Social Media on Mobile วันนี้ใครๆ ก็เป็นเจ้าของสื่อได้ง่ายๆ ที่ปลายนิ้ว

ในตอนล่าสุด ผมเขียนถึงแผนอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่เกิน 1-2 ปีข้างหน้าไปแล้ว เกี่ยวกับเทคโนโลยี 3 จี

<!—-> // ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำการตลาดแบบใหม่

วัน นี้ผมมานั่งคิดๆ อีกที เวลา 1-2 ปี อาจจะช้าไปแล้วครับคุณผู้อ่าน เนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว ผมเพิ่งได้ข้อมูลมา ว่า การเปิดประมูล 3 จีเกิดขึ้นแล้ว และมีผู้ขอเข้าร่วมประมูลไม่น้อยกว่า 10 บริษัท

ถ้า เป็นอย่างนี้คิดง่ายๆ ว่า 3 ค่ายหลักของผู้ให้บริการมือถือบ้านเราก็คงจะได้ใบอนุญาตกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นดีแทค ทรู หรือเอไอเอส ซึ่งแน่นอนว่า จะทำให้อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในบ้านเรา ผ่านทางโมบาย อินเทอร์เน็ต คงสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด อย่างที่ไม่น่าจะเคยเห็นมาก่อน

ในตอนแรก ผมใจเย็นกว่านั้น แต่เท่าที่เคยพูดคุยกับแหล่งข่าวชั้นสูง ที่คลุกคลีอยู่ในวงการสื่อสาร ทุกคนเห็นตรงกันว่าไม่เกิน 1 ปี จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคงสูงเกินกว่า 50-60% ครับ หรือถ้านับเป็นจำนวนก็จะอยู่ราวๆ 30-40 ล้านคน จากปัจจุบันที่ 16-20 ล้านคน

กลับมาดูตรงปัจจุบันกันเล็กน้อย ผมขอแสดงข้อมูลให้คุณผู้อ่านเห็นภาพดังนี้นะครับ

แบบสอบถาม กลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟนเห็นผลแล้วน่าตกใจว่า กลุ่มผู้ใช้เฟซบุ๊คเกิน 60% เคยใช้บริการเฟซบุ๊คผ่านมือถือ ประเภทไอโฟน หรือบีบี และโทรศัพท์รุ่นอื่นๆ ตามแต่สภาพการเงินของแต่ละคนจะอำนวย

คุณผู้อ่านลองดูที่สถานะของผู้ โพสต์ในเฟซบุ๊ค ก็จะเห็นว่า มีอยู่หลายๆ ข้อความ ที่บอกสถานะชัดเจนว่า โพสต์จากอุปกรณ์อะไร โดยผู้ใช้บริการกลุ่มนี้ เข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือกันแล้ว ก็ทำไมจะไม่ละครับ ในเมื่อช่องทางนี้ สะดวกกว่าเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งเยอะ

เจออะไรถ่ายรูปแล้วอัพ ขึ้นเฟซบุ๊ค ขับรถออกจากบ้านรถติด …เซ็ง … หยิบบีบีขึ้นมาบ่นใส่เฟซบุ๊ค ให้ชาวบ้านได้รับรู้หน่อยหนึ่ง ก็เป็นช่องทางระบายความเครียดได้ …. ผมก็หนึ่งในคนกลุ่มนั้น …

สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับผู้บริโภคยุค ดิจิทัล คือ การเกิด Personal Media ที่อยู่บนโทรศัพท์มือถือมากขึ้นนั่นเอง พูดง่ายๆ ว่า สื่อหลักที่เรารับชม ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ หรือหนังสือพิมพ์ จะเปลี่ยนถ่ายรูปแบบของตัวเอง ไปสู่อุปกรณ์ใหม่ ที่ทำลายข้อจำกัดหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการโต้ตอบ การมีส่วนร่วม การเลือก หรือข้อจำกัดเรื่องเวลา และสุดท้าย คือ การเข้าสู่ความชอบเฉพาะทางของแต่ละคนได้หลากหลายยิ่งขึ้นกว่าเดิม ที่แค่เปิดโทรทัศน์แล้วกดรีโมตไปมา

อีกปรากฏการณ์หนึ่ง ที่ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นชัดมากขึ้น คือ ทางเลือกของผู้ที่อยากมีสถานีโทรทัศน์เป็นของตัวเอง โดยคนเหล่านี้ อาจมองหาเคเบิลหรือดาวเทียม แต่ช่องทางนี้ ก็มีข้อจำกัดเรื่องเงินทุน (ถึงแม้จะน้อยกว่าตั้งสถานีฟรีทีวีก็ตาม) แต่ถ้าทุกคนสามารถสร้างช่องทางของตัวเองผ่านมือถือ และกระจายสัญญาณผ่านเครือข่าย 3 จี ได้ ข้อจำกัดเรื่องทุน และงบประมาณก็จะหายไปครับ

เอาละสิครับ แบบนี้คนวางแผนสื่อ หรือ Media Plan & Buyer คงใช้สูตรเดิมๆ ไม่ได้แล้ว เพราะคอนเทนท์จะกระจายตัว และยิ่งเฉพาะเจาะจงเข้าไปแบบไม่มีจำกัด

ทุก วันนี้ กลุ่มประชากรอินเทอร์เน็ต ล้วนยอมรับต่อสิ่งนี้กันแล้ว คุณผู้อ่านอาจลองค้นหาสถานีโทรทัศน์การเมืองของเด็กแนวนาม ไอเฮียร์ ทีวี (iHereTV)  หรือสถานีปากจัดประชดสังคมอย่าง “ใจดีทีวี” ในยูทูบดูก็ได้ เนื้อหาแตกต่าง และโดนใจจนมีคนเข้าชมเดือนๆ หนึ่งเป็นล้าน และปัจจุบันมีโฆษณาเข้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว !!

คนทำการตลาดอย่างเราๆ ท่านๆ ที่มาพลิกอ่านบทความนี้ คงต้องไปต่อยอด และคิดวางแผนกันล่วงหน้าครับ

สูตร เดิมๆ เช่น มีเงินก็ซื้อโทรทัศน์ จะเอาเจาะกลุ่ม เน้นความถี่ ก็ไปที่วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือนิตยสาร  วิธีการแบบนี้ คงจะทำลำบากแล้ว เพราะผู้บริโภค ในทุกวันนี้ เดินมาถึงจุดที่มีสิทธิในการเลือกคอนเทนท์ ที่หลากหลายกว่าได้แล้ว

วันนี้ ผมได้รับโจทย์จากคุณลูกค้าอย่างน้อย 2 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเจ้าของสื่อหลักเบอร์ใหญ่ของวงการโทรทัศน์ รายที่สองเป็นสื่อสิ่งพิมพ์คุณภาพเบอร์หนึ่งของเมืองไทย

ทั้งสอง ให้โจทย์มา เริ่มต้นคิดอ่านกันแต่เนิ่นๆ ว่า เราจะมีแผนการสำหรับการเปลี่ยนไปของผู้บริโภคได้อย่างไร เบอร์ใหญ่เริ่มขยับแล้วนะครับ แล้วนักการตลาดอย่างเราๆ ท่านๆ จะใจเย็นอยู่อีกได้หรือวิธีการเปิดตารางเอ็กเซลแล้วกรอกรายชื่อสื่ออันเดิม คงใช้ไม่ได้กันแล้ว

เอาอย่างนี้นะครับ เมื่อถึงเวลาที่คุณผู้อ่านวางแผนการตลาด คุณผู้อ่านลองสลัดอาชีพนักการตลาดออกสักครู่หนึ่ง หันมาสวมบทบาทผู้บริโภคดูบ้าง

ลองดูนะครับ ถามตัวเองว่าวันนี้รอบๆ ตัวคุณเปลี่ยนไปไหม เครื่องไม้เครื่องมือรอบตัวเปลี่ยนไปบ้างหรือเปล่า ใช้โทรศัพท์มือถือ หรือโทรทัศน์มากกว่ากันในชีวิตประจำวัน

ถามตัว เองดูว่าใช้โทรศัพท์มือถือโทรเข้า-ออก หรือว่าคุณกดส่งข้อความ เช็คอีเมล อัพเดทเฟซบุ๊คมากกว่า ถ้าสมมติฐานนี้ยากสำหรับคุณผู้อ่าน ผมเดาว่าคุณผู้อ่าน คือ นักการตลาดอาวุโสที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป

เอา เป็นว่าลองดูน้องๆ ในที่ทำงานสิครับ วันนี้เขาทำแบบที่ผมว่าหรือเปล่า ถ้าใช่ คำตอบสำหรับนักการตลาดหัวคิดสร้างสรรค์อย่างคุณผู้อ่านคงต้องหาแผนสำหรับ เตรียมการเรื่องนี้ไว้บ้างแล้ว จริงมั้ยครับ

ที่มา: Bangkokbiznews

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: