร้างความเป็นไปได้ในการส่งออก โดยคู่ค้าทั่วโลกสามารถพบเห็นสินค้าหรือบริการของผู้ส่งออกได้บน เว็บไซต์thaitrade.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ B2B E-Marketplace ภายใต้การกำกับดูแลของ กรมส่งเสริมการส่งออก(DEP) ที่มีภาพลักษณ์แห่งความน่าเชื่อถือในระดับสากล พร้อมทั้งยังมีเครือข่ายจากกรมส่งเสริมการส่งออกที่จะทำให้สินค้าของผู้ ประกอบการไทยได้เข้าถึงผู้ซื้อที่มีศักยภาพ ได้อย่างรวดเร็วและตรงเป้าหมาย ได้แก่ 1.สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กว่า 65 แห่ง จาก 43 ประเทศทั่วโลก 2. ประสบการณ์ด้านการจัดงานแสดงสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการทำให้การจัดกิจกรรม Business matching บนโลกออฟไลน์เป็นตัวเสริมกิจกรรมบนโลกออนไลน์ได้อีกทาง นอกจากนี้เว็บไซต์จะทำตลาดผ่านสื่อ ออนไลน์ต่างๆ ด้วย

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเปิดมุมมองด้าน E-Maketplace และแนวคิดกลยุทธ์การทำการตลาดออนไลน์ใหม่ๆ เพื่อขยายโอกาสและช่องทางหากำไรให้กับผู้ประกอบการส่งออกไทย กรมส่งเสริมการส่งออก จึงได้กำหนดจัดงานสัมมนา “เปิดโลกกว้างทางธุรกิจด้วย E-Marketplace” ขึ้นในวันพุธที่ 1 มิถุนายน 2554 เวลา 13.30-16.30 น. ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน โดยปัจจุบันผู้ประกอบการไทยระดับเอสเอ็มอีมีอยู่กว่า 2,000,000 รายทั่วประเทศ และตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปี 2554 นี้ จะมีผู้ประกอบการไทยเข้าเป็นสมาชิกเว็บไซต์ไม่ต่ำกว่า 3,000 ราย และมีสินค้าไม่ต่ำกว่า 60,000 ชิ้น โดยมีจำนวนผู้ซื้อมาลงทะเบียนไม่น้อยว่า 5,000 ราย
ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: