เอสเอ็มอีไทยกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจรายจังหวัดสภาพัฒน์ฯ ร่วมกับหอการค้าไทย

สำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับหอการค้าไทย ระดมความคิดเพื่อร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (2555-2559) ซึ่งหอการค้าไทยมีแนวคิดที่จะร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจรายจังหวัด ทั้งนี้เพื่อให้ภาคเอกชนมีบทบาทที่ชัดเจนในการช่วยเหลือชุมชน และเกษตรกรให้มีรายได้มากขึ้น ลดช่องว่างทางสังคม โดยจะใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจรายจังหวัดเพื่อวางรากฐานการพัฒนาท้องถิ่นให้มี ความเข้มแข็ง และเป็นแผนแม่บทระยะยาวในการพัฒนาจังหวัดให้มีความชัดเจน โดยดำเนินไปในทิศทางที่สอดคล้องกับศักยภาพ ภูมิประเทศ และทรัพยากรที่มีอยู่ ซึ่งโครงการภายใต้แผนส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่ภาคเอกชนสามารถดำเนินการเอง ได้ โดยอาจมีการประสานงานกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน
ในเบื้องต้นแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ของจังหวัดดังกล่าวจะอยู่ภายใต้กรอบของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ซึ่งเป็นแผนใหญ่ระดับประเทศ โดยกรอบใหญ่ๆ จะกำหนดสินค้าหลัก สินค้ารองที่จะส่งเสริมให้เข้มแข็ง รวมทั้งธุรกิจบริการหลักที่จะผลักดัน ในขั้นแรกจะแบ่งออกเป็น 7 ธุรกิจหลัก เพื่อนำไปใช้ในแผนย่อยรายจังหวัด ได้แก่ กลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหาร กลุ่มธุรกิจบริการสุขภาพ กลุ่มธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ กลุ่มธุรกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว กลุ่มธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มธุรกิจการค้าชายแดน
นอกจากนี้ ในระยะข้างหน้าจะขยายไปสู่อีก 2 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ และกลุ่มการค้าระหว่างประเทศ และจะขยายไปยังธุรกิจอื่นๆ ให้มากขึ้นในปีต่อไป เพื่อให้ครอบคลุมเศรษฐกิจในทุกๆ ด้าน แต่ทั้งนี้จะต้องนำไปปรับให้เข้ากับท้องถิ่นเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อจังหวัด ให้มากที่สุด ทั้งนี้ ได้แบ่งจังหวัดออกเป็น 18 กลุ่มจังหวัด โดยจะมียุทธศาสตร์การพัฒนาที่แตกต่างกัน เพื่อให้สอดคล้องกับทรัพยากร ภูมิศาสตร์ ความชำนาญอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและผลที่จะเกิดขึ้น

ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาของแต่ละธุรกิจหลักมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • กลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหาร: ตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำด้านการผลิต และจำหน่วยสินค้าอาหารที่ปลอดภัย มั่นคงและยั่งยืนต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา เช่น การผลิตอาหารปลอดภัย และได้มาตรฐานโลก ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน การสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ พัฒนาตลาดสินค้าเกษตรและอาหาร การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกทางการผลิต และการตลาด เช่น ส่งเสริมให้มีระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ สำหรับโครงการที่จะมีการผลักดันในกลุ่มธุรกิจนี้ในปี 2554 ได้แก่ โครงการ Quality Consumption โครงการขยายมาตรฐาน Thai Gap (มาตรฐานคุณภาพในการจัดการผักและผลไม้ที่เน้นความปลอดภัย คำนึงถึงสวัสดิการผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมในการผลิต) ไปยังหอการค้าจังหวัดตามภูมิภาค โครงการปรับมาตรฐานล้งจาก GMP (Good Manufacturing Practices) เป็น HACCP (Hazard Analysis and Critical Point System) ให้ผู้นำเข้ายอมรับ
  • ธุรกิจบริการสุขภาพ: โดย มีเป้าหมายที่จะเป็น The Excellent Medical and Health Destination  สำหรับยุทธศาสตร์การพัฒนา ได้แก่ ปรับปรุงกฎระเบียบของรัฐ และสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อสร้างโอกาสในการขยายตลาด และสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจ การพัฒนาคุณภาพ/มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และบริการสุขภาพ  ทรัพยากรบุคคล ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร สำหรับโครงการที่จะมีการผลักดันในกลุ่มธุรกิจนี้ในปี 2554 ได้แก่ โครงการ Thailand Medical Tourism Cluster ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในกลุ่มที่เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจโรงแรมธุรกิจสปา ท่องเที่ยว และการพัฒนามาตรฐานระบบสนับสนุนการบริการทั้งระบบ ส่งผลให้การดูแลนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์มีประสิทธิภาพ สร้างความพึงพอใจสูงแก่นักท่องเที่ยว เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามายังประเทศไทยอีกทางหนึ่ง
  • ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ: ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก โดยในปี 2015 ประเทศไทยจะเป็นผู้ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับที่ติดอันดับ 1 ใน 10 (Top Ten) ของผู้ส่งออกมากที่สุดในโลก โดยมียุทธศาสตร์การพัฒนา ได้แก่ การพัฒนากฎระเบียบและกลไกของรัฐฯ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ภาคเอกชนสามารถที่จะทำการแข่งขันกับประเทศคู่แข่ง ได้ การส่งเสริมศักยภาพในการจัดหาวัตถุดิบ การขยายตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ การเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน การพัฒนาแรงงานฝีมือและผลิตภัณฑ์ สำหรับโครงการที่จะมีการผลักดันในกลุ่มธุรกิจนี้ในปี 2554 ได้แก่ โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านอัญมณีและเครื่องประดับ เพื่อผลิตบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถด้านอัญมณีและเครื่องประดับ พัฒนาบุคลากรให้มีทักษะและวิสัยทัศน์เพิ่มขึ้น สามารถพัฒนาฝีมือให้ทัดเทียมและแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ รวมถึงการสร้างตราสินค้าให้มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
  • ธุรกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม: มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจสิ่งทอและแฟชั่นของภูมิภาคอาเซียน โดยมียุทธศาสตร์ ได้แก่ สร้างความเข้มแข็งให้กับคลัสเตอร์สิ่งทอฯ ในประเทศและกับประเทศ ASEAN  การเพิ่มผลิตภาพการผลิตและนำ NANOTECH เข้ามาพัฒนาสินค้าให้มี Innovation เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และช่วยขยายช่องทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น การพัฒนากำลังคน ทุกระดับให้เหมาะสมกับการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น การขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่มีข้อตกลง FTA กับไทย สำหรับโครงการที่จะมีการผลักดันในกลุ่มธุรกิจนี้ในปี 2554 ได้แก่ โครงการเพิ่มผลิตภาพการผลิตโดยการจัดทำและใช้ระบบมาตรฐานฝีมือแรงงานพร้อม กำหนดอัตราค่าจ้างให้สอดคล้องกับมาตรฐานฝีมือแรงงานในอุตสาหกรรรมสิ่งทอและ เครื่องนุ่งห่ม
  • ธุรกิจท่องเที่ยว: มุ่งสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความคุ้มค่าที่สุดในเอเชีย โดยมียุทธศาสตร์การพัฒนา ได้แก่ การกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวทั้งตลาดภายในและตลาดต่างประเทศ ด้วยการสร้างสรรค์กิจกรรม และรูปแบบการท่องเที่ยวเพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มการท่องเที่ยว การฟื้นฟูและพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงยกระดับคุณภาพสิ่งอำนวยความสะดวกทางการท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการพัฒนาผู้ประกอบการและบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นคงในทรัพยากรบุคคลทางการท่องเที่ยว สำหรับโครงการที่จะมีการผลักดันในกลุ่มธุรกิจนี้ในปี 2554 ได้แก่ โครงการจัดทำหลักสูตรสำหรับผู้บริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว เป็นการสร้างบุคลากรทางด้านการท่องเที่ยวให้มีความชำนาญเฉพาะด้าน มีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง เพื่อการพัฒนาต่อไปในอนาคตที่จะส่งผลให้มีรายได้เข้าประเทศ และยังส่งผลดีกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
  • ธุรกิจก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์: โดย มุ่งให้เป็นภาคธุรกิจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่าง มีคุณภาพ และยั่งยืน โดยอาศัยข้อได้เปรียบในเชิงต้นทุนค่าจ้างแรงงานต่ำกว่าประเทศคู่แข่งที่อยู่ ในภูมิภาคเดียวกัน และข้อได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ รวมทั้งความโดดเด่นในด้านงานออกแบบ มีวิศวกรควบคุมงาน และมีช่างก่อสร้างที่มีฝีมือ สำหรับยุทธศาสตร์การพัฒนาได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าของโครงการ การพัฒนาศักยภาพของแรงงาน รวมทั้งการปรับปรุงและแก้ไขกฎระเบียบ เพื่อขยายโอกาสทั้งฝั่งผู้สร้างและฝั่งผู้ซื้อ ในการขยายตลาด และสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจ การพัฒนา และปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับโครงการที่จะมีการผลักดันในกลุ่มธุรกิจนี้ในปี 2554 ได้แก่ โครงการผลักดันให้รัฐบาลออกมาตรการทางภาษีเพื่อเป็นการจูงใจให้ประชาชนซื้อบ้านหลังแรก
  • ธุรกิจการค้าชายแดน: มุ่งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดน การท่องเที่ยว และบริการต่อเนื่องของภูมิภาคอินโดจีน โดยอาศัยทำเลที่ตั้งของไทยที่อยู่กึ่งกลางของภูมิภาค และมีระบบคมนาคมเชื่อมโยงอย่างทั่วถึง ประกอบกับมีแนวโน้มการลงทุนในพื้นที่ภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับ ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น GMS (Greater Mekong Subregion) เป็นต้น สำหรับยุทธศาสตร์การค้าชายแดน ได้แก่ การยกระดับด่านการค้าชายแดน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศไทยกับประเทศเพื่อน บ้าน รวมทั้งเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม การปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบ เสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้า การท่องเที่ยว การขนส่งระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการค้า การลงทุน และการบริการของประเทศ สำหรับโครงการที่จะมีการผลักดันในกลุ่มธุรกิจนี้ในปี 2554 ได้แก่ โครงการเส้นทางคมนาคมทางน้ำรวมกัน 3 ประเทศ (ไทย กัมพูชา และเวียดนามใต้)
  • สำหรับ แผนยุทธศาสตร์รายจังหวัดที่จะจัดทำโดยหอการค้าไทย โดยภาพใหญ่ๆ อาจแบ่งเป็น 18 กลุ่มจังหวัด ซึ่งแต่ละกลุ่มจังหวัดก็จะจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพ และทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างเหมาะสม โดยมีตัวอย่างดังต่อไปนี้
    กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง (สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก)
    มีเป้าหมายที่จะ เป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม และอาหารเพื่อการส่งออก แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และประตูเศรษฐกิจสู่อินโดจีน
    โดยแนวยุทธศาสตร์การพัฒนามีความ สอดคล้องกับลักษณะเศรษฐกิจในปัจจุบันของจังหวัดกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของประเทศ ซึ่งการพัฒนาเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมดังกล่าว ด้วยการส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้เพื่อให้มีความทันสมัยได้มาตรฐาน โลก รวมทั้งการบริการจัดการให้สามารถอยู่ร่วมกับชุมชน เพื่อลดกระแสการต่อต้านที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมียุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและแรงงาน ซึ่งมีแนวโน้มจะมีความต้องการทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ เพื่อรองรับการขยายฐานการผลิตในประเทศไทยสำหรับการส่งออก ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวหากมีความคืบหน้าและประสบความสำเร็จ ก็น่าจะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิสก์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมส่งออกอันดับต้นๆ ของไทย นอกจากนี้ยังมีโครงการที่สำคัญที่จะมีการผลักดันเช่น โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการในการพัฒนาเทคโนโลยีให้ได้รับรองมาตรฐาน ISO 9000 และ ISO 14000 เพื่อการยอมรับจากตลาดยานยนต์โลก
    ส่วนพื้นที่ที่ติดต่อกับประเทศ กัมพูชา เช่น จ.สระแก้ว มีความเหมาะสมที่จะพัฒนาให้เกิดความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการค้ากับ ประเทศเพื่อนบ้าน โดยอาจยกระดับและพัฒนาการค้าชายแดน รวมทั้งการพัฒนาปรับปรุงโครงพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ เพื่อใช้เป็นฐานในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร
    กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 (ปทุมธานี นนทบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา)
    นอกจากจะมุ่งสู่ การเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมโดยใช้เทคโนโลยี ขั้นสูง (อุตสาหกรรมไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์) ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรม ยังมุ่งที่จะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่น ประกอบกับมีที่ตั้งที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ และมีระบบการคมนาคมขนส่งที่สะดวก โดยจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคธุรกิจท่องเที่ยว และส่งเสริม/อนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวให้ยั่งยืนมีคุณภาพและได้ มาตรฐานสากล ส่วนด้านชุมชนก็จะพัฒนาให้ท้องถิ่นพัฒนารูปแบบสินค้า และบริการท่องเที่ยว โดยมีโครงการวางผังพัฒนากลุ่มเมืองท่องเที่ยวมรดกโลก และการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เป็นต้น
    กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (สุพรรณบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี นครปฐม)
    มุ่งเป้าเป็น ศูนย์กลางการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อแปรรูป เป็นอาหารปลอดภัย แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและประตูเศรษฐกิจสู่พม่าและกลุ่มเอเชียใต้
    สำหรับยุทธศาสตร์ การพัฒนา โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เช่น การการพัฒนาการผลิต แปรรูป และเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ (Food Safety) นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ และการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านด้วยการยกระดับการค้าชายแดน ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของการค้าชายแดนซึ่งจะขยายตัวอย่างมากใน อนาคต โดยเฉพาะหากการก่อสร้างท่าเรือทวายในพม่าแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการเชื่อมโยงเส้นการทางคมนาคมและการค้ามากขึ้น จังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงก็จะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เช่น กาญจนบุรี
    ส่วนด้านการท่อง เที่ยวยังเน้นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน เช่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การอนุรักษ์และฟื้นฟู เพื่อทำให้เป็นแหล่งรายได้ให้แก่ท้องถิ่นในระยะยาว ขณะที่การพัฒนา และปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ ก็จะช่วยขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจและสังคมในด้านต่างๆ เช่น สนับสนุนการค้าในประเทศ และการค้าชายแดน รวมทั้งการท่องเที่ยวให้เกิดความสะดวกและเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง รวมทั้งสร้างตลาดการท่องเที่ยวใหม่ๆ ด้วย เช่น นักท่องเที่ยวที่ผ่านจากท่าเรือทวาย
    สำหรับยุทธศาตร์ การพัฒนา ได้แก่ การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ Good Agricultural (GAP) ส่งเสริมการศึกษาและวิจัยด้านเกษตรและอุตสากรรมการเกษตร และการยกระดับจุดผ่อนปรนทางการค้าให้เป็นจุดผ่านแดนถาวรและขยายด่านเจดีย์ สามองค์ และด่านน้ำพุร้อน โครงการพัฒนาระบบขนส่งทางถนนเชื่อมต่อทางด้านตะวันออกของภาคกับกรุงเทพฯและ ด้านตะวันตกของพม่า
    กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน)
    ตั้งเป้าจะเป็น ประตูเศรษฐกิจ เชื่อมโยงภาคการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว กับประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) ตอนบน เนื่องจากกลุ่มจังหวัดนี้มีทำเลที่ตั้งอยู่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว พม่า สามารถเชื่อมโยงประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและเอเชียใต้ อย่างจีนตะวันตกและอินเดีย ทำให้มีศักยภาพที่จะเชื่อมโยงระบบคมคมนาคมขนส่ง รวมทั้งการค้าระหว่างกันได้ ประกอบกับประเทศดังกล่าวเป็นประเทศเกิดใหม่ที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตได้ สูง ขณะที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือเพื่อลดอุปสรรคทางการค้าจะมีมากขึ้น น่าจะส่งผลให้การค้าชายแดนและผ่านแดนเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง  โดยยุทธศาตร์การพัฒนา เช่น การเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน การพัฒนาและปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ เช่น โครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-ลาว แห่งที่ 4 จ.เชียงราย หรือการพัฒนาท่าเรือเชียงแสน ซึ่งหากแล้วเสร็จก็น่าจะสนับสนุนการขนส่งสินค้าทางถนน โดยเฉพาะเส้นทาง R3A ที่มีศักยภาพเชื่อมโยงกับมณฑลด้านตะวันตกของจีนอย่างหยุนหนัน เป็นต้น
    ส่วนด้านการท่อง เที่ยว กลุ่มจังหวัดนี้มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมล้านนาท้องถิ่นที่เป็น เอกลักษณ์และทางธรรมชาติที่มีความสวยงามและโดดเด่น รวมทั้งมีพื้นที่การเกษตรปลูกพืชเมืองหนาว ซึ่งยุทธศาสตร์การพัฒนาจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวกับประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ก็จะทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความยั่งยืน ซึ่งเครือข่ายการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่อง เที่ยวมายังไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน สำหรับโครงการที่จะมีขึ้นเช่น โครงการจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงลำน้ำโขง หยุนหนัน-เชียงราย-หลวงพระบาง
    กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน)
    มีเป้าหมายเป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมระดับโลก ฐานการผลิต และแปรรูป ผักและผลไม้เพื่อการส่งออก และศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภาคเหนือ
    ด้านการท่องเที่ยว กลุ่มจังหวัดนี้ มีแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของล้านนาสืบทอดมา จนถึงปัจจุบัน โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักของทั้งชาวไทยและต่างประชาติ ทั้งนี้ยุทธศาสตร์การพัฒนาจะเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจท่องเที่ยว เช่น การสร้างสรรค์กิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมล้านนา เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน และการส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์เชิงรุก นอกจากนี้ ยังส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านการบริการ เช่น โครงการจัดกิจกรรมประชุมนานาชาติ (MICE) ที่สอดแทรกวัฒนธรรมล้านนา โครงการขอให้มีการเจรจากับจีนเพื่อใช้เอกสารผ่านแดนพิเศษ (Border Pass) กับนักท่องเที่ยวชาวจีน รวมทั้งโครงการจัดทำข้อตกลง Single Visa ระหว่างไทย พม่า ลาว และจีน
    ด้านการเกษตรกลุ่มจังหวัดนี้เป็นแหล่งผลิตผลไม้เมืองหนาว จึงมียุทธศาตร์การพัฒนาด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรประเภทพืช ผักและผลไม้ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เช่น ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการผลิตพืชผักและผลไม้ การแปรรูป และพัฒนาการตลาด ส่วนด้านคมนาคมโลจิสติกส์จะพัฒนาและปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิ สติกส์และพัฒนาระบบโลจิสติกส์ เช่น มีโครงการผลักดันให้รัฐบาลเร่งรัดการสร้างรถไฟความเร็วสูงและรถไฟรางคู่ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และโครงการส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาคของ จ.เชียงใหม่ โดยมีระบบบริหารจัดการรองรับเป็นรูปธรรม (Aviation Hub) ซึ่งก็จะสนับสนุนให้ทั้งการท่องเที่ยวและภาคการค้าสินค้าเกษตรอีกด้วย

    กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก (ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี)
    มีเป้าหมายที่จะ เป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ฐานการผลิตและแปรรูปผลไม้เพื่อการส่งออก และจุดหมายการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก
    โดยอาศัยศักยภาพ และความพร้อมจากการเป็นฐานการส่งออกที่สำคัญของประเทศ เป็นแหล่งอุตสาหกรรมปิโตรเคมี กลั่นน้ำมัน เหล็ก ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องไฟฟ้า และเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติ แหล่งผลิตผลไม้เพื่อการส่งออก รวมทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของฝั่งอ่าวไทยที่มีความโดดเด่น ประกอบกับความพร้อมด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ  เป็นฐานเศรษฐกิจหลักของประเทศที่รองรับการกระจายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ธุรกิจต่างๆ จากกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งในด้านอุตสาหกรรมก็จะยกระดับเทคโนโลยีการผลิต เพื่อเพิ่มผลิตภาพ และลดปัญหาสิ่งแวดล้อม (อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานเทคโนโลยี อุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจะมีโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการในการพัฒนาเทคโนยีให้ได้รับรองมาตรฐาน ต่างๆ เช่น ISO 9000 และ ISO 14000
    ส่วนสินค้าเกษตร ก็จะมีการยกระดับสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน ด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการผลิตผลไม้ การแปรรูป เจาะตลาดใหม่ และรักษาตลาดเดิม ขณะที่ด้านการท่องเที่ยวทางทะเล จะมีการฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลให้เกิดความยั่งยืน สร้างสรรค์กิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและความประทับใจ ของผู้มาเยือน รวมทั้งการส่งเสริมการตลาด และประชาสัมพันธ์เชิงรุก
    จากที่กล่าวมาข้างต้น หากแผนการพัฒนาเศรษฐกิจรายจังหวัดสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม ก็จะส่งผลต่างๆ ที่สามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้

    • เพิ่มรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น และลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้: เนื่องจากการพัฒนาในหลายกลุ่มธุรกิจเน้นการยกระดับธุรกิจ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งยังสอดคล้องกับทรัพยากรในแต่ละพื้นที่ เช่น การพัฒนาการท่องเที่ยวที่เน้นการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเพิ่มมูลค่าด้วยกิจกรรมที่สร้างสรรค์ โดยอาศัยเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมล้านนา ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ของแรงงานและธุรกิจที่เกี่ยวข้องในแต่ละท้องถิ่น ส่วนในภาคการเกษตรก็เน้นการพัฒนาสินค้า แปรรูป การส่งเสริมความรู้ ซึ่งน่าจะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถพึ่งพาตนเอง และท้องถิ่นได้
    • จูงใจให้มีการพัฒนาแรงงาน ซึ่งส่งผลดีต่อภาคธุรกิจ: สร้างความเป็นธรรมให้กับแรงงาน ด้วยโครงการกำหนดค่าจ้างให้สอดคล้องกับฝีมือแรงงาน การกำหนดมาตรฐาน รวมถึงตั้งหน่วยงานสำหรับทดสอบ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการที่จะทราบถึงระดับฝีมือแรงงานที่จะ จ้าง รวมทั้งยังเป็นธรรมสำหรับแรงงานที่จะได้ค่าจ้างที่เหมาะสมกับฝีมือ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่จูงใจให้แรงงานมีการพัฒนาฝีมือของตนอย่างต่อเนื่อง
    • ลดการย้ายถิ่น และสร้างสังคมที่เข้มแข็ง: การ พัฒนาให้เกิดความเจริญในแต่ละจังหวัด จะทำให้เกิดการจ้างงานและลดการย้ายถิ่นเพื่อเข้าไปทำงานตามหัวเมืองสำคัญ ทำให้ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า ซึ่งจะช่วยสถาบันครอบครัวให้มีความแข็งแกร่ง และลดปัญหาทางสังคม นอกจากนี้ การหยิบยกเอาเอกลัษณ์ของท้องถิ่นมาเป็นจุดขาย เช่น วัฒนธรรม โบราณสถาน ก็จะทำให้ท้องถิ่นมีความห่วงแหน มีความต้องการที่จะรักษาเอกลักษณ์ดังกล่าวไว้ ทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ชุมชนมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากขึ้น
    • เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจ: ยุทธศาสตร์การพัฒนาส่วนใหญ่เน้นการยกระดับธุรกิจเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น การพัฒนาธุรกิจอาหารที่เน้นถึงความปลอดภัย และคุณภาพของอาหาร ส่งเสริมให้มีการตรวจสอบที่เป็นมาตรฐาน ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและผู้นำเข้า ซึ่งจะช่วยยกระดับสินค้าเกษตรสู่ตลาดที่สูงขึ้น ที่ไม่เน้นการแข่งขันการด้านราคา รวมทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้าอีกด้วย ส่วนในธุรกิจท่องเที่ยวยังเน้นการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟู เพื่อให้เป็นแหล่งรายได้ในระยะยาว อีกทั้งยังมีการเพิ่มมูลค่าด้วยกิจกรรมที่สร้างสรรค์มากขึ้น ส่วนภาคอุตสาหกรรมเน้นการผลิตที่มีมาตรฐานระดับโลก ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งจะสอดคล้องกับกระแสของโลกที่ตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
    • ยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมให้สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้มากขึ้น: การพัฒนาอุตสาหกรรมด้วยการให้ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม และชุมชนมากขึ้น น่าจะช่วยลดแรงต่อต้านของชุมชนที่มีต่อภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ บริโภคที่ใส่ใจในด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้วที่จะให้ความสำคัญค่อนข้างมาก และมักถูกหยิบยกมาเป็นเงื่อนไขหรืออุปสรรคทางการค้า
    • – ส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอี: .หลายยุทธศาสตร์การพัฒนามีความเกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอีค่อนข้างมาก เช่น กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว อาหาร ซึ่งยุทธศาสตร์การพัฒนาก็จะช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถแข่งขันในภาวะเศรษฐกิจที่ มีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นได้ และในอีกด้านหนึ่ง การพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ เช่น การสร้างงาน สนับสนุนกิจกรรมในท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วให้เข้มแข็งขึ้น ก็จะเพิ่มกำลังซื้อให้กับคนในท้องถิ่น และส่งผลบวกกลับมาสู่เอสเอ็มอีได้อีก

    ประโยชน์ของเอสเอ็มอีจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจรายจังหวัด

    เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถใช้ประโยชน์จากแผนพัมนาเศรษฐกิจรายจังหวัดที่จะจัดทำขึ้น อาจดำเนินการดังต่อไปนี้

      ติดตามความคืบของแผนพัฒนาเศรษฐกิจรายจังหวัด: ควร ติดตามความคืบหน้าในการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจรายจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจของตน และเสนอความคิดเห็นเพื่อจัดทำรายละเอียดของแผนหากมีโอกาส เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในพื้นที่ และมีแผนฯที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความคืบหน้าในการนำแผนและยุทธศาสตร์การพัฒนาไปดำเนินการให้ เกิดผลในทางปฏิบัติอีกด้วย

    • เชื่อมโยงแผนพัฒนาฯกับธุรกิจของตนทั้งทางตรงและทางอ้อม: ควร ศึกษาแผนการพัฒนาฯและยุทธศาสตร์ และเชื่อมโยงกับธุรกิจของตน ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น หากเป็นธุรกิจท่องเที่ยวในภาคเหนือที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว และจีนด้านตะวันตก ยุทธศาสตร์ การมีเครือข่ายการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน การอำนวยความสะดวกด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับการออกวีซ่า หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง อาทิ สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ก็จะส่งผลบวกต่อกับภาคธุรกิจท่องเที่ยวโดยตรง ส่วนธุรกิจค้าปลีก ก็ยังจะได้รับประโยชน์จากกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
    • การศึกษาธุรกิจของตนและพัฒนาให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนา: ต้อง มีความเข้าใจในธุรกิจของตน และพัฒนาธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนา เช่น ธุรกิจเกษตรและอาหาร อาจต้องใส่ใจด้านความปลอดภัยของสินค้ามากขึ้น โดยจำเป็นต้องเข้าใจมาตรฐานอาหารที่ปลอดภัยและใส่ใจกับสุขภาพแต่ละประเภท เช่น สินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าปลอดสารพิษ เป็นต้น ที่มีข้อกำหนดที่เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด และอาจเข้าร่วมกระบวนการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ส่วนในธุรกิจการค้าชายแดน จำเป็นต้องติดตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อน บ้าน กฎระเบียบต่างๆของภาครัฐที่อาจมีการแก้ไขเพื่ออำนวยความสะดวก เพื่อนำมาวางแผนและปรับการดำเนินธุรกิจ เช่น อาจหันมาขนส่งสินค้าทางถนนมากขึ้นหากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทาง ถนนมีความสะดวก ขณะที่การขนส่งสินค้าให้ความสำคัญกับระยะเวลาการขนส่ง เพื่อรักษาคุณภาพสินค้า หรือเพื่อให้กระบวนการผลิตดำเนินไปอย่างราบรื่น อีกทั้งอาจทำการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ส่งออกและนำเข้าทราบถึงรูปแบบและเส้น ทางการขนส่งใหม่ๆ รวมถึงตลาดเปิดใหม่อีกด้วย ส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยวก็จะได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวจากตลาดใหม่ๆ เช่น จีนตะวันตกที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในไทย และคนไทยที่จะไปท่องเที่ยวในลาว และจีน เป็นต้น  นอกจากนี้ การรวมกลุ่มระหว่างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในแต่ละพื้นที่ตามยุทธศาสตร์การ พัฒนา อาจนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการเพื่อหาตลาดใหม่ ทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วมกัน การจัดการระบบโลจิสติกส์เพื่อลดต้นทุน รวมไปถึงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาด เป็นต้น

      โดย: ศูนย์วิจัยกสิกร

     

    Advertisements

    ใส่ความเห็น

    Fill in your details below or click an icon to log in:

    WordPress.com Logo

    You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Twitter picture

    You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Facebook photo

    You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Google+ photo

    You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Connecting to %s

    %d bloggers like this: