TG ทำดีล ไทย-ไทเกอร์ รับอนาคตโลจิสติกส์ขนส่งทางอากาศ

เป็น ที่วิพากษ์วิจารณ์กันพอสมควรในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการที่คุณปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ดีดีการบินไทย ได้ประกาศเรื่องการเซ็น MOU กับไทเกอร์ แอร์เวย์ส ของสิงคโปร์ ในการร่วมตั้งสายการบิน low cost รายใหม่เพื่อแข่งขันในภูมิภาคกับสายการบิน Air Asia ที่นับวันจะยิ่งน่ากลัวมากขึ้น อย่างไรก็ตามแนวทางดังกล่าวได้สร้างความสงสัยให้แก่หลายฝ่าย แม้กระทั่งปลัดและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเอง ที่ให้ การบินไทยทำเรื่องชี้แจงเหตุผล

สายการบินต้นทุนต่ำได้รับความนิยมมา นานแล้ว อย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่แทบจะเป็นที่พึ่งหลักในการเดินทางภายในประเทศ เพียงแต่มีการเรียกชื่อว่า budget airline แทนที่จะเป็น low cost ซึ่งมีความแตกต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อย เช่น การมีของว่างและเครื่องดื่มให้บริการ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วคือสายการบินที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยเป็นสายการบินที่สามารถเสนอค่าโดยสารที่ถูกกว่าปกติ จากการใช้กลยุทธ์ในการลดต้นทุนการจัดการบางส่วนลง สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลาดส่วนนี้มีการขยายตัวสูงและยังมีพื้นที่ในการแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดอีก มาก เนื่องจากเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางในระยะทางไม่ไกลมาก ในอัตราโดยสารที่แข่งขันได้กับการขนส่ง รูปแบบอื่น

การบินไทยวาง ตำแหน่งตัวเองชัดเจนในการเป็นสายการบินแบบ premium การจะบุกตลาด low cost จึงควรที่จะสร้าง brand ใหม่แยกออกไปต่างหาก เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์โดยรวม หากจะพูดถึงสายการบินนกแอร์ที่การบินไทยเข้าไปถือหุ้นด้วยแล้ว จะพบว่าในทางปฏิบัติ นกแอร์อาจจะเป็นสายการบิน low cost ในแง่ของการพยายามลดต้นทุนบริหารจัดการให้ต่ำ แต่ยังไม่สามารถตอบสนองการเป็น low cost ที่แท้จริงในสายตาของลูกค้า ซึ่งผู้โดยสารคาดหวังว่าจะได้ low fare หรือมีค่าโดยสารที่ถูกลงแตกต่างจากการบินแบบปกติด้วย ซึ่งผู้บริหารของนกแอร์ได้ยอมรับในจุดนี้ว่า ตนเองไม่ใช่สายการบิน low cost แต่อยู่ตรงกลางระหว่าง low cost กับ premium ดังนั้นจึงเป็นที่ชัดเจนว่าปัจจุบัน การบินไทยยังไม่มีส่วนแบ่งในตลาดการบินแบบ low cost, low fare ที่แท้จริง และ ผู้บริหารการบินไทยเลือกที่จะใช้จุดนี้เป็นก้าวแรกในการปรับปรุงการบินไทยใน เชิงธุรกิจ การหาพันธมิตรที่มีความชำนาญมาร่วมดำเนินการในกิจกรรมที่ตนเองไม่ถนัด ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม นอกจากจะทำให้ได้ส่วนแบ่งทางการตลาดจากการมีฐานลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น ยังสามารถอาศัยความชำนาญของพันธมิตร ในการดำเนินงานที่ตนเองไม่ถนัด และประหยัดงบประมาณในการลงทุนทรัพยากรบางส่วนลงไปได้

นอกจากนี้ แนวโน้มการดำเนินธุรกิจ โลจิสติกส์ในอนาคตจะอาศัยการร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันมากขึ้น เพื่อให้เกิด economies of scale/scope สำหรับการขนส่งทางอากาศรับแนวคิดนี้มาตั้งนานแล้ว เช่น การเกิด Star Alliance ของการบินไทย เนื่องจากนกแอร์ไม่สามารถตอบโจทย์ในการเป็น low cost ได้อย่างชัดเจน การหาพันธมิตรเพิ่มเติมเพื่อมาเติมเต็มในส่วนที่ขาดจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสายการบินไทเกอร์เป็นตัวเลือกหนึ่งที่การบินไทยสนใจ

ผมจะไม่ขอ พูดถึงประเด็นชาตินิยม หรือการเอื้อประโยชน์ให้กับสายการบินต่างชาติเข้ามามีส่วนแบ่งในเส้นทางการ บินภายในประเทศ ที่บางฝ่ายพยายามหยิบยกขึ้นมา เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหว อย่างไรก็ตามหากพิจารณาว่า การบินไทยจะได้สัดส่วนในการถือหุ้น 51% แล้ว อาจจะช่วยตอบประเด็นดังกล่าวได้ในระดับหนึ่งว่ายังคงเป็นสายการบินสัญชาติ ไทย และการบินไทยจะมีเสียงในบอร์ดบริหารเกินกึ่งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะฝากไว้ให้คิดว่า การพิจารณาตัดสินใจใด ๆ ต้องพิจารณาผลลัพธ์โดยรวม หากสุดท้ายแล้วเกิดประโยชน์ให้แก่องค์กรและประเทศในภาพรวมได้มากกว่าเสีย ควรที่จะพิจารณาดำเนินการ ต้องยอมรับว่าเราอยู่ในโลก การค้าเสรี หากมามัวห่วงในประเด็น ดังกล่าวคงจะต้องปิดประเทศและไม่ต้องทำธุรกิจกับใครแล้วครับ และผมยังไม่เห็นถึงความคุ้มค่าที่การบินไทยจะลงมาทำ low cost เองแบบเต็มตัว แต่ควรไปให้ความสำคัญกับ core business ของตนเอง คือการบินแบบ premium ซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญมากกว่า

ประโยชน์ที่จะได้รับจากการเกิดขึ้นของ สายการบิน low cost ของไทยรายใหม่ สามารถมองได้ในหลายมิติ ในมิติของการบินไทย ผู้บริหาร คงคิดถึงความคุ้มค่าดีแล้ว จึงได้ตกลงเซ็น MOU โดยไม่มีแรงต้านจากพนักงานภายในแต่อย่างใด ในมิติของผู้โดยสารจะได้มีทางเลือกมากขึ้นในการเดินทางทางอากาศด้วยราคาค่า โดยสารที่ประหยัด จะเห็นได้ว่าเพียงแค่มีข่าวการเซ็น MOU เกิดขึ้น Air Asia ก็ประกาศสงครามราคาทันที ว่าจะเป็นสายการบิน low cost ที่มีค่าโดยสารถูกที่สุด ซึ่งจะเป็นผลดีต่อผู้โดยสารอย่างแน่นอน

นอกจาก นี้ผมมองว่า กระทรวงคมนาคมน่าจะใช้โอกาสนี้ในการผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากสนามบิน ภูมิภาค 26 แห่ง ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมการขนส่งทางอากาศ ที่ปัจจุบันเป็นสนามบินร้างไม่มีเที่ยวบินลง และขาดทุนจากค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาอยู่ทุกปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการท่องเที่ยวและการสร้างงานใน ท้องถิ่นอีกด้วย ส่วนผลเสียคงเกิดขึ้นกับสายการบิน low cost อื่น ๆ ที่กลัวจะเสียส่วนแบ่งทางการตลาดไป ซึ่งคงไม่ต้องการให้ดีลนี้สำเร็จแน่

สิ่ง ที่ภาครัฐน่าจะเป็นห่วงตามมากลับไม่ใช่เรื่องทางธุรกิจ แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยในการโดยสารสายการบินต้นทุนต่ำ การแข่งขันทางราคาที่รุนแรงมักจะตามมาด้วยการลดต้นทุนต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด ซึ่งสายการบิน low cost มักจะใช้เครื่องบินที่มีอายุการใช้งานมาก และควรปลดระวางได้แล้วมาให้บริการ

ตัวอย่าง เช่น กรณีของภูเก็ตแอร์ ที่มีปัญหาความไม่ปลอดภัยของเครื่องบินเก่าที่ใช้ จนต้องถูกถอนเส้นทางบินไป ซึ่งคงต้องเพิ่มภาระให้แก่กรมการขนส่งทางอากาศ ในการเข้มงวดเรื่องการตรวจสอบเครื่องบินที่มีอายุมากเหล่านี้ให้ได้มาตรฐาน ทางด้านความปลอดภัยที่เพียงพอ เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุทางอากาศ

ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่หลายฝ่ายไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไปคือ ขั้นตอนที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่การเซ็น MOU ระหว่างทั้งสองฝ่ายเท่านั้น ยังต้องอาศัยการศึกษาในรายละเอียดเพิ่มเติมอีกมาก สรุปแล้วหากไม่มีเหตุผลแอบแฝงอื่น ๆ นอกเหนือไปจากเหตุผลทางธุรกิจแล้ว ทำไปเถอะครับ และหลาย ๆ ฝ่ายก็ใช้โอกาสนี้ในการตรวจสอบความโปร่งใสคู่ขนานไปด้วย

ส่วนการที่ จะเลือกลงทุนกับไทเกอร์ แอร์เวย์l หรือสายการบิน low cost รายอื่น เป็นหน้าที่ของการบินไทยที่จะประเมินถึงผลได้-ผลเสียที่จะเกิดขึ้นให้ดี ผมชอบ คำพูดที่ว่า Think Big, Start Small, Act Now ซึ่งการบินไทยกำลังพยายามทำ 2 อย่างหลังอยู่

อย่าลืมว่าดีลไทย-ไท เกอร์ เป็นแค่จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในการเพิ่มรายได้ให้แก่องค์กรทางหนึ่งเท่านั้น ซึ่งในทางธุรกิจก็มาถูกทางแล้ว และดีกว่าจะไปเปิดร้านอาหารหรือขายพายขนมปัง สิ่งที่เรายังไม่เห็นคือผู้บริหารได้คิดการใหญ่อะไรบ้าง ในการที่จะนำพาองค์กรข้ามพ้นวิกฤต และกลับมาเป็น สายการบินอันดับต้น ๆ ของโลกอย่างในอดีต ซึ่งนั่นน่าจะเป็นทางรอดที่สำคัญที่สุด

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: