Creative SME จุดเริ่มต้นของการสร้าง Creative City

เทคโนโลยี ที่ทันสมัยในปัจจุบันทำให้แทบทุกแห่งในโลกสามารถผลิตสินค้าและบริการได้ ทัดเทียมกัน ความแตกต่างของสินค้าและบริการ จึงต้องมาจากการใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ ผสมผสานกระบวนการผลิต ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะและหลากหลาย เพื่อตอบสนองผู้บริโภคทุกระดับ ผู้ประกอบการที่จะยืนหยัดได้นั้นต้องเป็นเจ้าของความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถ เปลี่ยนปัจจัยการผลิตไปสู่สินค้าและบริการที่เอาชนะคู่แข่งได้

ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ (Creative Entrepreneur) ไม่ ได้หมายถึงผู้ประกอบการด้านงานศิลปะหรืองานออกแบบเพียงเท่านั้น แต่หมายถึงผู้ประกอบการที่สามารถรวบรวมองค์ความรู้ ทักษะ เทคโนโลยีและสุนทรียภาพจากวัฒนธรรมและงานศิลปะ แล้วนำมาแปรเป็นกระบวนการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณค่าและมีความแตกต่าง ซึ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มได้

การ สร้างผู้ประกอบที่มีความคิดสร้างสรรค์นั้น สภาพแวดล้อมและการเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินควบคู่ไปกับการเรียน รู้ในระบบการศึกษาปกติ ตลอดจนการดำเนินนโยบายสนับสนุนในด้านต่างๆ ให้เอื้อต่อกระบวนการสร้างนักคิด และบ่มเพาะให้กลายเป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่หลายประเทศกำลัง ดำเนินการภายใต้นโยบายที่เรียกว่า “Creative City”

ภายใต้นโยบาย Creative City นั้น สิ่งแรกที่ต้องดำเนินการพัฒนา ก็คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อม ให้เอื้อต่อการผลิตสินค้าเชิงสร้างสรรค์ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและคมนาคม การส่งเสริมการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา การจัดหาแหล่งเงินทุน การพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นระบบและครบวงจรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และการพัฒนาการตลาดให้ทันคู่แข่งและการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาปัจจัยแวดล้อมที่กระตุ้นให้ผู้ประกอบการลงทุน ผลิตสินค้าเชิงสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมและองค์ความรู้สมัยใหม่ มีการพัฒนาระบบฐานข้อมูล สื่อสาร และการคมนาคมให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับภาคการผลิต ส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ สร้างเวทีนักคิด ตลอดจนส่งเสริมให้มีการนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับชุมชนและวัฒนธรรมใน แต่ละท้องถิ่น มีกฎหมาย และกฎระเบียบที่ช่วยในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และกระบวนการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการธุรกิจสร้างสรรค์ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และกระบวนการที่มีอยู่ ตลอดจนส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนสนับสนุนด้านการเงิน

นอกจากนี้จะต้องมีการศึกษาวิจัยและพัฒนาเชิงลึกในสาขาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และทุนวัฒนธรรม โดยทำการศึกษาใน 5 ประเภท คือ มรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา และความหลากหลายทางชีวภาพ, เอกลักษณ์ศิลปะและวัฒนธรรม, งานช่างฝีมือและหัตถกรรม, อุตสาหกรรมสื่อ บันเทิง และซอฟต์แวร์, การออกแบบและพัฒนาสินค้าเชิงสร้างสรรค์ ให้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และนำผลิตภัณฑ์และบริการสู่ตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

โดย ต้องมีการจัดทำฐานข้อมูลและมีระบบการจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ มีการกำหนดมาตรฐานขอบเขตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้ชัดเจน และมีวิธีการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นที่ยอมรับ มีความน่าเชื่อถือเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการประเมิน ติดตามผล และกำหนดนโยบายการพัฒนาต่อไป

ที่มา : smethailandclub

และ อีกหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญ ก็คือ การพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจและบุคลากรด้านสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ในการสร้างสรรค์ สินค้าและบริการรูปแบบใหม่ให้มีจุดเด่น และสามารถต่อยอดด้วยความคิดและนวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด และก้าวทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกนั่นเอง

ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสามารถผลิต สินค้าเชิงสร้างสรรค์ โดยได้ดำเนินกิจกรรมสร้างคุณค่าให้กับสินค้าและบริการ SME เพื่อ เป็นการสร้างฐานรายได้ใหม่ให้กับประเทศ โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี บนพื้นฐานแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เกิดคุณค่าในสาขาธุรกิจการผลิตและการ บริการ ตลอดจนสร้างปัจจัยเอื้อต่อการเติบโต ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี บนพื้นฐานของแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเสริมสร้างโอกาสทางการตลาด ของธุรกิจและบริการเชิงสร้างสรรค์ ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาคอาเซียน และตลาดส่งออกทั่วไป โดยมีกลุ่มเป้าหมายใน 4 กลุ่ม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้แก่ กลุ่มวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ กลุ่มศิลปะ กลุ่มสื่อ และกลุ่มงานสร้างสรรค์ตามหน้าที่ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยใช้กลยุทธ์ 6C ในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SME อย่างครบวงจร คือ

Creative Mind ส่ง เสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีหัวใจของการคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการไขประตูสู่ความคิดสร้างสรรค์ในด้านต่างๆ และสามารถประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ได้ในทุกโอกาสและ สถานการณ์

Creative Design and Innovation ส่ง เสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนการออกแบบสินค้าและบริการในรูปแบบใหม่ รวมไปถึงการปรับโครงสร้างองค์กรอย่างสร้างสรรค์

Creative Product and Service ส่ง เสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สร้างผลิตภัณฑ์และบริการอย่างสร้างสรรค์ โดยเน้นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ และสินค้าที่สามารถดึงดูดใจกลุ่มลูกค้าเก่าและกลุ่มลูกค้าใหม่ด้วยการขยาย ส่วนแบ่งตลาด (Segmentation)

Creative Marketing ทำการตลาดอย่างสร้างสรรค์ ในการเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม

Creative Communication ใช้ เครื่องมือการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และใช้เครือข่ายการสื่อสารอย่างครบวงจร ในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้า และสร้างความเข้าใจในสินค้าและบริการแก่ลูกค้า

และ Creative Management บริหารจัดการอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเป็นการพัฒนาระบบการบริหาร ของส่วนหลัง (Back Office) ให้สามารถสนับสนุนการทำงานของส่วนหน้า หรือการขายและการบริการได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงการบริหารระบบการผลิต การกระจายสินค้า ฯลฯ ด้วย

เมื่อ ผู้ประกอบการภายในประเทศสามารถคิด พัฒนา และต่อยอดสินค้าและบริการเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างมีศักยภาพแล้วนั้น โอกาสในการเติบโตทางธุรกิจของประเทศ และการก้าวทันหรือเป็นผู้นำทางด้านสินค้าและบริการที่ทันสมัยคงไม่ใช่เรื่อง ที่ไกลเกินฝันอีกต่อไป

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: