แผน 3 ก้าว ‘โลหะกิจ เม็ททอล’ ถึงเวลากลับมาเติบโตอีกครั้ง

//

ประสาน อัครพงศ์พิศักดิ์  ประธานกรรมการบริหาร บมจ.โลหะกิจ เม็ททอล
ประสาน อัครพงศ์พิศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.โลหะกิจ เม็ททอล

แผน 3 ก้าว’โลหะกิจ เม็ททอล’ดิ้นจากธุรกิจมาร์จินต่ำ มุ่งต่อยอดธุรกิจใหม่มาร์จินสูง ตระกูลอัครพงศ์พิศักดิ์ เตรียมเปิดเกมรุกหลังหยุดลงทุนนาน2ปี

<!—-> // บมจ.โลหะกิจ เม็ททอล ของตระกูล “อัครพงศ์พิศักดิ์” มีธุรกิจหลักแปรรูปสเตนเลสม้วนครบวงจร ผลิตภัณฑ์ของบริษัทนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาหาร ปิโตรเคมี และก่อสร้าง กำลังเดินตามแผนกลยุทธ์ 3 ปี เรียนรู้ประสบการณ์การปรับตัวของ บมจ.เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ มีเป้าหมายเทคโอเวอร์บริษัทยานยนต์ หรือ บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไรที่บางเฉียบจากธุรกิจเดิม

ประสาน อัครพงศ์พิศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.โลหะกิจ เม็ททอล เล่า แผนธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2553-2555) ให้ กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ฟังว่า อยากจะทำให้โลหะกิจเป็นเหมือน บมจ.เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ ที่นำธุรกิจหลักผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์สำหรับเครื่องปรับอากาศมาต่อยอดทำอย่าง อื่น

“ผมชอบแนวคิดการทำธุรกิจของ สมชัย ไทยสงวนวรกุล เจ้าของ เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ เขาปรับตัวทำให้ธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จ ผมไม่รู้จักสมชัยแต่ชอบวิธีการทำงานของเขา”

ก้าวแรกของโลหะกิจ เม็ททอลที่เล็งจะทำตามรอยเอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ คือ ภายในปี 2553 เตรียมที่จะเข้าซื้อกิจการบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยจะเข้าไปถือหุ้นมากกว่า 50% มีการมองไว้ในเบื้องต้นแล้วแต่รายละเอียดยังเปิดเผยไม่ได้ ปัจจุบันกำลังมองหาที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) จะให้เขาจัดการให้หมดทุกอย่าง

ก้าวที่สองของโลหะกิจ เม็ททอล เรา มีแนวคิดจะทำโรงรีดสเตนเลสเป็นของตัวเอง ต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท ทุกวันนี้มีแค่โรงเดียวในประเทศไทยคือ ไทยน๊อคซ์ สเตนเลส (ของประยุทธ มหากิจศิริ) วันนี้ธุรกิจของเขาก็ยังลูกผีลูกคนไม่รู้จะไปทางไหน ปัจจุบันเราซื้อสินค้าจากไทยน๊อคซ์ 50% และซื้อจากญี่ปุ่น 50% แต่แผนนี้ยังเป็นแค่ “ไอเดีย” เท่านั้น ถ้าทำจริงคงไปตั้งโรงงานในประเทศเพื่อนบ้านมากกว่า

ก้าวที่สามของโลหะกิจ เม็ททอล ประสาน บอกว่า “ผมจะโกอินเตอร์” เป้าหมายคือประเทศอินเดีย และประเทศจีนเป็นหลัก โดยจะนำธุรกิจท่อสเตนเลสสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์เข้าไปจำหน่าย วิธีการคิดว่าจะให้ลูกค้าของเราที่รู้จักตลาดแถบนั้นเป็นอย่างดีคอยแนะนำคู่ ค้าหรือพันธมิตรให้

“เป้าหมายของผมอยากเห็นการส่งออกเพิ่มขึ้นจาก 3-4% เป็น 10% ภายใน 3 ปีข้างหน้า ตอนนี้กำลังให้คู่ค้าช่วยหาตลาดในประเทศจีนให้ คาดว่าอีก 6 เดือนข้างหน้าอาจรู้ผลสรุป”

ประสาน เล่าว่า ก่อนหน้านี้โลหะกิจ เม็ททอล เข้าไป ชิมลางตลาดอินเดียแล้ว โดยส่งออกสินค้าไปขาย 3-4 ตู้คอนเทนเนอร์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาทต่อเดือน เพราะฉะนั้นภายในปี 2555 จึงมีแผนจะส่งสินค้าเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 50% เป็น 6-7 ตู้คอนเทนเนอร์ มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาทต่อเดือน

สำหรับเม็ดเงินที่ต้องใช้ในการลงทุนทั้งการซื้อกิจการ หรือขยายธุรกิจ ประสาน เปิดทางชัดว่า คงจะต้อง “เพิ่มทุน” ซึ่งก็มีหลายแนวทาง สุดท้ายจะเป็นวิธีการใดคงขึ้นอยู่กับที่ปรึกษาทางการเงิน

“ที่จริงเราหยุดลงทุนมา 2 ปีแล้ว แต่ตอนนี้เศรษฐกิจกำลังดีขึ้นถึงเวลาแล้วที่จะต้องกลับมาขยายธุรกิจ ปัจจุบันเรามีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 0.8 เท่า นโยบายไม่เกิน 2 เท่า…ผมอยากให้นักลงทุนรับรู้อย่างหนึ่งว่าสิ่งที่ผมจะทำต่อไปนี้จะช่วย ให้กำไรขั้นต้นดีขึ้นจาก 10% เป็น 15-20% ส่วนรายได้จะขยายตัวเฉลี่ยปีละ 20-30% ซึ่งภายใน 5 ปีข้างหน้า ผมตั้งเป้ารายได้ขึ้นมาแตะ 5,000 ล้านบาท (จากปี 2553 มีรายได้ 2,001 ล้านบาท)”

ในฐานะเจ้าของหุ้น LHK ประสาน มองว่า ราคาหุ้นของตัวเองยังซื้อขายต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานค่อนข้างมาก เหตุผลสำคัญนักลงทุนคงคิดว่าเราอยู่ในธุรกิจเหล็ก ธุรกิจนี้ผันผวนสูง ต้นทุนสูง กำไรต่ำ และการแข่งขันรุนแรง แต่ความเป็นจริงไม่ใช่ทั้งหมด

“เราอยู่ในธุรกิจสเตนเลสที่มีความต้องการใช้สูงขึ้นทุกปี และราคาสินค้าก็มีแนวโน้มสูงขึ้นตลอด ปัจจุบันอยู่ราวๆ 3,200 ดอลลาร์ต่อตัน (เคยพีคสุด 4,200 ดอลลาร์ต่อตัน) และเรามีนโยบายเก็บสต็อกสินค้าไว้ 3-4 เดือน ก็ทำให้บริษัทได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าที่ปรับขึ้นด้วย”

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการงวดปี 2554 (1 เม.ย.2553-31 มี.ค.2554) เขาบอกว่า หากไม่มีเหตุการณ์อะไรออกมาเซอร์ไพรส์อีกกำไรสุทธิคงมากกว่า 100 ล้านบาท และรายได้น่าจะเติบโตประมาณ 10-15%  โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้จะมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ 32% เครื่องใช้ไฟฟ้า 30% ก่อสร้าง 12% และซื้อมาขายไป 13% โดยมาร์จินในส่วนของสเตนเลสยานยนต์จะสูง 10-15% ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าจะอยู่ที่ 10%

ประสาน กล่าวทิ้งท้ายว่า หลักคิดในการทำงานของตนเองจะยึดหลัก  “รู้จริง-ทำจริง-จริงใจ” การที่ตระกูลอัครพงศ์พิศักดิ์นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพราะต้องการความเติบโต เราไม่ย่ำอยู่กับที่แน่นอน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: