10 กลุ่มธุรกิจตั้งรับ “อี้อู” บี้รัฐคุมเข้มสินค้าจีน

10กลุ่มธุรกิจตั้งรับ"อี้อู"บี้รัฐคุมเข้มสินค้าจีน

10 กลุ่มผู้ประกอบการผนึกกำลังตั้งรับไชน่า ซิตี้ คอมเพล็กซ์ ดันตั้งคณะทำงานภาครัฐ-เอกชนตามตรวจสอบเข้มมาตรฐานคุณภาพสินค้าจากจีน หวั่นสวมรอยใช้แบรนด์เมดอินไทยแลนด์เป็นสปริงบอร์ดส่งออกยุโรป อเมริกา พร้อมเดินหน้าถามอลงกรณ์ พลบุตร ผู้ให้การสนับสนุนกลุ่มทุนจีนถึงผลได้-ผลเสีย ใครได้ประโยชน์-เสียประโยชน์

นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์สินค้าไลฟ์สไตล์ กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของโครงการไชน่า ซิตี้ คอมเพล็กซ์ ศูนย์ค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ของกลุ่มทุนจีนที่ประกาศจะเข้ามาลงทุนใน ประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ ได้สร้างความวิตกกังวลให้เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องหนัง แฟชั่น ของขวัญของชำร่วย ของใช้ในบ้าน ฯลฯ

“โดยความกังวลที่ตรงกันของผู้ประกอบการทุกกลุ่มก็คือ การเข้ามาของกลุ่มทุนจีนในครั้งนี้ น่าจะทำลายระบบการค้า ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ รวมถึงผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเป็นพ่อค้าคนกลาง ซื้อมาขายไป ของทุกกลุ่มอุตสาหกรรม” นายจิรบูลย์กล่าว

พร้อมกับข้อเท็จจริง จีนผลิตสินค้าตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือ โดยตามข้อมูลที่อ้างอิงจากคำกล่าวของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ อลงกรณ์ พลบุตร ที่ระบุว่า ไชน่า ซิตี้ คอมเพล็กซ์ จะเป็นศูนย์ค้าส่งขนาดใหญ่ โดยจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่จะรองรับกองทัพสินค้าจากจีนนับหมื่นราย นั่นหมายถึงการไหลทะลักเข้ามาของสินค้าจีนนับหมื่นรายการหลายล้านเอสเคยู โดยหน่วยเศรษฐกิจแรกของไทยที่ตายไปก็คือ บริษัทผู้นำเข้าและส่งออกสินค้าจากจีน ที่เหมือนถูกตัดเส้นทางทำมาหากิน ที่จะโดนเป็นอันดับแรก

ดังนั้นแนวทางที่ผู้ประกอบการทุกกลุ่มได้หารือร่วมกันก็คือ หากเราไม่สามารถต้านการเข้ามาของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่กลุ่มนี้ได้ รัฐบาลโดยทุกหน่วยงานในหลาย ๆ กระทรวงก็ต้องออกมาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด ในการตรวจสอบคุมเข้ม ทั้งในเรื่องมาตรฐานสินค้า กฎระเบียบในการนำเข้าสินค้า ทั้งที่เป็นมาตรการทางภาษีและไม่ใช่ภาษี ฯลฯ

“เราจะเสนอให้มีการตั้งคณะคำถามเพื่อติดตามและประเมินผล โดยคณะกรรมการจะประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมสรรพากร กรมศุลกากร สมอ. กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ฯลฯ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบดูแลสินค้าทุกสินค้า โดยเฉพาะปัญหาเรื่องมาตรฐาน และการสวมสิทธิ์ รวมถึงปัญหานอมินี ใช้ชื่อและประเทศไทยเป็นฐานส่งออกสินค้าไปยุโรปและอเมริกา”

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เรียกตัวแทนผู้ประกอบการจาก 10 กลุ่มเข้าหารือ รับฟังข้อร้องเรียนและแนวทางรับมือปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ที่ห้องประชุม กรรมาธิการรัฐสภา

น.ส.ดวงใจ คูห์ศรีวินิจ นายกสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย กล่าวถึงผลการประชุมร่วมว่า เป็นไปได้ยากที่ผู้ประกอบการจะคัดค้านไม่ให้โครงการนี้เกิดขึ้น เพราะประเทศไทยเป็นประเทศการค้าเสรี ขณะเดียวกัน นายอลงกรณ์ พลบุตร ก็พยายามให้ข้อมูลถึงประโยชน์ของโครงการนี้ที่จะเกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจรวม ของประเทศ

จากตัวเลข 70,000 ที่เดิมคิดว่าเป็นจำนวนรายของผู้ประกอบการจีนที่จะเข้ามานั้น ข้อเท็จจริงก็คือ จำนวนแรงงานที่หมุนเวียนในโครงการนี้ ส่วนจำนวนผู้ประกอบการจริง ๆ น่าจะประมาณ 10,000 ราย โดยจำนวนนี้ได้เจรจาเปิดพื้นที่ให้กับคนไทย 30% ซึ่งถ้าต้องการมากกว่านี้ก็พร้อมที่จะเจรจาขอเพิ่มให้ได้ ส่วนปัญหาต่าง ๆ ที่ ผู้ประกอบการในหลาย ๆ กลุ่มอุตสาหกรรมได้พยายามสะท้อนให้ฟังนั้น ท่านรัฐมนตรีก็รับฟังแต่ไม่ได้รับปาก แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีเจ้าหน้าที่คอยจดบันทึก พร้อมกับระบุว่า จะมีประชุมเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาครั้งต่อไป

ทั้งนี้โดยกลุ่มผู้ประกอบการที่ร่วมคัดค้านไม่เห็นด้วยกับการเข้ามาของกลุ่ม ทุนจีนในครั้งนี้ ได้แก่ สมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน สมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย สมาคมการค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนไทย สมาคมเครื่องเขียนและเครื่องใช้สำนักงานไทย สมาคมสินค้าตกแต่งบ้าน สมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ และสมาคม ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แนวดีไซน์ สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สมาคมผู้ประกอบการค้าปลีก รวมถึงตัวแทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ที่มา: wiseknow

 

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: