นวัตกรรม พลิกธุรกิจ

//

รศ.ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค

Innovation Excellence in the Downturn Economy

<!—-> //

ธุรกิจจะดี หรือไม่ อยู่ที่ใครจะมองหาโอกาส และจับจังหวะได้ก่อน เพราะแต่ละช่วงเวลาไม่ว่าจะ “ดี” หรือ “ย่ำแย่” ย่อมมีโอกาสและความสำเร็จให้ได้ไคว่คว้ากัน

“ในวิกฤติย่อมมีโอกาส” แนวคิดที่ไม่ว่าใครก็อยากเป็น และ ทำให้ได้ โดยเฉพาะช่วงจังหวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ปรับตัวสู่ทิศทางขาขึ้นในอนาคต

“ในปี 2553 แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและประเทศไทย เริ่มผงกหัวขึ้น แม้ในบ้านเราจะประสบกับปัญหาด้านการเมือง แต่โดยรวมก็มองเห็นแล้วว่าเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวในทิศทางที่สดใส” รศ.ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค รองคณบดี ฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว

ท่ามกลางเศรษฐกิจขาขึ้น รศ.ดร.ธีรยุส มองว่า ประเด็นสำคัญของธุรกิจไทยในวันนี้อยู่ที่บริษัทหรือองค์กรใดจะมองเห็นโอกาส และฉกฉวยโอกาสนั้นไว้ ซึ่งการลงทุนด้านนวัตกรรม (Innovation) จะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเพื่อเสริมเขี้ยวเล็บให้กับองค์กร และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถและรับมือการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

การลงทุนด้านนวัตกรรมแต่ละ ภาคธุรกิจจะทำได้นั้น มีตั้งแต่ การลงทุนด้าน Product Innovation, Process Innovation และ Organization Innovation ซึ่งการพัฒนาด้านนวัตกรรมในทั้ง 3 ส่วนดังกล่าวจะมีส่วนผลักดันให้ธุรกิจมีความแตกต่าง และแข่งขันได้ในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

“การลงทุนด้านนวัตกรรม ไม่เพียงแค่อัดฉีดเม็ดเงินเท่านั้น ยังมีทางเลือกอื่นที่ใช้งบน้อยกว่า เช่น การระดมไอเดียองค์กรสร้างสรรค์ หรือการเปิดให้มีการแข่งขันเสรี”

รศ.ดร. ธีรยุส ยกตัวอย่าง กลุ่มธุรกิจธนาคาร ที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมการบริการอย่างเด่นชัด  อาทิ การให้บริการผ่านอินเตอร์เน็ต หรือออกแบบบริการทางเงินที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ลูกค้า

ทั้งนี้ การพัฒนาองค์กรด้านนวัตกรรมใน ภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวจะทำได้ง่ายกว่ายุคเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากมีแรงสนับสนุนรอบด้าน ทั้งสภาพคล่องธุรกิจที่ดีขึ้น ตลาดมีการขยายตัว อำนาจการซื้อผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น และการจัดหาเงินทุนก็ง่ายขึ้น

“หากไม่มีลงทุนตอนนี้ ในอนาคตหากเศรษฐกิจดีขึ้น เราจะตามคู่แข่งไม่ทัน ทั้งในแง่ของขุมกำลังเรื่องคน สินค้าและบริการ และแบรนดิ้ง”

จากการจุดประกายแนวคิดให้ธุรกิจสู่ ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรม ถือเป็นอีกหนึ่งวิสัยทัศน์ของคณะฯ ที่ต้องการเป็นต้องการเป็นเสาหลักของประเทศในการศึกษาธุรกิจ (Pillar of The Kingdom in Business Education) ในอันสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ เสริมเขี้ยวเล็บให้กับองค์กร นำไปใช้พัฒนาบริษัท

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้ร่วมกับ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ พัฒนาโครงการสุดยอดบริษัทนวัตกรรมหรือ Thailand’s Most Innovative Companies ขึ้น ซึ่งในปีนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ภายใต้ธีม Innovation Excellence in the Downturn Economy หรือความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมในภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว

โดยได้ทำการคัดเลือกจาก 478 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีค่า ROS (Return on Sale) สูงที่สุด จนได้ 10 บริษัทสุดท้าย ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 บริษัทด้าน Serviceประกอบด้วย ธนาคารกสิกรไทย ทรู คอร์ปอเรชั่น โรงพยายาลบำรุงราษฏร์ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และ เมืองไทยประกันภัย

และอีก 5 บริษัทด้าน Non-Serviceประกอบด้วย เอสซีจี  ซีพีออล์ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ โออิชิ และ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์

รศ.ดร.ธีรยุส  ได้ยกตัวอย่างความโดดเด่นด้านนวัตกรรมของ แต่ละบริษัท เช่น  SCG โดดเด่นด้าน Eco Value หรือ Green Innovation ซึ่งเป็นวิชั่นของบริษัทเองที่เน้นด้านสิ่งแวดล้อมมาตลอด ทำให้ในปี 2553 ลูกค้าและผู้บริโภคต่างตระหนักในภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท

บมจ.โออิชิ กรุ๊ป ซึ่งแม้คุณตัน ภาสกรนที จะเพิ่งประกาศลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการไป แต่ผลงานที่ผ่านมาก็เข้ารอบ 10 บริษัท สุดยอดนวัตกรรม ที่โดดเด่นด้านแบรนดิ้ง และการทำโปรโมชั่นการขาย การใช้ออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง การสร้างแบรนด์เป็น Entertainment Branding

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ เด่นด้านนวัตกรรมการออกแบบบ้าน I*Modern ที่เข้าช่วยเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทในด้าน Product Innovation

เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ โดดเด่นด้าน Process Innovation การใช้พลังงานทดแทน Solar Inverter

ธนาคารกสิกรไทย โดดเด่นในฐานะธนาครที่เจาะภาคธุรกิจเอสเอ็มอี มีการปรับโปรดักส์สนองความต้องการลูกค้า และทรู คอร์ปอเรชั่น ที่ยังคงโดดเด่นด้าน Convergence และเสริมด้วย 3D ที่เข้ามาเสริมความแข่งแกร่งให้ธุรกิจ เช่น Concert Digital 3D

10 บริษัทเหล่านี้ได้ผ่านรอบสุดท้าย เพื่อเฟ้นหาสุดยอดบริษัทนวัตกรรมยอดเยี่ยม จำนวน 3 รางวัล ประกอบด้วยรางวัลบริษัทนวัตกรรมยอดเยี่ยม ด้าน Service ด้าน Non-service และ รางวัล Popular Vote จากคะแนนโหวตเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (www.bangkokbiznews.com)

การพัฒนา “นวัตกรรม” จะเกิดขึ้นได้คงไม่ใช่แค่เพียงทำแผนธุรกิจ แต่ต้อง “คิด” และ “ลงมือทำ” ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความสำเร็จให้กับธุรกิจไม่ว่าเศรษฐกิจในภาพรวมจะ อยู่ในสถานการณ์ใด

ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: