โอกาสและอุปสรรคไทยเป็นฮับโลจิสติกส์อาเซียน และศักยภาพโลจิสติกส์เอสเอ็มอีไทยในปี 2554

โดยศูนย์วิจัยกสิกร

 

ในช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ได้รับความสนใจมากขึ้นจากหลายฝ่าย โดยภาครัฐมีนโยบายที่จะพัฒนาระบบโลจิสติกส์ไทยให้มีประสิทธิภาพ และตั้งเป้าที่จะลดต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพีลง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ขณะที่ภาคเอกชน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์เองก็ให้ความสนใจในประเด็นการเปิดเสรีการค้า บริการสาขาโลจิสติกส์ รวมทั้งการเปิดเสรีทางการค้า และการก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ในปี 2558 ซึ่งจะกลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความน่าสนใจในการเข้ามาลงทุนและจะ สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ ทั้งนี้หลายประเทศในภูมิภาครวมทั้งไทยจึงมีนโยบายผลักดันประเทศของตนให้เป็น ฮับโลจิสติกส์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมทั้งบทบาทในการสร้างรายได้ให้กับประเทศแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรม การค้าระหว่างประเทศให้เกิดความคล่องตัวอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การที่จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ คงต้องกลับมาวิเคราะห์ถึงสถานะจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis) ของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม
โลจิ สติกส์ให้เป็นฮับของอาเซียนในทิศทางที่เหมาะสม ขณะที่ภาคเอกชนจะสามารถนำไปใช้เพื่อปรับแผนธุรกิจของตน อีกทั้งยังเพื่อเตรียมแผนการช่วงชิงโอกาส และหลีกเลี่ยงหรือเตรียมรองรับอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้วิเคราะห์ SWOT Analysis ของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย ซึ่งมีประเด็นสรุปดังต่อไปนี้ 

  • จุดแข็ง
  • ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์: ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศถือเป็นจุดแข็งสำคัญอย่างหนึ่งที่สร้างความ น่าสนใจในการเข้าลงทุนและช่วยสนับสนุนการเป็นฮับโลจิสติกส์อาเซียน เนื่องจากไทยตั้งอยู่ใจกลางของภูมิภาคอินโดจีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเป็นจุดที่สามารถเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งได้หลายสาย นอกจากนี้ พื้นที่ทางภาคใต้ของไทยยังติดชายฝั่งทะเลทั้ง 2 ฝั่ง โดยเฉพาะฝั่งอันดามันสามารถพัฒนาเป็นท่าเรือน้ำลึกได้ ขณะที่การขนส่งในประเทศส่วนใหญ่ยังพึ่งพิงการขนส่งทางถนนเป็นหลักกว่าร้อยละ 80 ของปริมาณการขนส่งสินค้าภายในประเทศ ซึ่งไทยมีเครือข่ายการขนส่งทางถนนที่ครอบคลุมไปทั่วประเทศ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงการขนส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอินโดจีน และจีนตอนใต้
    การขนส่งทางถนน: ผู้ประกอบการไทยยังมีความชำนาญและเชี่ยวชาญในพื้นที่และการขนส่งทางถนน ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ต่างชาติยังว่าจ้างผู้ประกอบการไทยเพื่อดำเนิน กิจการในส่วนนี้อยู่
    โครงสร้างพื้นฐานโดยรวม: ด้าน การโครงสร้างพื้นฐานโดยรวมของประเทศไทยค่อนข้างมีความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นถนน สนามบิน ไฟฟ้า หรือสาธารณูปโภคต่างๆ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศยังต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนา
    ทรัพยากรมนุษย์: คนไทยมีใจรักในการให้บริการ ทำให้สามารถทำงานบริการได้ดี อีกทั้งยังมีต้นทุนแรงงานที่ต่ำกว่าบางประเทศ
    ความคุ้นเคยกับประเทศเพื่อนบ้าน: ประเทศไทยยังมีความคุ้นเคยกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว ซึ่งมีภาษาและวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน ประกอบกับผู้ประกอบการไทยเองก็ได้ขยายการลงทุนไปยังประเทศดังกล่าวอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะมีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับประเทศเพื่อนบ้านดังกล่าวค่อนข้างดี แต่ความสัมพันธ์ทางด้านการเมืองอาจต้องมีการพัฒนาเพื่อสนับสนุนการทำธุรกิจ ของผู้ประกอบการไทยด้วย 

  • จุดอ่อน
  • โครงสร้างพื้นฐานบางด้านยังมีการพัฒนาอย่างจำกัด: แม้ว่า โดยภาพรวมประเทศไทยจะมีโครงการสร้างพื้นฐานที่ค่อนข้างพร้อม แต่การพัฒนาในโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งบางรูปแบบยังเป็นไปอย่าง จำกัด เช่น ระบบขนส่งทางราง ซึ่งยังมีสัดส่วนน้อยมากเพื่อเทียบกับรูปแบบการขนส่งทางถนน ส่วนการขนส่งทางทะเล ยังขาดท่าเรือน้ำลึก โดยท่าเรือแหลมฉบังที่มีอยู่ก็มีศักยภาพรองรับความต้องการได้อย่างจำกัด และยังต้องเผชิญกับความแออัดของการขนส่งแบบอื่นๆ ที่เชื่อมกับท่าเรือ เช่น ทางถนน ทำให้ต้องใช้ระยะเวลามากขึ้นในการขนส่ง ส่วนการพัฒนาท่าเรือด้านฝั่งทะเลอันดามันอาจยังต้องใช้เวลาเนื่องจากมี ประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ชุมชนและสุขภาพ  ซึ่งการพัฒนาที่จำกัดนี้อาจทำให้การขนส่งรูปแบบต่างๆ ขาดความเชื่อมโยงกัน
    ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียก็มีการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง โดยเฉพาะท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่หลายแห่ง ส่วนประเทศเวียดนาม และพม่าก็มีแผนที่จะพัฒนาท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ในอนาคต ทำให้ประเทศไทยอาจต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในส่วนนี้ และจำเป็นต้องเร่งพัฒนาการเชื่อมโยงการขนส่งกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อนบ้านเพื่อส่งเสริมศักยภาพของระบบโลจิสติกส์ไทย เช่น เส้นทางการขนส่งทางถนน รวมทั้งกฎระเบียบที่อำนวยความสะดวกมากขึ้น
    ผู้ประกอบการขาดความตระหนักเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ: ใน ส่วนของภาคเอกชน พบว่า ผู้ประกอบการทั่วไปยังขาดความตระหนักถึงภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งด้านด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ทั้งนี้ อาจสะท้อนได้จากผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการภาคการผลิตและบริการ เรื่อง “ความพร้อมและความเข้าใจของผู้ประกอบการไทยต่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งพบว่าในปี 2553 ผู้ประกอบการเข้าใจเกี่ยวกับ AEC เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1 จากปี 2552 โดยภาคบริการไม่เข้าใจถึงร้อยละ 74.8
    ขาดการนำเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศ และความรู้มาใช้: ผู้ประกอบการยังมีการนำเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศ และความรู้ด้านการบริหารจัดการ ห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งโลจิสติกส์มาใช้ยังไม่มาก ส่งผลให้ขาดความเชื่อมโยงด้านข้อมูลและการติดตามสินค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจสมัยใหม่ และในระดับสากล ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลเนื่องจากบุคลากรของไทยทั้งในระดับผู้บริหาร และระดับปฏิบัติการที่ยังมีความรู้ด้านเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศ ห่วงโซ่อุปทาน โลจิสติกส์และทักษะในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศที่ยังน้อยกว่าประเทศ มาเลเซียและสิงคโปร์ รวมถึงทักษะความรู้ทางด้านภาษา ซึ่งจะส่งเสริมต่อการประกอบธุรกิจระหว่างประเทศอีกด้วย
    ภาครัฐ: กฎหมายไทยยังมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงที่ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ สังคม เนื่องจากยังต้องใช้ระยะเวลานานในการปรับปรุง อีกทั้งกฎหมายและระเบียบที่มีค่อนข้างมากกลับกลายเป็นอุปสรรคมากกว่า สนับสนุนภาคธุรกิจ เช่น ระเบียบและขั้นตอนทางศุลกากรของไทยที่มีมากเกินไป อีกทั้งไทยยังไม่มีกฎหมาย Common Control Area (CCA) ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการตรวจสินค้าลง นอกจากนี้ ภาครัฐยังขาดหน่วยงานกลางที่ดูแลเรื่องโลจิสติกส์โดยตรงที่จะทำให้นโยบาย เกิดผลเป็นรูปธรรม และมียุทธศาสตร์การพัฒนาที่เป็นไปในทิศทางสอดคล้องกัน ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับโลจิสติกส์ยังกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ ไม่ได้ถูกรวบรวมให้อยู่ภายใต้ระบบเดียวกัน จึงทำให้กระบวนการที่ต้องกี่ยวข้องกับรัฐเกิดความล่าช้า ภาคเอกชนต้องทำงานซ้ำซ้อน มากไปกว่านั้น บุคลากรในภาครัฐอาจมีความเข้าใจด้านบริหารจัดการ ห่วงโซ่อุปทาน และโลจิสติกส์ยังไม่เพียงพอในการกำหนดนโยนบายด้านโลจิสติกส์
    ความเสี่ยงทางการเมือง: ส่วนความเสี่ยงทางการเมืองภายในประเทศก็ยังเป็นปัจจัยที่บั่นทอนการพัฒนา ระบบโลจิสติกส์ไทย โดยเฉพาะหากปัญหาดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างชัดเจน 

  • โอกาส
  • โอกาสในการให้บริการโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น: การ ให้บริการด้านโลจิสติกส์ ทั้งการเป็นผู้รับจ้างช่วงให้แก่ผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือชาวต่างชาติ รวมทั้งบริการโลจิสติกส์บุคคลที่สามมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี ตามทิศทางการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในเอเซีย ซึ่งถูกคาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ระดับที่ค่อนข้างดี โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศเกิดใหม่ที่กำลังพัฒนา และมีการเปิดประเทศมากขึ้น โดย IMF คาดว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียนโดยเฉลี่ยระหว่างปี 2553-2558 ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัวตั้งแต่ร้อยละ 5.0 ขึ้นไป โดยเฉพาะลาว และเวียดนาม อาจขยายตัวได้ร้อยละ 7.6 และ 7.1 ตามลำดับ นอกจากนี้ การเปิดเสรีการค้ามีความคืบหน้าค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการลดภาษีของอาเซียนในกรอบความตกลง AFTA (ASEAN Free Trade Area) รวมทั้งการเปิดเสรีการค้าบริการ และการลงทุนที่น่าจะมีความคืบหน้ามากขึ้น จะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจในภูมิภาคให้ขยายตัวได้มากขึ้น ซึ่งจะสร้างความน่าสนใจในการเข้ามาลงทุนในภูมิภาค และไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีความน่าสนใจที่จะเข้ามาลงทุน โดยอาศัยสิทธิประโยชน์ต่างๆจากการเปิดเสรี เช่น การนำเข้าวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบ ในอัตราภาษีร้อยละ 0 รวมทั้งอาศัยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์เป็นยุทธศาสตร์ในการลงทุนและใช้ความ ได้เปรียบจากทรัพยากรและต้นทุนที่ถูกจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นน่าจะช่วยสนับสนุนการเป็นฮับโลจิสติกส์อาเซียน ของไทยได้
    การเชื่อมโยงระบบขนส่งกับส่วนต่างๆ ของภูมิภาค: จากความได้เปรียบในด้านที่ตั้งจะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยให้ไทยมีโอกาสเป็น ฮับโลจิสติกส์อาเซียน ด้วยการสร้างระบบขนส่งที่สามารถเชื่อมโยงกับส่วนต่างๆ ของภูมิภาคได้ เช่น การสร้างถนนและการขนส่งระบบรางเพื่อเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศจีน นอกจากนี้ ด้านการขนส่งทางอากาศ ยังอาจใช้ไทยเป็นจุดหมายหลักในการเดินทางหรือขนส่งสินค้าก่อนที่จะส่งต่อไป ยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ในภูมิภาคใกล้เคียงด้วยระบบการขนส่งรูปแบบต่างๆ ส่วนชายฝั่งด้านทะเลอันดามันยังสามารถพัฒนาเป็นท่าเรือน้ำลึก และสร้างแลนด์บริด์จ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งโดยไม่ต้องผ่านไปด้านช่องแคบมะละกา
    การพัฒนาพลังงานทางเลือก: การพัฒนาพลังงานทางเลือกอย่างเช่น เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) เช่น น้ำมันแก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล ซึ่งสามารถผลิตได้จากผลผลิตทางการเกษตร อาทิ อ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน เป็นต้น จะทำให้ลดการพึ่งพิงน้ำมัน ซึ่งราคามีแนวโน้มผันผวนและสูงขึ้น อีกทั้งประเทศสมาชิกอาเซียนยังเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบเพื่อผลิตพลังงานทาง เลือกที่สำคัญอีกด้วย 

  • อุปสรรค
  • หลายประเทศมุ่งสู่การเป็นฮับโลจิสติกส์อาเซียน: ไม่เพียงแต่ไทยที่มุ่งที่จะเป็นฮับโลจิสติกส์ของอาเซียนเท่านั้น ประเทศอื่นๆ ในอาเซียนอย่างสิงคโปร์ และมาเลเซียก็มีเป้าหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้เป้าหมายดังกล่าวของไทยเป็นสิ่งที่ท้าทายมากขึ้น ทั้งนี้จากการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของ ธนาคารโลก พบว่าไทยยังมีอันดับที่ต่ำกว่าสิงคโปร์และมาเลเซีย โดยเฉพาะสิงคโปร์นั้นเป็นประเทศที่ถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก โดยเป็นอันดับที่ 2 ในปี 2553 นอกจากนี้ ภาครัฐของสิงโปร์และมาเลเซียยังมีนโยบายที่ค่อนข้างชัดเจนที่จะพัฒนาระบบโล จิสติกส์ของประเทศ ประกอบกับนโยบายพัฒนาในด้านอื่นๆ ที่สอดคล้องและสนับสนุนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ เช่น การศึกษาที่เน้นภาษาต่างประเทศให้เป็นภาษาที่ 2 การศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ขณะที่นโยบายด้านเศรษฐกิจยังเป็นมิตรกับการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ จึงทำให้ธุรกิจและบุคคลากรในสิงคโปร์มีความคุ้นเคยกับธุรกิจระว่างประเทศ และมีทักษะในการบริหารจัดการ
    การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อนบ้าน: ประเทศเพื่อนบ้านไทยอื่นๆ ยังมีโครงการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้ไทยลดความน่าสนใจในด้านโลจิสติกส์ได้ โดยประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่ามีความคืบหน้าในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายเป็น ลำดับ ซึ่งท่าเรือดังกล่าวเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพการขนส่งทางเรือได้ มากกว่าท่าเรือแหลมฉบังของไทย ซึ่งจำเป็นอย่างมากที่ไทยต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงกับ ท่าเรือทวายเพื่อใช้ประโยชน์จากท่าเรือนี้ อย่างไรก็ตาม การพึ่งพิงการขนส่งผ่านท่าเรือทวายมากเกินไปก็อาจเป็นความเสี่ยงได้ โดยเฉพาะจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศพม่า ส่วนประเทศเวียดนามก็เป็นอีกประเทศที่มีชายฝั่งทะเลเป็นระยะยาวตั้งแต่เหนือ จรดใต้ ทำให้ระบบการขนส่งทางน้ำในประเทศมีประสิทธิภาพและมีศักยภาพในการพัฒนาและ สร้างท่าเรือน้ำลึกเพื่อรองรับการขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลเวียดนามได้มีนโยบายที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว ทำให้ในระยะเวลาอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอาจจะกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญด้วยเช่น กัน
    ภาวะการแข่งขันในธุรกิจที่สูงขึ้น: อุปสรรค อีกด้านหนึ่งของการมุ่งสู่การเป็นฮับโลจิสติกส์อาเซียน คือ ภาวะการแข่งขันในธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ระดับโลกมีการขยายเครือข่ายมากขึ้น อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนมากขึ้น อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการในประเทศที่ไม่สามารถปรับตัวได้ออกสู่อุตสาหกรรมไป จึงจะส่งผลต่อความแข่งแกร่งของอุตสาหกรรมในประเทศ ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนอาจทำให้ภาครัฐมุ่งเน้นเพื่อแก้ไขปัญหาทาง เศรษฐกิจและปัญหาเฉพาะหน้า ส่งผลต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในระยะยาว
    กฎระเบียบทางการค้าโลกที่เพิ่มขึ้น: การ เพิ่มกฎระเบียบทางการค้าโลก เช่น ด้านสุขภาพและความปลอดภัย หรือสิ่งแวดล้อม จะทำให้ต้องมีระบบการตรวจสอบย้อนกลับอย่างถูกต้อง (Traceability) ซึ่งอาจถูกใช้เป็นมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี  และอาจเป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจไทย
    รูปแบบการขนส่งที่ยังพึ่งพิงการใช้พลังงานสูง: การขนส่งทางถนนซึ่งเป็นระบบการขนส่งหลักของไทยยังพึ่งพิงการใช้พลังงานสูง อาจสร้างความกดดันต่อผู้ประกอบการหากราคาพลังงานมีความผันผวนสูงผู้ประกอบการโลจิสติกส์เอสเอ็มอีไทยมีจุดแข็ง…แต่ยังต้องเร่งพัฒนา 

    ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีซึ่งเป็นผู้ ประกอบการส่วนใหญ่ในประเทศ และส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวกับการขนส่งทางถนน ทำให้มีความเชี่ยวชาญในการขนส่งทางถนนและมีความชำนาญในพื้นที่ สามารถให้บริการในตลาดท้องถิ่นได้ค่อนข้างดี อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่ดีและยาวนานกับลูกค้าในท้องถิ่น ทำให้มีความน่าเชื่อถือและเข้าใจความต้องการของลูกค้า ส่วนผู้ให้บริการเอสเอ็มอีโลจิสติกส์ด้านอื่นๆ เช่น บริการเป็นตัวแทนนำเข้าส่งออกสินค้า บริการรับจัดการพิธีการศุลกากร ตัวแทนขนส่ง นั้น ผู้ประกอบการไทยมีจุดแข็งด้านการให้บริการที่ดี และมีประสบการณ์ที่ยาวนาน รวมทั้งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานภาครัฐ ทำให้เข้าใจในกระบวนการและขั้นตอนการดำเนินงานภาครัฐ ทำให้กระบวนการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น
    อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำเป็นต้องเร่งปรับตัวอย่างเร่งด่วนเพื่อรองรับการ เปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และการมุ่งสู่การเป็นฮับโลจิสติกส์อาเซียน เนื่องจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ยังดำเนินธุรกิจแบบดั่งเดิม และมีการให้บริการที่ไม่หลากหลายและครบวงจร ซึ่งอาจไม่ตอบสนองต่อความต้องของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มความต้องการแบบ One Stop Service มีการให้บริการที่ครบวงจร  นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจยังมีข้อจำกัดในด้านความรู้การบริหารจัดการ เงินทุน เทคโนโลยี และเทคโนโลยีสารสนเทศ ห่วงโซ่อุปทาน และโลจิสติกส์ ดังนั้น ผู้ประกอบการอาจต้องรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างพันธมิตรทางธุรกิจให้มีใหญ่ขึ้น เพื่อสามารถให้บริการที่หลากหลายและครบวงจร รวมทั้งแสวงหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาตนเอง
    นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจต้องปรับตัวโดยการเป็นผู้รับจ้างช่วงจากผู้ประกอบ การรายใหญ่ และให้บริการในพื้นที่ที่มีความชำนาญ ซึ่งผู้ประกอบขนาดใหญ่อาจไม่ต้องการเข้ามาลงทุนด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม การที่จะรับงานจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะระดับสากล เอสเอ็มอีจะต้องปรับปรุงการให้บริการให้ได้มาตรฐานในระดับที่ผู้ประกอบการ ขนาดใหญ่ต้องการ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจมุ่งสู่การให้บริการในประเทศเพื่อนบ้านของไทยบาง ประเทศที่เป็นตลาดที่ยังไม่เน้นการบริการที่มีคุณภาพสูงมาก ซึ่งน่าจะเป็นอีกตลาดที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยมีโอกาสเข้าไปให้บริการ หรือเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานระยะสั้นไทยมุ่งสู่การเป็นฮับโลจิสติกส์อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) 

    แม้ไทยจะมีจุดแข็งอยู่หลายด้านที่ สนับสนุนการเป็นฮับโลจิสติกส์อาเซียน แต่ก็ต้องพัฒนาปรับปรุงจุดด้อยที่มีอยู่ และอาจยังต้องใช้ระยะเวลาเพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ทำให้เป้าหมายในระยะสั้นไทยอาจมุ่งสู่การเป็นฮับโลจิสติกส์ของอนุภูมิภาค ลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า ไทย เวียดนาม และจีน (หยุนหนาน) เนื่องจากจุดแข็งด้านที่ตั้งทางภูมิภาคซึ่งอยู่ในกลางประเทศดังกล่าว อีกทั้งยังมีพรมแดนติดกับประเทศสมาชิกหลายประเทศข้างต้น ขณะที่รูปแบบการขนส่งที่ไทยมีศักยภาพและเป็นรูปแบบการขนส่งหลัก ซึ่งคือการขนส่งทางถนน น่าจะมีความสอดคล้องกับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของไทยและประเทศเพื่อน บ้าน ซึ่งปัจจุบันไทยและประเทศเพื่อนบ้านได้มีการพัฒนาระบบขนส่งทางถนนเชื่อมโยง กันอย่างต่อเนื่อง และสามารถขนส่งไปได้ถึงประเทศจีน (หยุนหนาน) นอกจากนี้ การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่จะแล้วเสร็จในอนาคตน่าจะอำนวยความสะดวกในการ ขนส่งทางถนนได้ยิ่งขึ้น และอาจเป็นทางเลือกในช่วงที่การขนส่งทางแม่น้ำโขงมีอุปสรรคจากภัยแล้ง ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังมีโอกาสขยายการให้บริการการขนส่งทางถนนไปยัง ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะที่กำลังอยู่ในช่วงการพัฒนา ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ความต้องการในประเทศเพื่อนบ้านได้
    อย่างไรก็ตาม สำหรับในระยะยาวเพื่อมุ่งสู่การเป็นฮับโลจิสติกส์อาเซียน ไทยคงต้องปรับปรุงจุดอ่อน รวมทั้งเร่งพัฒนาจุดแข็งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น เพื่อช่วงชิงโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนเอสเอ็มอีจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งที่สำคัญอันดับต้นๆคือ ต้องมีความตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งเข้าใจความเชื่อมโยงและผลกระทบที่จะมีต่อผู้ประกอบการให้มากขึ้น เช่น การเปิดการค้าเสรี ภาวะเศรษฐกิจโลก และการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นต้น ซึ่งหากผู้ประกอบการมีความตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว น่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการเกิดการพัฒนาในธุรกิจของตน ทั้งเพื่อรองรับการแข่งขันที่จะรุนแรงขึ้น รวมทั้งเตรียมช่วงชิงโอกาสทางธุรกิจได้มากยิ่งขึ้นSWOT Analysis อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย 

    จุดแข็ง 

       

    • ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่ใจกลางของภูมิภาคอินโดจีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเป็นจุดเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งหลายสาย
    • มีพื้นที่ทางภาคใต้ติดชายฝั่งทะเลทั้ง 2 ฝั่ง
    • เครือข่ายการขนส่งทางถนนมาก ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอินโดจีน และจีนตอนใต้ได้
    • ความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานโดยรวม เช่น ถนน ไฟฟ้า
      เป็นต้น
    • คนไทยมีใจรักในการบริการ ทำให้สามารถทำงานบริการได้ดี
    • ต้นทุนแรงงานที่ต่ำกว่าบางประเทศ
    •  

    โอกาส 

       

    • การเติบโตของภาคเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างประเทศของประเทศในภูมิภาคเอเชีย
    • FTA อาจกระตุ้นการค้าภายในภูมิภาคมากขึ้น
    • ศักยภาพที่จะสร้างถนนเชื่อมโยงภูมิภาค เช่น ประเทศเพื่อนบ้าน และสู่ประเทศจีน
    • การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกในพื้นที่ภาคใต้ติดชายฝั่งอันดามัน และการมีแลนด์บริด์จ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งไม่ต้องผ่านไปด้านช่องแคบมะละกา
    • โอกาสที่จะมีผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่สามเพิ่มขึ้น
    • การพัฒนาพลังงานทางเลือกจะทำให้ ลดการพึ่งพิงน้ำมัน ซึ่งราคามี
    •  

    จุดอ่อน 

       

    • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งบางรูปแบบยังเป็นไปอย่างจำกัด เช่น ท่าเรือขนาดใหญ่ และการขนส่งระบบราง เป็นต้น
    • ขาดการเชื่อมโยงของการขนส่งแบบต่างๆ
    • ผู้ประกอบการทั่วไปขาดความตระหนักถึงสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปของโลก ทั้งด้านด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการพัฒนาระบบ
      ห่วงโซ่อุปทาน และโลจิสติกส์
    • ภาคเอกชนขาดการเชื่อมโยงด้านข้อมูลและการติดตามสินค้า
    • ขาดแรงงานที่มีทักษะ และความรู้ทั้งด้านภาษา เทคโนโลยีสารสนเทศ โลจิสติกส์และทักษะในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ ทั้งในระดับบริหารและปฏิบัติการ
    • กฎหมายล้าสมัย ไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม
    • ขาดหน่วยงานกลางที่ดูแลเรื่องโลจิสติกส์โดยตรง และขาดการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นระบบเดียวกัน
    • ความเสี่ยงทางการเมืองภายในประเทศ
    •  


    อุปสรรค 

       

    • หลายประเทศมุ่งสู่การเป็นฮับโลจิสติกส์ของอาเซียนเช่นเดียวกับไทย
    • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศเพื่อนบ้าน
    • การแข่งขันในธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศซึ่งยังพัฒนาช้า
    • การเพิ่มกฎระเบียบทางการค้าโลก เช่น ด้านสุขภาพและความปลอดภัย หรือด้านสิ่งแวดล้อม จะทำให้ต้องมีระบบการตรวจสอบย้อนกลับอย่างถูกต้อง (Traceability) ซึ่งอาจถูกใช้เป็นมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี และอาจเป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจ
    • รูปแบบการขนส่งยังต้องพึ่งพิงการใช้พลังงานสูง เช่น การขนส่งทางถนน
    •  

    Advertisements

    ใส่ความเห็น

    Fill in your details below or click an icon to log in:

    WordPress.com Logo

    You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Twitter picture

    You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Facebook photo

    You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Google+ photo

    You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Connecting to %s

    %d bloggers like this: