On competition site, consumers rewarded for watching ads

It’s no easy feat getting consumers to pay attention to one’s ads, but now new site Loffles is using prizes to ensure that they do.

alttext

It’s no easy feat getting consumers to pay attention to ads, but a new site uses prizes to ensure that they do. Based in Rhode Island, Loffles enters users into a prize draw for a gift they have selected, in exchange for watching and ad and answering a few short questions to prove they have done so.

Visitors to Loffles — a contraction of “lottery” and “raffles” — begin by answering a few basic questions about themselves in a short registration form and then browsing through a continuously updated catalog of prizes from participating brands. Whenever they see one they’d like to win, they simply click on a button to watch a promotional video from a partner advertiser. After answering a short quiz about what they just saw, they’re then automatically entered to win the prize. Each successful entry, meanwhile, also earns them “loffles” points, which can either be redeemed for prizes at the site’s store or used as additional entry tickets toward the prizes they’re hoping for.

The company’s website explains: “With Loffles, you don’t have to spam your friends, opt into newsletters, or sign up for subscriptions. You don’t have to scour the web searching for legitimate promotions or sign up for memberships to multiple sites. We’ve removed all these barriers to entry so that we can provide you with easy access to contests and provide companies with an engaged, relevant audience. While brands use sweepstakes to build excitement for their products, you earn the chance to win.” The video below explains the premise in more detail:

A full 80 percent of Internet users enter sweepstakes at least once a year, Loffles says. What’s more, 96 percent of consumers who have participated in a brand-sponsored contest or sweepstakes are subsequently more aware of the brand and more likely to consider it when making a purchase, the company notes, citing a Razorfish study. One to try out for your own brand — or to emulate in your neck of the woods?

Website: www.loffles.com
Contact: support@loffles.com

ทาทา เคาะราคา”นาโน” ไม่ถึง 3 แสน เบรกตั้งโรงงานเก๋งเล็กในไทยเล็งเวียดนาม-อินโดแทน

"ทาทา"เคาะราคา"นาโน"ไม่ถึง 3 แสน เบรกตั้งรง.เก๋งเล็กในไทยเล็งเวียดนาม-อินโดแทน

“ทาทา” แย้มเตรียมส่ง “เก๋งเล็ก” ทำตลาด ระบุชัดเป็นโมเดลเดียวกับ “นาโน” แต่ปรับเพิ่มออปชั่นสำหรับตลาดเมืองไทย เคาะราคาต่ำกว่า 3 แสน ชูความเป็นซิตี้คาร์แท้จริง ย้ำอยู่คนละตลาดกับ “อีโคคาร์” แบไต๋ไม่ใช้ไทยเป็นฐานผลิต กำลังมองระหว่างเวียดนามกับอินโดนีเซีย เหตุจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนบ้านเราไม่ดึงดูดพอ

แหล่งข่าวระดับบริหารจากบริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์สัญชาติอินเดีย ยี่ห้อทาทา เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการผลิตและจำหน่ายรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (ซิตี้คาร์) ว่า ขณะนี้มีความชัดเจนแล้ว โดยจะส่งซิตี้คาร์ออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการปลายปีนี้ คาดว่าลูกค้าจะได้จับจองในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปอย่างแน่นอน

แต่สำหรับชื่อรุ่นนั้น บริษัทอาจจะไม่ใช้ชื่อ ทาทา นาโน เพราะต้องการให้เหมาะสมกับตลาดในเมืองไทย พร้อมกันนี้ ในส่วนของรูปร่างหน้าตาของซิตี้คาร์ตัวนี้ก็จะเป็นโมเดลเดียวกับทาทา นาโน ที่มีจำหน่ายในประเทศอินเดีย ทั้งนี้จะมีการปรับเปลี่ยนภายใน หรือออปชั่นต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าคนไทย

“ต้องยอมรับว่า หากเราใช้ทาทา นาโน ตัวพื้นฐานที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้มาทำตลาดเมืองไทย คงไม่ถูกใจลูกค้าบ้านเราแน่ เพราะลูกค้าคนไทยต้องการอะไรที่มากกว่า ดังนั้นเราจึงใช้วิธีเพิ่มออปชั่นต่าง ๆ ให้ได้คุณภาพและประโยชน์ใช้สอย ครบถ้วน แต่รูปร่างหน้าตาก็คือทาทา นาโน นั่นเอง” แหล่งข่าวกล่าว

ส่วนความชัดเจนว่าจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานการประกอบซิตี้คาร์รุ่นนี้หรือไม่ นั้น ขณะนี้บริษัทได้ตัดสินใจเลือกใช้ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้แทน แต่อยู่ระหว่างตัดสินใจอีกครั้งว่าจะเลือกอินโดนีเซียหรือเวียดนาม แล้วใช้วิธีนำเข้ามาขายในบ้านเรา ผ่านสิทธิประโยชน์ของอาฟต้า

สำหรับราคาขายซิตี้คาร์คันนี้ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะต่ำกว่า 300,000 บาทอย่างแน่นอน เรากำหนดตำแหน่งสินค้าให้เป็นซิตี้คาร์ ไม่ใช่คู่แข่งของอีโคคาร์ เนื่องจากอยู่คนละตลาด กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจึงไม่ใช่กลุ่มผู้ใช้อีโคคาร์

“เดิมบริษัทตั้งใจจะใช้ไทยเป็นฐานผลิตเก๋งเล็ก หรือซิตี้คาร์ แต่เนื่องจากความไม่ชัดเจนทางด้านภาษี และมองว่าผลิตในบ้านเราก็ไม่ได้เปรียบ โดยเฉพาะส่วนต่างกับอีโคคาร์ ซึ่งเก๋งเล็ก เก็บ 35% ในขณะที่อีโคคาร์ เก็บ 17% และรถยนต์ที่ใช้น้ำมันอี 85 เก็บ 23% หรือไฮบริด เสียภาษีเพียง 10% ซึ่งหากทาทาตัดสินใจลงทุน มูลค่า 5,000 ล้านบาท ตามที่ บีโอไอกำหนด แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนทางด้านภาษีที่ดีกว่า ก็ควรย้ายโครงการผลิตซิตี้คาร์ไปที่อื่น”

ด้านนายอภิเชต สีตกะลิน รองประธานฝ่ายขาย การตลาดและบริการลูกค้า กล่าวถึงยอดการจำหน่ายรถยนต์ทาทาในช่วงที่ผ่านมาว่า มียอดขายเฉลี่ยเดือนละประมาณ 500 คัน และทั้งปี (เม.ย. 54 – มี.ค. 55) คาดว่าจะมียอดขายทั้งสิ้น 10,000 คัน แบ่งเป็นยอดขายสำหรับทาทา ซีนอน 80% และรุ่นอื่น ๆ อีก 20%

ในช่วงปลายปีนี้ บริษัทจะขึ้นไลน์ประกอบรถยนต์ทาทา ซูเปอร์เอช ที่โรงงานของธนบุรีประกอบยนต์ หลังจากก่อนหน้านี้ได้นำเข้าจากประเทศอินเดียโดยตรง และในงานมหกรรมยานยนต์นี้ บริษัทยังได้เตรียมเปิดตัวรถยนต์ทาทา เดวู ซึ่งเป็นรถหัวลาก หลังจากก่อนหน้านี้ได้นำเข้ามาทดลองทำตลาดในประเทศไทยแล้วระยะหนึ่ง

นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ทาทา ซีนอน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บริษัทได้มอบแพ็กเกจ “ซีเอ็นจี โกลด์ วารันตี” ให้ทันที โดยเพิ่มระยะเวลารับประกันเครื่องยนต์และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับซีเอ็นจี จาก 100,000 กิโลเมตร เพิ่มเป็น 150,000 กิโลเมตรทันที เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำของรถยนต์ระบบเชื้อเพลิงซีเอ็นจี 100%

 

 

source : wiseknow

สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการจากเว็บไซต์ของกิจการ

เว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงจะถูกวัด จากความพึงพอใจของผู้บริโภคเป็นสำคัญ การออกแบบเว็บไซต์โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคจึงเป็นแนวทางการสร้าง เว็บไซต์ที่ถูกต้องมากที่สุด

มีผู้ประกอบการมากมายที่ถามว่าการสร้าง เว็บไซต์ธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องทำอย่างไร ซึ่งถ้าหากผู้ประกอบการอยากได้คำตอบที่ดีที่สุดแล้วล่ะก็ ก็ต้องย้อนถามตัวผู้ประกอบการเองว่า

“แล้วเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นนั้นทำให้ใครดู?”

เชื่อว่าคำตอบของผู้ประกอบการทั้งผู้ที่มีเว็บไซต์แล้วและผู้ที่กำลังจะ มีเว็บไซต์ก็คงจะไม่ได้ต่างกัน ซึ่งคำตอบนั้นก็คือ “ผู้บริโภค” นั่นเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้หัวใจสำคัญการสร้างเว็บไซต์ธุรกิจให้ประสบความ สำเร็จจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวผู้สร้างแต่กลับแปรผันตามความต้องการของผู้บริโภค เสียมากกว่า โดย Mr. Monte Enbysk บรรณาธิการอาวุโสของ Microsoft Office Live ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการทำเว็บไซต์สำหรับโลกธุรกิจได้บอกเล่าผ่านประสบการณ์ การทำงานมาหลายสิบปีถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคที่คาดหวังจะได้ จากเว็บไซต์ โดยความต้องการหลักๆ นั้นมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

1. ข้อมูลกิจการ

ข้อมูลกิจการ

ก่อนอื่นผู้ประกอบการต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่าตัวตนที่แท้จริงของ ธุรกิจของผู้ประกอบการคืออะไร และนำจุดนั้นมาเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับธุรกิจของตน ทั้งในส่วนของการนำเสนอข้อมูลและงานบริการในรูปแบบต่างๆ นอกจากนี้ในส่วนของข้อมูลประวัติส่วนตัวของทั้งบริษัทและผู้บริหารรวมถึงจุด เด่นของธุรกิจก็เป็นสิ่งสำคัญที่ภายในเว็บไซต์จะต้องมีระบุไว้ เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและตอบคำถามในใจของผู้บริโภคว่าทำไมเขาถึง ต้องทำธุรกิจกับบริษัทของผู้ประกอบการ

2. รายละเอียดปลีกย่อย

รายละเอียด

ธุรกิจส่วนใหญ่มีเว็บไซต์เป็นของตนเองแต่กลับใช้พื้นที่หน้าเว็บเป็น เพียงแค่ช่องทางในการสื่อสารเท่านั้น ทั้งที่จริงๆแล้วตัวเว็บไซต์เองก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถสร้าง ประโยชน์ด้านอื่นๆให้กับบริษัทไม่แพ้วิธีอื่นๆเลย ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องนำเสนอทั้งในส่วนรายละเอียดของสินค้าและงาน บริการที่ธุรกิจของผู้ประกอบการมีมาเสนอไว้ที่หัวข้อหน้าเว็บแล้วสร้าง ลิ้งค์เชื่อมโยงเป็นการเฉพาะเข้าไปสู่รายละเอียดภายในอีกทีหนึ่ง จึงจะเป็นการตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้ดีและตรงจุดที่สุดหากพวกเขา ต้องการทราบรายละเอียดข้อมูลที่มากขึ้น

3. ข้อมูลการติดต่อ

ข้อมูลการติดต่อ

หลายๆบริษัทมีเว็บไซต์ที่น่าสนใจ แต่กลับมองข้ามที่จะใส่รายละเอียดในส่วนของข้อมูลการติดต่อกลับ ไม่ว่าจะเป็นชื่อบริษัทที่จดทะเบียน เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์แอดเดรส ที่ตั้งสำนักงาน รวมไปถึงแผนที่แสดงที่ตั้งของบริษัท ซึ่งถ้าหากเว็บไซต์ขาดข้อมูลเหล่านี้ก็แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะมี เว็บไซต์ขึ้นมาเป็นตัวช่วยในการทำธุรกิจ นอกจากนี้การแจ้งรายละเอียดในส่วนต่างๆอย่างชัดเจนยังเป็นการช่วยสร้างความ น่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นกับธุรกิจของผู้ประกอบการอีกด้วย

4. แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่ีอถือ

แหล่งอ้างอิง

ผู้บริโภคเป็นจำนวนมากเลือกทำธุรกิจผ่านทางช่องทางออนไลน์โดยดูจากความ เชื่อมั่นเป็นหลัก ซึ่งการอ้างอิงถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงที่ร่วมทำธุรกิจกับผู้ประกอบการจะเป็น สิ่งที่ช่วยเติมเต็มในส่วนดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเทคนิคเล็กๆในส่วนนี้ผู้ประกอบการจะต้องไม่หลงลืมไปเป็นอันขาด เพราะมันจะมีส่วนสำคัญซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและยอดขายในอนาคตของ บริษัทด้วย

5. ระบบ Secure Socket Layer (SSL)

ssl

Secure Socket Layer หรือ SSL เป็นระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการเข้ารหัสที่มีมาตรฐานสูงมาก จึงเป็นตัวช่วยพิทักษ์ข้อมูลความเป็นส่วนตัวระหว่างผู้บริโภคกับทางเว็บไซต์ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้อมูลส่วนตัวผู้บริโภค ข้อมูลบัตรเครดิต ข้อมูลการโอนเงิน ฯลฯ ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับการทำธุรกิจในลักษณะของอีคอมเมิร์ซนี้ถือ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้บริโภคต่างเรียกร้องและต้องการจากเว็บไซต์ธุรกิจของ ผู้ประกอบการมากที่สุด

6. การใช้งานที่ง่าย

ใช้งานง่าย

ถึงแม้เว็บไซต์ทางธุรกิจจะสร้างขึ้นบนรากฐานของเทคโนโลยี แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่ใช้เว็บไซต์ทำธุรกิจกลับอยากได้ความเรียบง่ายและไม่ ซับซ้อนจนเกินไปนักสำหรับการใช้งานเว็บไซต์ ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องนำเอาจุดดังกล่าวไปใช้ในการออกแบบหน้าเว็บให้สามารถ เข้าใจง่ายทั้งในส่วนของการเลือกแบบและขนาดของตัวอักษร โทนสี ภาพประกอบ และรายละเอียดต่างๆภายในเว็บไซต์ ซึ่งสิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผู้บริโภคต่างคาดหวังและอยากจะได้จาก เว็บไซต์ทางธุรกิจของผู้ประกอบการ

7. ระบบช่วยเหลือต่างๆ

ระบบช่วยเหลือ

ยังมีผู้บริโภคอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้เป็นคอไอทีอย่างแท้จริงทำให้การ อัพเดทข่าวสารและวิธีการใช้งานเว็บไซต์ที่มีคุณสมบัติสูงๆมักจะเป็นปัญหา อยู่เสมอ การสร้างระบบช่วยเหลือและนำทางรวมไปถึงสอนวิธีการใช้งานจะเป็นตัวช่วยเพิ่ม คุณค่าให้กับเว็บไซต์ของผู้ประกอบการให้มีความเหนือกว่าเว็บไซต์อื่นๆของคู่ แข่งได้เป็นอย่างดี เช่น การสมัครสมาชิก การสั่งซื้อสินค้า การโหลดข้อมูล เป็นต้น ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ผู้ประกอบการอาจจะไปแนะนำวิธีการใช้ในส่วนของหน้าบอร์ด สอบถามปัญหาวิธีการใช้ก็ได้

8. พื้นที่แสดงความคิดเห็น

พื้นที่แสดงความเห็น

หลายเว็บไซต์ไม่ชอบที่จะให้มีในส่วนนี้เพราะคิดว่ามันไม่จำเป็นและอาจจะ ส่งผลเสียให้กับธุรกิจได้หากผู้บริโภคแสดงความคิดเห็นที่เป็นด้านมืดหรือจุด บกพร่องของสินค้าและบริการของบริษัทออกมา ซึ่งหากผู้ประกอบการมีใจที่เปิดกว้างพอจะทราบว่าจุดนี้เป็นวิธีการตรวจวัด กระแสตอบรับที่ดีที่สุดและผู้ประกอบการยังสามารถนำข้อมูลที่ได้รับมาไปใช้ใน การพัฒนาธุรกิจต่อได้อีกด้วย ดังนั้นผู้ประกอบการควรที่จะเปิดพื้นที่ส่วนหนึ่งภายในเว็บไซต์ให้ผู้บริโภค แสดงความคิดเห็นกัน

9. มี Navigation ที่ชัดเจน

navigator

ภายในเว็บไซต์ควรมีจุดที่ผู้บริโภคสามารถคลิกเพียงแค่ครั้งเดียวเพื่อตอบ สนองกับสิ่งที่เว็บไซต์นำเสนอออกมาได้ไม่ว่าจะเป็น “สั่งซื้อเดี๋ยวนี้” “คลิกเพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติม” “สมัครสมาชิกเดี๋ยวนี้” เป็นต้น ซึ่งเว็บไซต์ส่วนใหญ่จะมีแต่ประเด็นปัญหาก็คือมันยังไม่โดดเด่นและสะดุดตา ผู้บริโภคมากเพียงพอ ดังนั้นผู้ประกอบการห้ามหลงลืมในส่วนนี้ไปเป็นอันขาด

10. สิทธิพิเศษ

promotion

ผู้ประกอบการหลายคนมักจะคิดว่าการทำธุรกิจขายสินค้าและบริการบนหน้า เว็บไซต์ไม่สามารถยื่นข้อเสนอขายแบบสิทธิพิเศษได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วสามารถทำได้ และยังเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้บริโภคได้ดีมากอีกด้วย ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องตอบสนองในส่วนตรงนี้ให้ได้ไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธี การสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์เพื่อรับส่วนลด 5% หรือส่งอีเมล์ตอบกลับเพื่อรับส่วนลดคูปองสินค้า เป็นต้น

สิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องกระทำหลังจากที่รับทราบความต้องการสูงสุดของ ผู้บริโภคแล้วนั่นก็คือการตอบสนองตามข้อเรียกร้องต่างๆให้ได้ เพราะจะไม่มีประโยชน์อันใดเลยที่จะนำเสนอสิ่งแปลกใหม่ตามความต้องการของ ตนเองตราบใดที่ผู้บริโภคคือผู้ตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย เพราะที่สุดแล้วการออกแบบเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จนั้นคณะกรรมการผู้ ชี้ขาดบนเวทีก็ยังคงเป็น “ผู้บริโภค” อยู่วันยังค่ำในที่สุด

source: incquity

e-coupon : อี-คูปอง ผ่าน SMS บนมือถือ เชื่อมค้าปลีกสู่โลกออนไลน์

ในยุคที่โลกพัฒนาด้วยระบบดิจิตอลแบบ ทุกวันนี้ หากกิจการใดไม่มีช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มาเสริมด้วย ก็อาจจะทำให้ความได้เปรียบด้านการแข่งขันลดลง
แม้แต่การส่งเสริมการจำหน่ายเพื่อกระตุ้นยอดขายด้วยการออกคูปองส่วนลด ในทุกวันนี้ก็เริ่มมีความนิยมและการพูดถึงคำว่า อี-คูปองกันมากขึ้นตามลำดับแล้ว

แนวโน้มของการพัฒนาอี-คอมเมิร์ซ เริ่มมีความชัดเจนขึ้นตามลำดับโดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ร้านค้าปลีกออนไลน์จึงเริ่มคึกคักขึ้น พร้อมกับการโฆษณาบนร้านออนไลน์ในรูปแบบที่เรียก
ว่า clickthrough banner ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น และอินเทอร์เน็ตกลายเป็นช่องทางสื่อกลางสำหรับการออก อี-คูปอง

วิธีการแบบเดิมคือ การพรินต์คูปองออกมาจากอินเทอร์เน็ต และนำไปใช้เป็นส่วนลดเหมือนกับคูปองทั่วๆ ไป และพัฒนามาเป็นอี-คูปอง ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมการจำหน่ายบนอินเทอร์เน็ตทางหนึ่ง
ปัจจุบัน ผู้ซื้อไม่ต้องทำการพิมพ์ อี-คูปอง เพราะปัจจุบันมีการใช้อี-คูปองผ่าน SMS บนมือถือแทนแล้ว ซึ่งถือเป็นการนำไปใช้ผ่านกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยกัน เพื่อจุดประสงค์หลักคือ

ประการแรก ทำให้เกิดความยืดหยุ่นในการใช้คูปองได้เมื่อใดก็ได้ ไม่ต้องห่วงว่าจะลืมพิมพ์ออกมาก่อน
ประการที่สอง สามารถนำระบบงานมาช่วยทำให้สามารถจัดเก็บบันทึกข้อมูลได้ว่าลูกค้าแต่ละรายมีพฤติกรรมการนำอี-คูปองไปใช้อย่างไร เมื่อใด

การแจกอี-คูปองในทุกวันนี้ อาจจะเป็นการให้เมื่อลูกค้าเริ่มเข้ามาใช้บริการผ่านร้านค้าปลีกออนไลน์ หรือตอนที่ลูกค้าเริ่มเข้าไปขอดูรูปภาพของสินค้านั้น หรือเมื่อตัดสินใจว่าจะซื้อสินค้านั้นหรือรอให้มั่นใจว่าซื้อแน่นอนก่อน ก็ได้
นอกจากนั้น อี-คูปอง ยังอาจจะกำหนดกลุ่มลูกค้าเฉพาะผู้ที่เคยซื้อเป็นประจำและซื้อซ้ำ หรือสนใจจะซื้อครั้งแรก หรือไม่เคยเข้ามาเป็นนักชอปมาก่อนก็ได้ จะเห็นว่าการออกอี-คูปอง อาจจะใช้การตรวจจับพฤติกรรมของลูกค้า ณ เวลาที่เหมาะสมที่สุด หรือมาจากกลยุทธ์หรือความต้องการของร้านค้าปลีกออนไลน์เองก็ได้ การศึกษาในแคนาดาพบว่าลูกค้าผู้หญิงทำงานมีเวลาจำกัดเหมือนกับในหลายประเทศ และผู้หญิงจำนวนเพิ่มขึ้นที่เริ่มหันมานิยมการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลเข้าไป ช่วยในการตัดสินใจซื้อมากขึ้น ทำให้กลยุทธ์ทางการตลาดของร้านค้าปลีกในแคนาดาปรับตัว และหนึ่งในการปรับตัวนั้นก็คือการให้ส่วนลดในรูปแบบของอี-คูปอง แทนคูปองที่เป็นกระดาษแล้ว เพราะช่วยให้ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าบนชอปปิ้งออนไลน์ได้ทั่วทวีป อเมริกาเหนือ
SM_iPhones-300x264
ปัจจุบัน อินเทอร์เน็ต หรือ SMS บนมือถือล้วนแต่มีส่วนในการช่วยเพิ่มช่องทางให้แก่ร้านค้าปลีกติดต่อและ ตอบโต้โดยตรงกับลูกค้าเป้าหมาย ว่ามีสินค้าใหม่ๆ น่าสนใจอะไรอยู่บ้าง ซึ่งชาวแคนาดามีความคุ้นเคยกับการรู้จักสินค้าผ่านการโฆษณาทางทีวีและบิล บอร์ดอยู่แล้ว หรืออาจจะแถมด้วยข้อมูลจากเพื่อนและครอบครัวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อย่าง facebook หรือ twitter เพราะปัจจุบันลูกค้านิยมโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ตนซื้อมาทางออนไลน์ นอกจากนั้น นักชอปนับพันๆ คน ได้สร้างวิดีโอบน YouTube.com เพียงเพื่ออยากโชว์ว่าได้ซื้อสินค้าใหม่มาราคาเท่าใด ซื้อมาจากที่ไหน และใช้งานอย่างไร

นักการตลาดปัจจุบันจึงต้องหาทางเรียนรู้และสำรวจความคาดหวังของลูกค้าว่า ต้องการสินค้าเมื่อใด และต้องการได้ส่วนลดที่เป็นอี-คูปอง อย่างไร สิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ด้านการซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของลูกค้าในอเมริกาเหนือได้แก่ ประการแรก ร้านค้าบางแห่งของร้านค้าปลีกวอล-มาร์ท เปิดให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าทางตลาดออนไลน์ เมื่อสั่งซื้อเรียบร้อยก็สามารถขับรถยนต์ของตนเข้าไปในช่องทาง drive-through เพื่อรับสินค้าที่สั่งซื้อไว้ โดยไม่ต้องเสียเวลาลงจากรถ และเป็นร้านของวอล-มาร์ทที่เป็นทางผ่านกลับบ้าน ประการที่สอง นักโฆษณากำหนดช่องทางผ่านรายการทางโทรทัศน์ ที่มีไว้ให้ลูกค้าเห็นข้อมูลสินค้า หากสนใจก็จะส่งคูปองของร้านค้าตามที่ปรากฏในรายการนั้นๆ ไปให้ถึงมือของลูกค้าแบบสายฟ้าแลบ ในอนาคต นักการตลาดค้าปลีกเชื่อกันว่าคูปองที่ส่งผ่านทาง SMS บนมือถือ จะเป็นช่องทางที่ลูกค้าของร้านค้าปลีกได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับลูกค้าของ ตนมากขึ้น ด้วยการหาทางจัดเก็บเพื่อให้ได้รับข้อมูลว่าลูกค้าเห็นคูปองที่ส่งให้ที่ใด ในแผ่นโฆษณา บนรถไฟฟ้า หรือรถโดยสาร หรือบนหน้า facebook และมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่นำคูปองไปใช้ขึ้นเงินเมื่อซื้อสินค้า และใช้เวลาในการรอจนถึงวันที่ตัดสินใจนานแค่ไหน

ยิ่งกว่านั้น ปัจจุบันร้านค้าปลีกก้าวหน้าไปถึงขั้นที่สามารถสอบถามลูกค้าให้ได้ข้อมูล เพิ่มเติม เช่น ลูกค้ามีแผนจะซื้อสินค้าใดเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยผ่านทางกลไกการค้าแบบดิจิตอล เทคโนโลยี และนำมาใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการตลาดในอนาคตให้สอดคล้องกัน

Source: wiseknow

5 เครื่องมือบริหาร นักธุรกิจสมัยใหม่พลาดไม่ได้

5 เครื่องมือบริหาร นักธุรกิจสมัยใหม่พลาดไม่ได้

*สถานการณ์ผิดปกติเกิดได้ทุกเวลา นี่คือเครื่องมือที่นักบริหารไม่ควรละเลย
*3 เครื่องมือการจัดการสมัยใหม่รับความเสี่ยงจากวิกฤตธรรมดา ไปถึงมหันตภัย
*2 เครื่องมือไฮเทคที่ช่วยผู้บริหารยุคดิจิตอลให้ทำงานง่ายขึ้น
*การสร้างภูมิคุ้มกันล่วงหน้า เพื่อองค์กรไม่ต้องรักษาในภายหน้

การบริหารจัดการธุรกิจมีความจำเป็นต้องอาศัย เครื่องไม้เครื่องมือที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากขึ้น ดังนั้น หากจะประมวลเครื่องมือสมัยใหม่ที่ได้ถูกหยิบฉวยขึ้นมาใช้เป็นเครื่องมือ ใหม่ๆ ในเชิงการบริหารที่บรรดานักบริหารทั้งหลายจะละเลยไม่ได้ อาจแยกออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ

กลุ่มแรก เป็นกลุ่มของเครื่องมือที่จะช่วยนักบริหารในการบริหารความเสี่ยงจาก สถานการณ์ที่ผิดปกติ วิกฤติทางธุรกิจที่ร้ายแรง ไปจนถึงการเกิดมหันตภัยที่กระทบในองค์กรทั้งอุตสาหกรรม ทั้งระบบอย่างกรณีของโรงไฟฟ้าปรมาณูระเบิดในญี่ปุ่น ซึ่งหมายความว่านักการบริหารถูกตั้งสมมติฐานว่าต้องบริหารสถานการณ์ปกติหรือ งานประจำวันได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ในฐานะของมืออาชีพ หากแต่การบริหารวิกฤติแตกต่างกันเพราะอาจจะใช้เครื่องมือหรือทรัพยากรตาม ปกติไม่เพียงพอ

กลุ่มที่สอง เป็นการบริหารที่เน้นการพึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่ สังคมดิจิตอลเพื่อการบริหารจัดการมากขึ้น แทนการยึดติดอยู่เฉพาะรูปแบบเดิม ๆ เพราะพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของลูกค้ามีความทันสมัยและเป็นสังคมที่พึ่งพา และใกล้ชิดกับเทคโนโลยีมากขึ้นตามลำดับ

ในกลุ่มแรกของเครื่องมือการบริหารจัดการสมัยใหม่ แบ่งออกเป็น 3 เครื่องมือหลัก ๆ ด้วยกัน เครื่องมือแรกที่มีความสำคัญและนำมาใช้ในการบริหารจัดการกิจการสมัยใหม่มาก ขึ้น คือ การใช้เครื่องมือที่เรียกว่าฉากทัศน์ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า Scenario Analysis Scenario Analysis เป็นเครื่องมือที่นำไปใช้ในการกำหนดวิสัยทัศน์ ซึ่งก่อนที่จะกำหนดวิสัยทัศน์ที่เป็นเรื่องระยะยาวได้ ผู้ที่จะกำหนดวิสัยทัศน์จะต้องมีความรู้ความเข้าใจและมีความสามารถในการ สร้างฉากสุดท้ายหรือเป้าหมายปลายทางการพิจารณาได้ อย่างเช่นในอีก 15 ปีข้างหน้าโฉมหน้าของกิจการที่บริหารจัดการจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในอีก 15 ปีข้างหน้าด้วยว่าลูกค้าเป็นใคร การดำรงชีวิตของลูกค้าเป็นอย่างไร คู่แข่งขันเราเป็นอย่างไร และที่สำคัญประชาคมโลกและสังคมไทยจะเป็นอย่างไร

หากผู้บริหารไม่สามารถสร้างหรือจิตนาการว่าภาพอนาคตที่เป็นภาพสุดท้ายจะเป็น อย่างไร การทำแผนงานที่เป็นลักษณะของแผนที่นำทางหรือ roadmap ก็ไม่อาจจะทำได้ และที่สำคัญ roadmap ดังกล่าวอาจจะเป็นความคาดหวังที่ผู้มีส่วนได้เสียของกิจการต้องการรับรู้ ตั้งแต่วันนี้ อย่างเช่น กรณีของสังคมธุรกิจของญี่ปุ่นมีการวางฉากทัศน์ในอนาคตอย่างชัดเจนว่าต้องการ ให้เกิดอารยธรรมหุ่นยนต์ที่ทั่วโลกจะใช้สินค้าประเภทหุ่นยนต์ช่วยงานของ กิจการญี่ปุ่น เครื่องมือตัวที่สองคือ แผนบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ (Business Continuity Plan : BCP) เพื่อเป็นแผนเตรียมความพร้อมที่กิจการจะนำขึ้นมาใช้ได้ หากเกิดเหตุการณ์ใดก็ตามที่ทำให้กิจการต้องหยุดชะงักและไม่สามารถดำเนินงาน หรือส่งมอบสินค้าและบริการให้กับลูกค้าได้ตามปกติเป็นเวลานานติดต่อกันเป็น วัน เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือนไม่ใช่เป็นรายชั่วโมง และรอให้มีการซ่อมแซมหรือปรับปรุงเพื่อดำเนินการต่อไปได้

การที่เครื่องมือ BCP ได้รับความสนใจจากนักบริหารสมัยใหม่มากขึ้นก็เพราะว่าภายในสภาวะปัจจุบันมี โอกาสที่จะเกิดภัยธรรมชาติ ภัยจากการกระทำของมนุษย์ที่คุกคามให้การดำเนินธุรกิจหยุดชะงัก โดยไม่อาจคาดหมายเหตุการณ์ที่ร้ายแรงนั้นได้ล่วงหน้า เพราะอาจไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน หรือเพราะว่ามีคำทำนาย ความคาดหมายจากคนที่มีความรู้ว่าอาจจะเกิดสิ่งนั้นสิ่งนี้ขึ้น หรือมีข้อมูลที่เป็นความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้เกิดจริง เช่น การเกิดน้ำท่วมกรุงเทพ การเกิดแผ่นกินไหวจากรอยเลื่อนใหญ่ๆ ในประเทศไทย

การนำเครื่องมือ BCP มาใช้เพื่อให้เกิดกระบวนการเตรียมความพร้อมหรือการระบุกิจกรรมที่ต้องดำเนิน การว่าจะหาทางกอบกู้ธุรกิจหลังการเกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรงนั้น ๆ อย่างไร อะไรเป็นทรัพยากรวิกฤติซึ่งหากสูญเสียไปจะกอบกู้ธุรกิจไม่ได้หากไม่เกิดเหตุ ก็ยังไม่ต้องใช้แผนนี้ เครื่องมือตัวที่สามในกลุ่มแรกคือ ข้อมูลความเสี่ยงที่ต้องได้รับการยกระดับการจัดทำให้เป็นทะเบียนข้อมูลความ เสี่ยงที่ครบถ้วนสมบูรณ์ (Risk Register & Dashboard) เพื่อให้ทุกคนในกิจการไม่ใช่เพียงผู้บริหารเห็นภาพของข้อมูลความเสี่ยงอย่าง เดียวกัน

ข้อมูลความเสี่ยงเหล่านี้จะต้องจัดเก็บและนำไปใช้งานในการบริหารจัดการ องค์กรอย่างครบถ้วน แทนที่จะพยายามปกปิด หลีกเลี่ยง ไม่พูดถึงความเสี่ยงที่เกิดอยู่ คำว่าความเสี่ยงในกรณีนี้หมายถึงเหตุการณ์ที่ยังไม่ได้เกิดตอนนี้ หากแต่มีโอกาสเกิด และเมื่อใดที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของกิจการ และทำให้เป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่บรรลุผล ดังนั้น นักบริหารจึงต้องเรียนรู้วิธีการที่มีประสิทธิภาพในการจัดการกับความเสี่ยง นอกเหนือจากการวางระบบการควบคุมภายในแบบพื้น ๆ ซึ่งในระบบการบริหารสมัยใหม่ถือว่าการควบคุมภายในเป็นเรื่องเด็ก ๆ ที่นักบริหารต้องดำเนินการอยู่แล้ว

นอกจากนั้น ในการกำหนดเงื่อนไขการว่าจ้างนักบริหารระดับสูงในหลายองค์กร ยังเริ่มมีการกำหนดให้มีการประเมินผลการดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยง แล้ว ทำให้นักบริหารทั้งหลายอาจต้องทำการบริหารความเสี่ยงเพิ่มเติม หรือหาทางว่าจ้างมืออาชีพด้านการบริหารความเสี่ยงโดยเฉพาะมาช่วยกิจการ โดยให้ทำหน้าที่ในการมองไปข้างหน้าและกลับมาบอกกับนักบริหารที่เหลือว่าข้าง หน้ามีอุปสรรคและภัยคุกคามอย่างไรอยู่บ้าง และกิจการต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือล่วงหน้าอย่างไร

เครื่องมือในการบริหารข้อมูลความเสี่ยงนี้ มีลักษณะสำคัญที่แตกต่างจากการบริหารงานประจำวันอีกอย่างหนึ่งคือ เป็นการใช้ข้อมูลความเสี่ยงในการสร้างภูมิคุ้มกันล่วงหน้า เพื่อที่ว่ากิจการจะได้ไม่ต้องคอยฉีดวัคซีนหรือกินยาทุกครั้งที่ป่วยเป็นไข้ หวัด

สำหรับกลุ่มเครื่องมือในด้านเทคโนโลยีไฮเทคมาช่วยในการบริหารจัดการ ได้แก่ เครื่องมือแรกเป็นการพัฒนาธุรกิจและกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับโลกดิจิตอล คือ การพัฒนาการโฆษณา การส่งเสริมการจำหน่ายหรือแม้แต่ช่องทางการจำหน่ายแบบ outdoor ด้วยระบบเสมือนจริง 3D หรือ Virtual Marketing ให้กับลูกค้าที่ติดต่ออยู่เพื่อให้เห็นภาพได้ในลักษณะ 3 มิติ เช่น การที่กิจการท่องเที่ยวฮาวายส่งข้อมูล 3 มิติไปให้ลูกค้าได้สัมผัสกับความเป็นฮาวายก่อนที่ลูกค้าจะเดินทางมาถึง การที่โรงแรมทำวิดีโอเสมือนจริงที่อาศัยเทคโนโลยี 3D เพื่อให้พนักงานต้อนรับแขกสามารถให้บริการแขกพักได้จากทีวีในห้องพัก โดยไม่ต้องเสียเวลาในการโทรศัพท์หรือเดินลงไปสอบถามเอง หรือการที่ร้านอาหารในเกาหลีใต้ติดตั้งระบบภาพ 3D เท่าสินค้าจริง เพื่อให้ลูกค้าที่กำลังกลับบ้านและรอรถไฟใต้ดินสั่งอาหารหรือสินค้าได้ และได้รับสินค้านั้นเมื่อกลับถึงบ้านพอดี

โดยรวมของเครื่องมือ Virtual 3D ก็คือการที่ทำให้ลูกค้าได้เห็นภาพแบบ 3 มิติหรือ 4 มิติที่เสมือนจริงเกือบจะ 100% เพื่อกระตุ้นความต้องการ นอกจากนั้นเทคโนโลยีไฮเทค 3D เสมือนจริงนี้ยังนำมาใช้ในการบริหารจัดการประชุมข้ามพื้นที่ที่ทำให้ผู้ที่ ร่วมประชุมมีความรู้สึกเสมือนว่าได้ร่วมประชุมในสถานที่เดียวกันจริงๆ ไม่ใช่เป็นการมองภาพจากจอทีวีเหมือนเดิมอีกต่อไป

เครื่องมือตัวที่สองที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการมากขึ้นคือ การวางระบบการควบคุมแบบไร้สายกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ครบวงจร โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้า ทำให้นักบริหารสามารถสอดส่อง ตรวจตราการทำงานของบุคลากร การป้องกันการโจรกรรม การแก้ไขสถานการณ์ได้เพียงการใช้รีโมทคอนโทรลในการสั่งการ ทำให้สามารถควบคุมการทำงานทั้งหมดได้ เครื่องมือนี้มีความสำคัญและเป็นการต่อยอดการทำงานของระบบงานที่เรียกว่า Office Automation เพราะภายใต้ระบบดังกล่าวได้กำหนดเงื่อนไขให้ระบบงานควบคุมการทำงานของคน คนไม่มีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลง นอกจากทำตามกฎเกณฑ์ที่ระบุไว้อย่างเดียว แต่ภายใต้ระบบงานใหม่นั้น จะทำให้มนุษย์ทำการควบคุมการทำงานหรือที่เรียกว่า Office Management System ซึ่งอยู่ที่การสั่งการ การควบคุมโดยมนุษย์เป็นหลัก พัฒนาการที่ก้าวหน้ามากของเครื่องมือการควบคุมการบริหารจัดการแบบไร้สายนี้ ทำให้นักบริหารยุคใหม่หลุดออกจากการควบคุมการดำเนินงานแบบหนึ่ง-ต่อ-หนึ่ง มาเป็นความสามารถในการควบคุมระบบงานทั้งหมดข้ามอุปกรณ์ได้ สามารถอ่านและสั่งการอุปกรณ์ทั้งหมดได้ แม้ว่าจะอยู่ต่างสถานที่กันหรือออกไปนอกสำนักงานแล้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ว่าจะมีการนำเอาเทคโนโลยีไฮเทคมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการดัง กล่าว แต่ข้อดีคือการทำงานของเครื่องเทคโนโลยีไฮเทคเหล่านี้เป็นวิธีการแบบง่ายดาย หมายความว่านักบริหารไม่จำเป็นต้องมีความรอบรู้ทางคอมพิวเตอร์พิเศษมากมาย และที่สำคัญอุปกรณ์ที่ใช้เป็นรีโมทควบคุมก็คืออุปกรณ์สำนักงานที่ใช้อยู่ แล้ว อย่างแล็บท็อป หรือ แทบเล็ท หรืออาจจะเป็นสมาร์ทโฟนธรรมดา ไม่ต้องมีห้องควบคุมเหมือนกับงานไอทีโดยทั่วไปแต่อย่างใด

source: wiseknow

คุณคิดอย่างไรกับคำที่ว่า “ลูกค้า คือ พระเจ้า?”

ในปัจจุบันคำกล่าวนี้คงจะติดปากหลายๆ คน แต่ในปัจจุบันคำนี้อาจจะต้องเปลี่ยนไป… หากท่านต้องการอ่านรายละเอียด สามารถอ่านได้ในหนังสือ TTME ฉบับ 2011 เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ หรือผู้สนใจทั่วไป ดาวน์โหลดคลิกเลย

ธุรกิจแฟรนไซส์ที่น่าลงทุน

แฟรนไชส์อาหารว่างถือเป็นธุรกิจที่เติบโตและคืน กำไรให้กับเจ้าของได้อย่างรวดเร็ว อันมีที่มาจากพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยที่มีกำลังซื้อและความต้องการค่อน ข้างสูงตลอดเวลา

ถ้าเอ่ยถึงประเทศไทยชื่อเสียงอันดับต้นๆที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดคงจะ ต้องยกให้กับเรื่องของอาหารการกินอย่างแน่นอน เพราะประเทศเรามีจุดแข็งอยู่ที่ความเป็นชาติกสิกรรมจึงมีความหลากหลายใน เรื่องอาหารอย่างมาก โดยเฉพาะหนึ่งในจุดเด่นที่สุดก็คงเป็นเ รื่องของอาหารว่างที่มีให้เลือกมากมายและมีกลุ่มตลาดผู้บริโภคที่กว้างอีก ทั้งมีกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง อาหารว่างจึงเป็นมากกว่าปัจจัยแต่ได้พัฒนากลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการ รับประทานของคนไทยไปแล้ว

สังเกตได้จากในแต่ละวันผู้คนมักจะจ่ายเงินในส่วนของค่าอาหารไปมากกว่า ครึ่งของจำนวนเงินที่ใช้ในแต่ละวัน โดยจำนวนเงินส่วนหนึ่งก็ถูกกันออกมาและแบ่งไปใช้จ่ายให้กับค่าอาหารว่างแทบ ทั้งสิ้น ธุรกิจแฟรนไชส์อาหารว่างจึงมีความน่าสนใจและเหมาะกับการลงทุนเป็นอย่างมาก

โอกาสนี้้ Incquity ได้ออกไปสำรวจและรวบรวม 8 ธุรกิจแฟรนไชส์อาหารว่างที่น่าลงทุนมาให้ผู้ประกอบการใช้เป็นทางเลือกในการ ทำธุรกิจ โดยมีธุรกิจที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

1. Ayo Chips มันฝรั่งทอดเกลียวเสียบไม้

ayo chips

อาหารประเภทนี้เพิ่งจะเข้าเปิดตัวมาในเมืองไทยได้ไม่นาน และถือได้ว่าประสบความสำเร็จอยู่ในระดับพอสมควรเมื่อวัดจากกระแสการตอบรับ จากทุกกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งคุณนันทิยา วรประทีปผู้นำการบุกเบิกตลาดเจ้าเดียวและเจ้าแรกของประเทศไทยในนามแฟรนไชส์ ‘อะโย่ชิปส์’ ได้กล่าวอย่างสั้นๆถึงกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จว่า “ตัวแฟรนไชส์อะโย่ชิปส์ถึงแม้เราจะเป็นมือใหม่ในการทำธุรกิจ แต่ว่าเรามีการบริหารงานและดูแลสมาชิกแฟรนไชส์อย่างมือโปร และเรายังใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่การคัดเลือกเกรดของมันฝรั่งที่จะได้ รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดีจากแหล่งเพาะปลูกผ่านกรรมวิธีและสูตรลับที่ทางเรา ได้คิดค้นขึ้นเอง เพื่อให้รสชาติเป็นที่ถูกปากคนไทยมากที่สุด”

ปัจจุบันตัวมันฝรั่งทอดของอะโย่ชิปส์มีให้เลือกมากถึง 7 รสชาติ นอกจากนี้เธอยังได้บอกถึงปัญหาที่สมาชิกแฟรนไชส์อาจจะเจอก็คงหนีไม่พ้นใน เรื่องของราคาขายที่มักจะถูกบอกว่าค่อนข้างแพงแต่ส่วนตัวเธอเองก็คิดว่าคุ้ม มากกับรสชาติที่ได้มาขนาดนี้ ซึ่งผู้ที่สนใจสมัครแฟรนไชส์จะได้เข้ารับการอบรมฝึกสอนจากทางบริษัทจนสามารถ เปิดร้านได้ทันที

หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจสามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่คุณนันทิยา วรประทีป หมายเลขโทรศัพท์ 08-6559-3335

  • จุดเด่น อะโย่ชิปส์มีแนวทางการบริหารและการทำตลาดอย่างเป็นระบบธุรกิจมืออาชีพ มีการพัฒนาและสร้างสรรค์ตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญผู้ซื้อธุรกิจแฟรนไชส์จะได้รับการสนับสนุนในทุกๆเรื่องรวมทั้ง การโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ที่บางธุรกิจมักมีการแข่งขันจน หันมากินเนื้อพวกเดียวกันเองอยู่ตลอดเวลา
  • จุดด้อย เนื่องจากค่าแฟรนไชส์่ค่อนข้างสูงจึงส่งผลให้ราคาขายต้องขยับตัวเองขึ้นตาม ไปด้วย ทำให้ผู้ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจตัวนี้จะต้องมีพื้นที่จำหน่ายที่อยู่ ท่ามกลางผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อมากเพียงพอ เช่น ตามห้างสรรพสินค้า หรือตามแหล่งธุรกิจขนาดใหญ่ๆ เป็นต้น
    ค่าแฟรนไชส์ 60,000 – 90,000 บาท
    ราคาขายส่งต่อหน่วย 13.50 บาท
    ราคาขายปลีกต่อหน่วย 45 บาท
    ระยะเวลาในการคืนทุน 3-6 เดือ

    2. เฉาก๊วยเฮฮา

    grass jelly

    เฉาก๊วยถือเป็นของหวานที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเรานับตั้งแต่อดีต จวบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน แต่เชื่อหรือไม่ว่ากลับไม่มีธุรกิจรายใดเลยที่จะหันมาจับขนมเฉาก๊วยลงมาทำ ธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์อย่างจริงจัง แฟรนไชส์เฉาก๊วยเฮฮาจึงถือกำเนิดขึ้นจากจุดนั้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์อาหารว่างที่ขายดีเป็นอย่างมาก(โดยเฉพาะในช่วงหน้า ร้อน)

    คุณอุ้ย หนึ่งในผู้ซื้อแฟรนไชส์ และเป็นผู้ลงมือขายด้วยตนเองได้ให้คำตอบถึงที่มาที่ทำให้เฉาก๊วยเฮฮาอร่อย ว่า “ตัวของเนื้อเฉาก๊วยมีความเหนียวนุ่มมากบวกกับน้ำเชื่อมที่เจ้าของเค้า คิดค้นของเค้าเองแล้วมาโรยหน้าด้วยเครื่องตามแต่ที่ลูกค้าจะต้องการ คิดว่าจุดเด่นความอร่อยของมันคงจะอยู่ที่จุดนี้” นอกจากนี้ คุณอุ้ยยังได้ให้โจทย์ปัญหาข้อใหญ่สำหรับผู้ที่คิดจะซื้อแฟรนไชส์ตัวนี้มา ขายว่า ผู้ประกอบการจะต้องติดต่อกับผู้ส่งน้ำแข็งมาขายกับทางร้านให้ดีเนื่องจากเธอ ประสบปัญหาในเรื่องนี้ค่อนข้างมากเพราะน้ำแข็งไม่ได้ขนาดเพราะมีลักษณะที่ ใหญ่เกินไปบางครั้งยังมีกลิ่นตามมาอีกด้วย หลายครั้งถึงกับต้องเททิ้งทั้งหมด

    นอกจากนี้ผู้ประกอบการจะต้องดูแลธุรกิจด้วยตัวเองเพราะเจ้าของแฟรนไชส์จะ ไม่เข้ามาดูแลให้ในส่วนนั้น โดยผู้สนใจสมัครแฟรนไชส์จะได้รับการสอนวิธีการขายและอุปกรณ์การดำเนินธุรกิจ ครบชุด ติดต่อได้ที่ คุณ วงศ์สถิตย์ อนันตกฤตยาธร โทรศัพท์ 08-7501-7766 หรือ www.heyhaa.com

    • จุดเด่น เป็นธุรกิจที่ลงทุนถือว่าค่อนข้างน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับแฟรนไชส์ชนิด อื่นๆ อีกทั้งยังมีข้อได้เปรียบตรงที่ชื่อเสียงที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคมาก ในระดับหนึ่งแล้ว จึงไม่ต้องลงทุนโปรโมทกิจการมากมายนัก อีกทั้งยังมีรสชาติที่เป็นจุดเด่นเฉพาะตัว
    • จุดด้อย มีคู่แข่งทางธุรกิจค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะพวกร้านประเภทรถเข็นที่มักชอบแย่ง ลูกค้าด้วยการเสนอขายเฉาก๊วยที่มีราคาถูกกว่ามากเพียงถ้วยละ 10 บาทเท่านั้น บวกกับข้อจำกัดในเรื่องสถานที่ขายต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่เสียค่าเช่าจนแพง เกินไปนักเพราะจะทำให้ธุรกิจขายสินค้าได้ลำบากอันเนื่องมาจากต้องปรับราคา สินค้าขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง (โดยมากถ้าราคาขายสูงมากกว่า 30 บาทสำหรับเฉาก๊วยก็ถือว่าขายได้ค่อนข้างลำบากแล้ว) นอกจากนี้ยังต้องติดต่อกับทางบริษัทผู้ส่งน้ำแข็งในแต่ละพื้นที่ให้ดีเพราะ ธุรกิจนี้ขึ้นอยู่กับความตรงต่อเวลาและคุณภาพความสะอาดของนำแข็งเป็นสำคัญ จึงเหมาะสมที่จะเป็นอาชีพเสริมที่ต้องจ้างพนักงานมาขายมากกว่าที่จะเป็น อาชีพหลัก
    ค่าแฟรนไชส์ 15,000 บาท
    ราคาขายส่งต่อหน่วย แล้วแต่ตกลงกับทางเจ้าของแฟรนไชส์
    ราคาขายปลีกต่อหน่วย ตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป
    ระยะเวลาในการคืนทุน 1-3 เดือน

    3. แจ็คลูกชิ้นปลาระเบิด

    Jack fish ball

    หนึ่งในของว่างที่ได้รับความนิยมมากอีกหนึ่งอย่างคือลูกชิ้นทอด และเมื่อพูดถึงลูกชิ้นทอดแล้วต้ัองยกให้กับแจ็คลูกชิ้นปลาระเบิดเท่านั้น ซึ่งนายกีรติ ยวงใย หรือคุณแจ็คได้ให้สัมภาษณ์ในตอนหนึ่งถึงสิ่งที่ทำธุรกิจของเขามีความโดดเด่น และน่าสนใจว่า “จุดเด่นของผมมาจากความที่ลูกชิ้นมีลักษณะที่ใหญ่โตมากกว่าเจ้าอื่นๆแถมยัง เด่นตรงที่กรอบนอกและนุ่มในขณะที่เจ้าอื่นๆไม่มี และน้ำจิ้มของผมก็อร่อยมากด้วย ซึ่งถ้าคิดกับเงิน 39,000 ผมว่ามันคุ้มมากนะ”

    สำหรับผู้สนใจสมัครแฟรนไชส์ทุกคนจะได้รับอุปกรณ์ขายครบชุดอีกทั้งยังได้ รับการเทรนด์นิ่งในวิธีการทอดและเคล็ดลับการขายเป็นอย่างดี พร้อมทั้งดูแลในเรื่องของสถานที่จำหน่ายให้อีกด้วยจากคุณแจ็คเจ้าของแฟรน ไชส์โดยตรง (ต้องตั้งร้านห่างกันอย่างน้อย 3 กิโลเมตร) แต่ในทางกลับกันสมาชิกแฟรนไชส์ลูกชิ้นปลาระเบิดบางท่านได้กล่าวกับเราว่า “ลูกชิ้นปลาระเบิดของคุณแจ็คน่ะดีจริง แต่มีลูกชิ้นปลาทอดของคู่แข่งเยอะแยะเต็มไปหมด ถ้าจะขายก็ต้องดูที่ดูทางให้ดีด้วย” จึงเป็นแง่คิดที่สะท้อนออกมาจากหนึ่งในสมาชิกแฟรนไชส์โดยตรง ซึ่งหากผู้ประกอบการท่านใดสนใจจะต้องขบคิดและหาทางแก้ไขตรงจุดนี้ให้ได้เสีย ก่อน

    ท่านใดที่สนใจสมัครสมาชิกแฟรนไชส์ร้านแจ็คลูกชิ้นปลาระเบิดสามารถติดต่อ ได้ที่ คุณ กีรติ ยวงใย หมายเลขโทรศัพท์ 08-9106-2102 ได้โดยตรง

    • จุดเด่น มีลักษณะผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นมากในเรื่องของขนาดที่ใหญ่โตกว่าลูกชิ้นปลาทอด ของร้านอื่นๆ จึงสามารถเรียกลูกค้าให้เข้ามาซื้อได้เป็นจำนวนมากและคืนทุนได้ในระยะเวลา ที่รวดเร็ว
    • จุดด้อย ลูกชิ้นปลาทอดถือว่าเป็นธุรกิจที่มีคู่แข่งในตลาดเป็นจำนวนมากทั้งที่เป็นแฟ รนไชส์และไม่ใช่แฟรนไชส์ การเลือกทำเลสถานที่ขายจึงมีความจำที่จะต้องเอาใจใส่ในเรื่องนี้ให้มากเป็น พิเศษ ซึ่งบางสถานที่ อย่างเช่น ห้างสรรพสินค้าก็ยังมีกฎห้ามใช้แก๊สในการทอดอาหารภายในตัวอาคารอีกด้วย จึงเป็นอุปสรรคพอสมควร
    ค่าแฟรนไชส์ 39,000 บาท
    ราคาขายส่งต่อหน่วย 80 บาท ต่อ 5 กิโลกรัม
    ราคาขายปลีกต่อหน่วย 20 บาท ต่อ 10 ลูก
    ระยะเวลาในการคืนทุน 1-2 เดือน

    4. ตำนานฝรั่งแช่บ๊วย 50 ปี

    Farang

    ฝรั่งแช่บ๊วยเป็นอีกหนึ่งผลไม้แปรรูปที่ขายดีมาก เพราะมีรสชาติที่ผ่านการปรุงแต่งด้วยวิธีการเฉพาะที่เป็นความลับทางธุรกิจ มากว่า 50 ปี โดยคุณวรรณงาม จารุขจรจินดา เจ้าของธุรกิจตัวนี้ได้กว่าวว่า “คุณสมบัติเฉพาะของสูตรเราคือฝรั่งจะมีรสชาติดีหอมหวานและมีความกรอบกำลัง พอดีจึงเป็นที่ถูกใจของลูกค้าจำนวนมาก มีลูกค้าประจำเยอะ ส่วนในเรื่องค่าแฟรนไชส์ก็ไม่คิดเงิน ถ้่าคุยกันรู้เรื่องและจะมารับสินค้าจากทางเราเป็นประจำก็เอาป้ายจากที่นี่ แล้วไปตั้งร้านขายได้เลย”

    นอกจากนี้แล้วทางร้านยังมีสินค้าเสริมอีกหลายรายการเพื่อเพิ่มความหลาก หลายเพราะนอกจากฝรั่งแล้วยังมีมะม่วงและผลไม้แช่อิ่มให้เลือกมากมายหลากหลาย ชนิด แต่จากการสอบถามสมาชิกของทางร้านฝรั่งแช่บ๊วยบางท่านได้บอกเล่าปัญหาที่น่า สนใจเกี่ยวกับธุรกิจนี้ก็คือ หากผู้ประกอบการท่านใดที่คิดจะขายฝรั่งแช่บ๊วยจะต้องไปติดต่อในเรื่องของตู้ ขายสินค้าและอุปกรณ์เองทั้งหมดพร้อมทั้งดูแลสถานที่เอาเองด้วย ซึ่งเจ้าของไม่ได้มีบริการให้ในส่วนตรงนี้ และบางครั้งถ้าฤดูกาลไหนมีตัวผลไม้น้อยราคาต้นทุนก็จะสูงขึ้นแถมยังได้ฝรั่ง ที่มีขนาดปานกลางเสียเป็นส่วนใหญ่

    ผู้ประกอบการท่านใดที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ คุณวรรณงาม จารุขจรจินดา โทรศัพท์ 08-9228-9977

    • จุดเด่น ความมีชื่อเสียงและสูตรลับในการปรุงฝรั่งถือเป็นจุดขายที่สร้างชื่อเสียงและ การยอมรับมาอย่างยาวนานสำหรับผู้บริโภค จึงทำให้มียอดขายต่อวันที่สูงมาก นอกจากนี้คือราคาขายส่งฝรั่งแช่บ๊วยต่อหน่วยอยู่ที่ราคาประมาณ 18 บาท ต่อ 1 ลูกเท่ากันทั้งหมด ซึ่งฝรั่งที่ได้มากลับมีขนาดที่แตกต่างกันทำให้สามารถตั้งราคาขายปลีกเองได้ ตั้งแต่ 25-40 บาท จึงค่อนข้างจะได้กำไรมาก นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายของสินค้าตัวอื่นๆเข้ามาเสริม เช่น มะม่วง และกระท้อนแช่อิ่ม
    • จุดด้อย ผลไม้จะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับตามฤดูกาลดังนั้นราคาขายส่งจึงมักมีการ เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอยู่บ่อยๆ นอกจากนี้ยังมักถูกตีตลาดจากพวกรถเข็นขายฝรั่งแช่บ๊วยราคาถูกที่มีราคาต่ำ กว่า ส่วนการขนส่งยังเป็นอุปสรรคที่สำคัญเพราะต้องใช้ความระมัดระวังให้มากเป็น พิเศษเพื่อไม่ให้ผลไม้มีอาการช้ำหรือยุบอีกด้วย
    ค่าแฟรนไชส์ ไม่เสีย
    ราคาขายส่งต่อหน่วย 18 บาท
    ราคาขายปลีกต่อหน่วย 25-40 บาท
    ระยะเวลาในการคืนทุน 2 เดือน

    5. หมูย่างเฉพาะกิจ

    pork sticks

    แฟรนไชส์หมูย่างเฉพาะกิจถือเป็นแฟรนไชส์แห่งแรกที่จับเอาธุรกิจหมูปิ้ง พร้อมข้าวเหนียวที่จำหน่ายทั่วๆไปในตอนเช้านำมาพัฒนาต่อยอดออกมาเป็นธุรกิจ แบบบอกรับสมาชิก โดยทางบริษัทมีการคัดสรรเลือกวัตถุดิบอย่างดีทั้งเนื้อหมูและเครื่องเทศบวก กับสูตรลับเฉพาะในการหมักหมูที่ใช้เวลานานร่วม 16 ชั่วโมงจึงได้รสชาติที่เข้มข้นมากเป็นพิเศษ โดยมีรสชาติให้เลือก 6 ชนิด

    คุณเค หนึ่งในสมาชิกที่ซื้อแฟรนไชส์ตัวนี้และมีร้านตั้งอยู่แถวแถบชานเมืองบอกเล่า เกี่ยวกับธุรกิจของตนว่า “ผมคิดว่าธุรกิจตัวนี้สำหรับผมถือว่าดีมากๆ เนื้อหมูมีรสชาติอร่อย ขายได้ง่ายและขายได้ตลอดเวลาถ้าเทียบกับพวกรถเข็นที่คุณจะขายได้เฉพาะตอน เช้าๆเท่านั้น แต่ถ้าถามถึงปัญหาก็มีอยู่ข้อเดียวคือคุณต้องเลือกทำเลที่ตั้งร้านให้ดีก็ เท่านั้นเอง”

    หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจจะสมัครเป็นสมาชิกแฟรนไชส์ของหมูย่างเฉพาะกิจ สามารถติดต่อขอสมัครเข้าร่วมแฟรนไชส์ได้ที่ บริษัท หมูย่างเฉพาะกิจโดยตรงที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1340-2482,08-6303-0789 โดยจะได้อุปกรณ์การขายครบชุด พร้อมการเทรนนิ่งจากบริษัทเจ้าของแฟรนไชส์

    • จุดเด่น มีรสชาติที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์ และที่สำคัญคือการสนับสนุนที่ดีจากเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์
    • จุดด้อย ต้องเลือกสถานที่ขายสินค้าให้ดีเป็นพิเศษ มิเช่นนั้นอาจถูกหมูย่างไม้ละ 3 บาท ตามรถเข็นทั่วไปแย่งลูกค้าไปจนหมด เพราะมีราคาที่ถูกกว่าถึงแม้จะมีรสชาติที่สู้หมูย่างเฉพาะกิจไม่ได้ก็ตาม
    ค่าแฟรนไชส์ 29,000 บาท
    ราคาขายส่งต่อหน่วย 7 บาท
    ราคาขายปลีกต่อหน่วย 10 บาท
    ระยะเวลาในการคืนทุน 3 เดือน

    6. มหาชัยไอศครีม

    mahachai ice cream

    มหาชัยไอศครีมเป็นต้นตำรับของไอศครีมกะทิของไทยแท้ๆที่ขึ้นชื่อในเรื่อง ของความอร่อยมาอย่างยาวนาน จุดเด่นอยู่ที่รสชาติความอร่อยของไอศครีมกะทิต้นตำหรับผสมเข้ากับเครื่องโรย หน้าที่มีให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็น ลูกบัว พุทราจีน ถั่วลิสงคั่ว มะยม ข้าวโพด แห้ว วุ้นมะพร้าว ลูกชิด ฟักทอง ข้าวเหนียว ฯลฯ ซึ่งเป็นจุดเด่นและจุดขายหลักของไอศครีมสัญชาติไทย

    พี่ไก่หนึ่งในสมาชิกแฟรนไชส์ของมหาชัยไอศครีมได้กล่าวอย่างสั้นๆถึงแฟรน ไชส์ตัวนี้ว่า “คิดว่ามันขายง่ายมาก วิธีการทำก็ไม่ยุ่งยาก แค่ตักใส่ถ้วยแล้วโรยหน้าตามที่คนซื้อต้องการเท่านั้นเอง” นอกจากนี้พี่ไก่ยังได้กล่าวแบบติดตลกและอารมณ์ดีเมื่อถามเกี่ยวกับปัญหาที่ เจอก็คือ “แฟรนไชส์ร้านมหาชัยไอศครีมมันค่อนข้างจะเยอะนะ เรียกได้ว่าหันไปไหนก็เจอบางครั้งจึงต้องช่วยกันอุดหนุนพวกเดียวกันเองบ้าง ก็มี” ด้วยความที่ขายง่ายและวิธีการทำก็ไม่ยุ่งยากหากผู้ประกอบการท่านใดสนใจ สามารถสั่งซื้ออุปกรณ์และตู้แช่ได้จากทางร้านแฟรนไชส์ของมหาชัยไอศครีม ได้ที่ นายสมชาย เลิศสมิทวงษ์ เบอร์โทรศัพท์ 02-977-4961

    • จุดเด่น ความมีชื่อเสียงของไอศครีมมหาชัยเป็นที่ทราบดีของคนไทยจึงไม่จำเป็นต้องมี การโปรโมทมากมายแต่อย่างใด อีกทั้งยังมีวิธีการขายที่ง่ายมากไม่จำเป็นต้องใช้ฝีมือในการทำที่สลับซับ ซ้อนแต่ประการใด จึงสามารถจ้างพนักงานขายได้ โดยที่ผู้ประกอบการสามารถกำหนดรูปแบบตามที่ตนเองต้องการได้ทั้งในส่วนของ ราคา และเครื่องโรยหน้าของไอศครีม นอกจากนี้ไอศครีมยังสามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่เน่าเสียอีกด้วย
    • จุดด้อย ถึงแม้มหาชัยไอศครีมจะมีวิธีการขายที่ไม่ยุ่งยากนัก แต่จุดอ่อนที่สำคัญคือมหาชัยไอศครีมมีผู้ขายที่เยอะมากทั้งของจริงและของ ปลอมในบางสถานที่มีการตั้งร้านค้าที่ซ้ำกันมากถึง 3 เจ้า ผู้ประกอบการที่สนใจจึงต้องศึกษาในรายละเอียดเรื่องนี้ให้มากเป็นพิเศษเพราะ เป็นเรื่องที่คุณแทบจะต้องดำเนินการเองทั้งหมด
    ค่าแฟรนไชส์ 14,000 บาท
    ราคาขายส่งต่อหน่วย 850 บาท ต่อ ถัง
    ราคาขายปลีกต่อหน่วย 15-25 บาท ต่อ ถ้วย
    ระยะเวลาในการคืนทุน 3-4 เดือน

    7. ร้านปังสด ขนมปัง-นมสด

    Pangsod

    ขนมปัง-นมสด เป็นอีกหนึ่งกลุ่มร้านแฟรนไชส์เกี่ยวกับอาหารว่างที่ขายดีมากในทุกโอกาส ซึ่งแฟรนไชส์ที่อยากจะขอแนะนำคือร้าน ปัง-สด ที่มีจุดเด่นอยู่ที่เครื่องดื่มและอาหารว่างให้เลือกมากมายหลายรายการ ซึ่งแฟรนไชส์นี้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศพิสูจน์ได้จากจำนวนสาขา ที่มีเป็นจำนวนมาก โดยสมาชิกผู้ซื้อร้านแฟรนไชส์แห่งนี้ผู้ไม่ขอเปิดเผยชื่อกล่าวกับเราว่า “จุดเด่นที่ชอบมากที่สุด ก็คงเป็นเรื่องของจำนวนเมนูของสินค้าที่เรามีให้ผู้บริโภคสามารถเลือกทานได้ เป็นจำนวนมาก เพราะมันดีทั้งกับทางเราที่เป็นคนขายและดีในมุมของลูกค้าด้วยที่เขามีโอกาส ได้เลือกทานมากขึ้นทั้งน้ำและขนม แต่ถ้าให้พี่พูดถึงจุดอ่อนก็คงไม่มีอะไรมากนอกจากเรื่องของการหาทำเลค้าขาย ที่เราจะใช้ตั้งร้านเพราะบางทีเราก็ต้องหลบคู่แข่งที่เป็นร้านขนาดใหญ่และ พวกรถเข็นประเภทกาแฟโบราณเจ้าต่างๆ”

    ผู้ประกอบการท่านใดที่สนใจสมัครสมาชิกแฟรนไชส์ร้านปังสดจะได้รับการอบรม และบอกสูตรเคล็ดลับของเครื่องดื่มและการทำอาหารว่างประเภทต่างๆจากทางร้าน พร้อมทั้งได้รับการดูแลเอาใจใส่ในทุกๆเรื่องทั้งด้านของอุปกรณ์ร้านค้า การตกแต่ง และการนำส่งวัตถุดิบโดยตรงถึงหน้าร้านของผู้ประกอบการ ขอเพียงผู้ประกอบการมีที่ขายสินค้าเป็นพอ

    ติดต่อได้ที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปัง สด เบอร์โทรศัพท์ 089-5190066, 089-5098056, 089-5197700

    • จุดเด่น แฟรนไชส์นี้ร้านปังสดจะดูแลในธุรกิจของลูกค้าสมาชิกในทุกๆเรื่อง ผู้ประกอบการจึงลดภาระไปได้ในส่วนหนึ่ง
    • จุดด้อย การทำจะธุรกิจประเภทนี้ให้ประสบความสำเร็จได้นั้นต้องอยู่ที่ฝีมือการทำ เครื่องดื่มของผู้ประกอบการเป็นหลัก เพราะบางทีระยะเวลาเพียงแค่ 1 วันไม่สามารถจะทำให้รสชาติในการชงเครื่องดื่มอยู่ตัวได้ ดังนั้นผู้ประกอบการที่คิดจะทำต้องหมั่นฝึกซ้อมให้ดีเสียก่อนที่จะไปเปิด ร้านขายจริง เพราะในตลาดการค้าขายเครื่องดื่มก็มีคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือเป็นจำนวนมากอยู่ แล้ว
    ค่าแฟรนไชส์ 28,000 – 50,000 บาท
    ราคาขายส่งต่อหน่วย แล้วแต่ตกลงกับทางเจ้าของแฟรนไชส์
    ราคาขายปลีกต่อหน่วย ตามเมนูที่กำหนด
    ระยะเวลาในการคืนทุน 1-3 เดือน

    8. เอ็น แอนด์ บี เครป

    n&b crepe

    แฟรนไชส์ เอ็น แอนด์ บี เป็นร้านค้าที่ขายสินค้าเกี่ยวกับขนมและเครปโดยเฉพาะซึ่งเป็นรูปแบบของอาหาร ที่นิยมในหมู่วัยรุ่นเป็นอย่างมาก โดยมีตัวสินค้าที่ได้รับการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาประกอบไปด้วย 4 หมวดหลักคือ มินิเครป ซุปเปอร์เครป ไส้กรอกทวิน และพิซซ่าเครปหน้าต่างๆ โดยสมาชิกแฟรนไชส์เอ็นแอนด์บีท่านหนึ่งได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ธุรกิจของร้านตนเองว่า “เอาแค่เฉพาะตัวร้านของพี่นะ พี่ว่ามันโอเคขายดีมากเลย มีลูกค้าเรื่อยๆตลอดทั้งวัน ส่วนปัญหาพี่ขอติแค่นิดเดียวคือหน้าร้านค่อนข้างเล็กจัดวางของยากและอุปกรณ์ เสริมบางอย่างพังง่าย” ส่วนในเรื่องการดูแลและให้ความช่วยเหลือสมาชิกเธอกล่าวว่า “ดีมาก ยิ่งวันไหนสั่งของไปน้อยวันรุ่งขึ้นจะมีพนักงานเดินทางมาหาเราโดยทันที”

    ผู้ประกอบการท่านใดที่สนใจจะสมัครเป็นสมาชิกร้านแฟรนไชส์เอ็น แอนด์ บี สามารถติดต่อได้ที่คุณบุญประเสริฐ พู่พันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 08-1890-2402 โดยตรง

    • จุดเด่น เป็นอาหารว่างที่ได้รับความนิยมเป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้วสำหรับกลุ่มอาหาร ประเภทนี้ จึงค่อนข้างที่จะขายได้ง่ายและหมดในระยะเวลาที่รวดเร็ว บวกกับการคิดค้นสูตรและปรับปรุงตัวสินค้าอยู่ตลอดเวลาทำให้เป็นธุรกิจที่น่า ลงทุนมาก เพราะมีความต่อเนื่องมาจากบริษัทเจ้าของแฟรนไชส์นั่นเอง
    • จุดด้อย การเลือกทำเลที่ตั้งต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะอาจจะไปติดกับร้านที่ขายสินค้ามีลักษณะเหมือนกันแต่ขายตัดราคาถูกกว่า พราะไม่สามารถสู้รสชาติและความอร่อยของทางร้านได้ นอกจากนี้ผู้ประกอบการควรต้องฝึกฝนวิธีการขายให้ชำนาญเสียก่อนที่จะไปเปิด ร้านจริงเพื่อประโยชน์ในการประกอบธุรกิจ
    ค่าแฟรนไชส์ 49,000 บาท
    ราคาขายส่งต่อหน่วย แล้วแต่ตกลงกับทางเจ้าของแฟรนไชส์
    ราคาขายปลีกต่อหน่วย แล้วแต่ตกลงกับทางเจ้าของแฟรนไชส์
    ระยะเวลาในการคืนทุน ไม่เกิน 6 เดือน

    ธุรกิจแฟรนไชส์จะประสบความสำเร็จได้ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งนั้นต้องขึ้น อยู่กับตัวของผู้ประกอบการเองเป็นกำลังสำคัญส่วนหนึ่งด้วย เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลือกทำเลที่ตั้ง รูปแบบการบริหารงาน หรือแม้กระทั่งฝีมือในการทำสินค้าล้วนมีที่มาจากตัวผู้ประกอบการเองเป็นผู้ กำหนดขึ้นมาแทบทั้งสิ้น แฟรนไชส์จึงมีส่วนช่วยประมาณ 50% เท่านั้น ผู้ประกอบการจึงต้องหมั่นศึกษาและเรียนรู้แนวทางการทำธุรกิจอยู่เสมอๆ อย่าหวังพึ่งพากับบริษัทแม่เจ้าของแฟรนไชส์อยู่แต่เพียงอย่างเดียว ให้คิดเสียว่าเจ้าของแฟรนไชส์คืออาจารย์ผู้ให้คำปรึกษาในการทำธุรกิจแต่ ไม่ใช่ผู้ที่จะคอยอุปการะธุรกิจของผู้ประกอบการเสมอไป

Brandable stand showcases tablets in business settings

Studio Überdutch have created solid and brandable Swipespot stands for housing tablets in corporate and retail settings.

alttext

Tablets are increasingly being used in a wide variety of business and organizational settings, which in turn means they often don’t attract consumers’ attention to the extent that they once did. That, indeed, is just what Studio Überdutch is trying to rectify with its solid and brandable Swipespot stands for corporate and retail settings.

Priced at EUR 1,480 excluding VAT, the Swipespot stand can be used with iPads, Galaxy Tabs or virtually any other type of tablet. A lockable metal cover keeps the device secure while displaying it prominently for communication and customer interaction. In retail stores, for instance, the stand and tablet can be used to guide customers to the section of the store they’re interested in, or to enable instant online ordering when a product is sold out in-store. Similar capabilities can benefit healthcare settings, while in exhibitions a Swipespot-enclosed tablet can help attract attendees’ attention, says Studio Überdutch, which also offers custom application development through an array of software partners. The Swipespot stand is also entirely brandable with the corporate user’s color scheme and an LED-illuminated logo. Coming soon are versions that include a small printer or high-end audio capabilities as well.

If tablets have become central to your business, this could be something to try out in customer-facing settings. If not, consider the new ancillary product opportunities that open up with each new technology class, and be inspired!

Website: www.swipespot.nl
Contact: info@swipespot.nl

Spotted by: Roel Wijnterp

10 ความคิดทางธุรกิจ เริ่มต้นง่ายๆ ได้ที่บ้าน

หากคุณคือมือใหม่หัดจับธุรกิจ เรามีไอเดียธุรกิจน่าสนใจ เริ่มต้นง่ายๆ ที่บ้านของคุณ
คุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ชอบทำงานอยู่กับบ้านหรือเปล่า?

อย่าลืมว่าหากคุณเป็นคนมีความรู้  มีความสามารถ มีความชำนาญในด้านใดด้านหนึ่ง หรือมีเครือข่ายสังคมที่พอจะช่วยเหลือค้ำจุนคุณได้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าคุณจะมีธุรกิจเป็นของคุณเองไม่ได้ กับ 5 ไอเดียสุดท้ายเริ่มต้นได้ง่ายๆ ที่บ้านของคุณ

ธุรกิจบนเว็บไซต์  ebay

คุณสมบัติที่ควรมี: ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ และ อินเตอร์เน็ต เทคนิคการขาย ถ่ายรูปลงสินค้า เขียนข้อความชวนให้คนซื้อ

คุณแทบไม่จำเป็นต้องมีความรู้ ประสบการณ์หรือผ่านการอบรมใดใดมาก่อน เพียงแต่มีสายตานักขาย ไม่ว่าจะของเก่า ของใช้มือสอง เสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องมือเครื่องใช้อื่นๆ ภายในบ้าน สามารถจะทำกำไรให้คุณได้ หากคุณรู้จักขายและใช้เครื่องมือช่วยขายอย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในเว็บไซต์ ebay นั้นก็จะมีข้อมูลให้คุณเตรียมพร้อม หรือไปหาซื้อหนังสือคู่มือการทำebay มาซักเล่ม เพื่อศึกษาวิธีการใช้งาน รวมไปถึงกลเม็ด เทคนิคต่างๆเพื่อประดับตนเองด้วยความรู้ในการจัดการประมูลสินค้าและการใช้ งานเว็บไซต์ แค่นี้คุณก็สามารถเริ่มการสรรหาสินค้าต่างๆ มาขายให้คนทั่วทุกมุมโลกได้ซื้อกันแล้ว

ธุรกิจคาร์แคร์

คุณสมบัติที่ควรมี: ประสบการณ์ นิสัยรักรถ รักการให้บริการ ความชอบส่วนบุคคล ปัจจัยการลงทุนเบื้องต้น สถานที่

หากพูดถึงธุรกิจคาร์แคร์ ต้องขอบอกว่า เป็นธุรกิจที่มีมาอย่างยาวนาน เข้ากับวลีที่ว่า “ที่ใดมีรถ ที่นั่นต้องมีคาร์แคร์” ไม่ว่าจะเข้าไปในถิ่นฐานตำบลใด แต่ถ้ามีรถ ก็มักจะต้องมีธุรกิจนี้ติดตามไปเสมอ ธุรกิจนี้อาจจะต้องการการลงทุนโดยเฉพาะ สถานที่ หากคุณมีบริเวณพื้นที่บ้านเหลืออยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องไปเช่าที่ๆอื่น แต่หากคุณมีเงินทุนจำกัดล่ะก็ คุณสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการรับจ้างล้างรถ ขัดสี เคลือบเงาเล็กน้อย ด้วยจำนวนลูกทีมสัก 2-3 คนก็สามารถล้างรถ ได้นับสิบคันต่อวัน (หากคำนวณระยะเวลา 1 ชั่วโมงต่อการล้างรถ 1 คัน) เน้นการบริการทุกระดับประทับใจ แม้ยังไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ หรือทีมงานมากนัก แต่ใครเล่าจะบริการลูกค้าได้ถูกใจเท่ากับเจ้าของร้านเองเล่า คุณสามารถเรียนรู้หาข้อมูล และประสบการณ์ด้วยการไปใช้บริการตามร้านคาร์แคร์ต่างๆและอาศัยการสอบถาม ศึกษาด้วยตนเองก็เป็นอันสำเร็จได้

ธุรกิจการบรรณาธิการ

คุณสมบัติที่ควรมี: ประสบการณ์ ความรู้ ผ่านการอบรม หรือผ่านการสอบความชำนาญเฉพาะ

เพียงแค่คุณมีใจรักการเขียน  รักการอ่าน รักการฝึกฝน และมักใช้เวลาอยู่คนเดียวกับสิ่งเหล่านี้ได้สม่ำเสมอแล้วล่ะก็ คุณก็สามารถให้การบริการด้านการบรรณาธิกรในรูปแบบต่างๆ แก่บริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ หรือบริษัทสื่อต่างๆ ได้ดังนี้

  • บริการแก้ไขต้นฉบับ (Copyediting): แน่นอนว่าตำแหน่งงานนี้มีอยู่ทั่วไปในสำนักพิมพ์ แต่ก็มีหลายสำนักสื่อ ที่ต้องการเพียงพนักงานชั่วคราวหรือพาร์ทไทม์สำหรับงานนี้ คุณก็สามารถสอดแทรกบริการของคุณได้ ด้วยข้อเสนอของการเช็คต้นฉบับอย่างละเอียดยิบ และรวดเร็ว ทั้งไวยกรณ์ สไตล์การเขียน การพิมพ์ผิด สะกดผิดต่างๆ เป็นต้น อย่าลืมว่าคุณได้เปรียบพนักงานในบริษัท เพราะคุณสามารถทำงานนี้ได้ที่บ้านคุณ และที่ไหนก็ได้ และเวลาไหนก็ได้ ดังนั้นคุณย่อมทำมันได้ดีกว่า เร็วกว่าแน่นอน
  • บริการพิสูจน์อักษร (Proofreading): นี่คือขั้นตอนสุดท้ายก่อนผลงานออกสู่สายตาประชาชน จะต้องมั่นใจได้ว่าไม่มีข้อผิดพลาดในต้นฉบับอีกต่อไป
  • บริการจัดทำดัชนี-สารบัญ (Indexing): คุณสามารถเรียนรู้ขั้นตอนนี้ได้จากการอ่านหนังสือ หาความรู้ และจากการอบรมต่างๆ รวมทั้งปัจจุบันก็มีซอฟท์แวร์จัดทำดัชนี-สารบัญที่สามารถใช้งานได้ออกมาบ้าง แล้ว
  • บริการแก้ไขหนังสือต้นฉบับ (Book doctoring): นี่คือการบริการแก้ไขต้นฉบับการเขียนอย่างผู้เชี่ยวชาญ ก่อนที่หนังสือเล่มนั้นจะต้องถูกตีพิมพ์จำหน่าย
  • บริการเขียนในนามผู้อื่น (Ghost Writing): นี่คือบริการที่พูดง่ายๆว่า “คุณคือผู้เขียน แต่ให้ผู้อื่นได้หน้า” หมายความว่า คุณเป็นคนลงมือตั้งแต่หาข้อมูล ทำวิจัย และทุกๆ ส่วนในการเขียนนั้นๆ แต่ผลงานทั้งหมดจะเป็นเครดิตของผู้อื่น ถ้าคุณไม่หวังจะได้ผลงานในชื่อของคุณ โอกาสก็มาถึงคุณแล้ว
  • บริการก็อบปี้ไรท์ติ้ง (Copywriting): หรือรู้จักกันว่า การเขียนโฆษณาสำหรับธุรกิจ
  • บริการเขียนบทความในนิตยสาร (Magazine article writing): ไม่ว่าจะหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารต่างก็ต้องการนักเขียน และหากเป็นบทความที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยนักเขียนชื่อดัง หรือเฉพาะทางมากนัก พวกเขาก็ต้องการคุณมาช่วยงานอย่างแน่นอน
  • บริการจัดเตรียมเนื้อหาสำหรับเว็บไซต์ (Web page content provider): นี่ก็คืออีกหนทางในการหาเงิน หากคุณชอบการเขียน

ท้ายที่สุด  หากคุณมีความถนัด ความชำนาญในด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ว่าจะการออกแบบตกแต่งภายใน หรือการถักทองานฝีมือต่างๆ คุณน่าจะลองเขียนหนังสือออกมาสู่ตลาดบ้าง ไม่แน่ว่าผลงานของคุณอาจจะโดนใจบรรดานักอ่านรุ่นใหม่ก็เป็นได้

ธุรกิจจัดการภาษีให้กับองค์กรธุรกิจอื่นๆ

คุณสมบัติที่ควรมี: ประสบการณ์ ความรู้ ผ่านการอบรม หรือผ่านการสอบความชำนาญเฉพาะ

คุณควรจะต้องมีความรู้ด้านภาษีอย่างถี่ถ้วนก่อนเพื่อจะสามารถคอยสอดส่อง  ตรวจสอบภาษี และช่วยเหลือองค์กรธุรกิจต่างๆ ได้ เพราะหากรัฐบาลประกาศเพิ่มภาษีในด้านต่างๆ คุณก็จะพร้อมช่วยรักษาผลประโยชน์ให้กับบริษัทที่ว่าจ้างคุณได้ ดังนั้น คุณไม่จำเป็นต้องมีเงินทุน และปัจจัยในการลงทุนใดใด เว้นแต่สมอง และใจรักเท่านั้น

ธุรกิจฟรีแลนซ์ออกแบบดีไซน์

คุณสมบัติที่ควรมี: ประสบการณ์ ความรู้ ความชำนาญ ผ่านการฝึกอบรม ฝึกฝนสม่ำเสมอ ติดตามกระแสของดีไซน์สมัยนิยมเสมอๆ

ทุกวันนี้ หลากหลายธุรกิจต่างต้องการภาพลักษณ์ หน้าตาในการทำให้เป็นที่รู้จัก ดังนั้น การประชาสัมพันธ์ การโฆษณาจึงจำเป็นมาก ตั้งแต่การออกแบบโลโก้ ออกแบบแบรนด์ ใบปลิว แผ่นพับ โปสเตอร์ จดหมาย นามบัตร ไปจนถึงสื่อมัลติมีเดียด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเว็บไซต์ โฆษณา สปอตวิทยุ คุณอาจเริ่มต้นด้วยใจรักในการออกแบบ และหมั่นพัฒนาฝีมือในการสร้างผลงานนำมาเป็น Portfolio คุณจึงไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไร นอกเสียจากความรักในงาน และความขยันพัฒนาตนเอง ธุรกิจของคุณก็สามารถเป็นที่รู้จักด้วยการบอกต่อๆ และการทำการโปรโมตด้วยเงินไม่มากผ่านทางช่องทางสมัยใหม่อย่าง Facebook, Hi5, เว็บไซต์ Google หรือเว็บไซต์ส่วนตัวของคุณสบายๆ และหากว่ามีขั้นตอนการทำงานใดที่คุณไม่ถนัด ก็สามารถหาทีมงานที่เป็นฟรีแลนซ์เช่นเดียวกันกับคุณมาร่วมทีมได้ไม่ยากเย็น

ท้ายที่สุดแล้วอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการรักในสิ่งที่ทำ และความมุมานะของผู้ประกอบการ ที่จะสามารถนำพาธุรกิจของตนก้าวหน้าและเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน

สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจกาแฟ “กาแฟ มันก็เหมือน ชีวิตคน อาจมีขมบ้าง หวานบ้าง แต่ที่แน่ๆ กลิ่นของมันยังคงหอมไม่เคยจืดจาง”

วันนี้คุยถึงเรื่อง “สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจ กาแฟ” เพราะถ้าคุณมีแผนการตลาดที่ดี มีการเตรียมตัวที่ดี ธุรกิจกาแฟของคุณก็จะไปได้ดีแน่นอน ธุรกิจนี้ถึงแม้บางครั้งอาจจะมีการชะลอตัวของกลุ่มลูกค้า หรือของตลาดอยู่บ้าง แต่ยังคงมีอนาคตที่ดีต่อไปแน่นอน ไม่เช่นนั้น กาแฟยี่ห้อดังๆ จากต่างแดน คงยกทับกลับบ้านกันไปแล้ว

เรามาดูประเภทของธุรกิจ กาแฟ กันดีกว่า

  • ธุรกิจร้านกาแฟขนาดเล็ก แบบชงขายในช่วงเช้าๆ หรือกาแฟโบราณ (ใช้เงินลงทุนไม่มากนัก)
  • ธุรกิจร้านกาแฟสด เป็นธุรกิจขนาดกลาง และสามารถทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ได้ แล้วในขณะนี้ กำลังเป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน
  • ธุรกิจผลิดกาแฟสำเร็จรูป เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ (สำหรับผู้ที่มีทุนมาก)
  • ธุรกิจผลิดกาแฟกระป๋อง เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ และเป็นธุรกิจที่เพิ่มมูลค่าของสิ้นค้า (เหมาะสำหรับผู้ที่มีทุนมาก)

สิ่งสำคัญในการทำร้านกาแฟ

  • จุดหลักที่ผิดพลาดไม่ได้ คือ การวิเคราะห์ยอดขาย คุณต้องวิเคราะห์และคำนวณยอดขายให้เป็น ห้ามขาดการคำนวณยอดขายที่จะขึ้นหรือลง ในช่วง 1 อาทิตย์ และ 1 เดือน เพื่อที่เราจะได้เก็บไว้ดูเป็นสถิติของร้าน สิ่งนี้จะช่วยในการวางแผนธุรกิจของร้านคุณเอง การทำธุรกิจกาแฟ คุณต้องให้ความสำคัญกับทำเลเป็นอันดับแรก ทุกวันนี้ยังมีทำเลดีๆ ซ่อนอยู่ มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะมองเห็น เช่น โรงพยาบาล คุณจะได้ลูกค้าอีกมากเลยที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น คุณหมอ หรือคุณพยาบาล แถมญาติผู้ป่วยที่มาเฝ้าไข้ คุณอาจจะมีรายได้ต่อวันมากกว่าที่คุณคิดก็ได้
  • ราคาต้องเหมาะสม ในการตั้งราคาอย่าเอาเปรียผู้บริโภคมากเกินไป ถ้าคุณใช้กาแฟดีจริงๆ ชนิดที่ว่ามาจากบราซิลและคุณตั้งราคาสูงกว่าร้านกาแฟอื่นก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าคุณใช้กาแฟผสม หรือหลอกลูกค้า เราก็ว่าไม่ดีนะ อย่าคิดว่าลูกค้าไม่รู้ เพราะกาแฟพันธุ์เดียวกัน ชนิดเดียวกัน แต่ถ้าปลูกคนละที่ ก็จะมีกลิ่นกาแฟที่ไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นคอกาแฟจะรู้เรื่องนี้ดี

ในปัจจุบันนี้ ผู้บริโภคหันมาดื่มกาแฟคั่วบด แทนกาแฟผงสำเร็จรูปกันมาก ขึ้น ดังที่เราจะเห็นได้ว่า เวลานี้มีร้านกาแฟเกิดขึ้นอย่างมากมายหลายร้าน คุณต้องจดจำสิ่งสำคัญเหล่านี้ให้ดีนะ เพราะธุรกิจทุกอย่างต้องมีฐานที่ดี ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วจะล้มได้โดยง่าย

 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.